ข่าว

กุหลาบวาเลนไทน์ราคาดิ่ง เหตุซัพพลายจีนทะลักตลาด ดันกำลังซื้อสะพัดทั่วกรุง เทศกาลวาเลนไทน์ปี 2569 กลายเป็นปีที่ “ผู้บริโภคได้เปรียบที่สุด” ในรอบหลายปี หลังราคาดอกกุหลาบปรับตัวลดลงอย่างชัดเจน สวนทางกับบรรยากาศการจับจ่ายที่คึกคักทั่วกรุงเทพฯ ปัจจัยสำคัญมาจากอุปทาน (Supply) จำนวนมหาศาล โดยเฉพาะกุหลาบนำเข้าจากจีนที่ทะลักเข้าสู่ตลาดในต้นทุนที่ต่ำลง ส่งผลให้ราคาขายปลีกทำสถิติต่ำสุดเพียงกำละ 200 บาท สถานการณ์ครั้งนี้สะท้อนภาพใหม่ของตลาดดอกไม้ไทยในยุคโลกาภิวัตน์ ที่ซัพพลายจากต่างประเทศสามารถกำหนดทิศทางราคาในประเทศได้อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่กำลังซื้อของผู้บริโภคกลับพุ่งสูงขึ้น เพราะราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น ทำให้เงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจฐานรากอย่างชัดเจน
บุกตลาดจีนด้วย Live Commerce ดัน “ข้าวหอมมะลิ–น้ำมะพร้าว” ขึ้นแท่นขายดี ไลฟ์ 10 วัน กวาดยอดกว่า 12 ล้านบาทตลาดจีนในยุคดิจิทัลไม่ใช่แค่เรื่องของอีคอมเมิร์ซอีกต่อไป แต่คือสนามแข่งขันของ “Live Commerce” ที่แบรนด์ใดจับจังหวะได้ก่อน ย่อมได้เปรียบก่อนล่าสุด กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เดินเกมรุกตลาดจีนอย่างจริงจัง ผ่านการจัดกิจกรรม Live Streaming บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของจีน ได้แก่ Tmall, Douyin และ Kuaishou ภายใต้กิจกรรม“2026 China–Thailand Spring Festival Celebration: Live Gala”ผลลัพธ์ในเวลาเพียง 10 วันสร้างการรับรู้กว่า 10 ล้านครั้ง (Impressions)มียอดผู้ชมรวมกว่า 840,000 คนทำยอดขายได้กว่า 2.54 ล้านหยวน (กว่า 12 ล้านบาท)และ “ข้าวหอมมะลิไทย” ครองอันดับสินค้าขายดีที่สุดนี่ไม่ใช่แค่แคมเปญขายของช่วงตรุษจีน แต่คือภาพสะท้อนว่า สินค้าไทยกำลังปรับตัวเข้าสู่โครงสร้างการค้าดิจิทัลของจีนอย่างจริงจัง
โลจิสติกส์เร็ว อีคอมเมิร์ซแรง ดันผลไม้ไทยครองใจผู้บริโภคจีนในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเทศกาลตรุษจีน ซึ่งถือเป็นฤดูกาลจับจ่ายครั้งใหญ่ที่สุดของจีน ตลาดผลไม้นำเข้ากำลังคึกคักเป็นพิเศษ และหนึ่งในสินค้าที่ “ขายดีสวนกระแส” ทุกปี ก็คือ ผลไม้จากอาเซียน โดยเฉพาะ ทุเรียนหมอนทองและส้มโอจากประเทศไทย ที่กลายเป็นของไหว้ ของฝาก และของขวัญยอดนิยมในครัวเรือนจีนยุคใหม่ที่ตลาดค้าผลไม้ในเมืองผิงเสียง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง หวงชุนเหลียน เจ้าของร้านจำหน่ายผลไม้และสินค้านำเข้าจากอาเซียน ต้องเร่งรับออร์เดอร์และจัดส่งสินค้าแทบไม่ทันก่อนการขนส่งจะหยุดชั่วคราวในช่วงหยุดยาวตรุษจีน สะท้อนชัดว่าความต้องการผลไม้อาเซียนในตลาดจีนกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมี ทุเรียนไทย เป็นตัวชูโรงสำคัญ
จีนผงาดผู้นำ AI โลก เตือนผู้บริหารไทยต้องเร่งปรับตัว ก่อนถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ท่ามกลางคลื่นเทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนโครงสร้างอุตสาหกรรมโลกอย่างรวดเร็ว จีนกำลังก้าวขึ้นเป็น “ผู้นำด้านการผลิตอัจฉริยะ” (Smart Manufacturing) อย่างเต็มรูปแบบ โดยมี AI และ Robotics เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ ประเด็นนี้ถูกถ่ายทอดอย่างเข้มข้นในเวทีบรรยายพิเศษของหลักสูตร ผู้บริหารรุ่นใหม่ธุรกิจไทย–จีน รุ่นที่ 3 (Young Executive Program 3) ซึ่งจัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวไทย–จีน ร่วมกับสถาบันสื่อและบริหารธุรกิจไทย–จีน ภายใต้การสนับสนุนจากสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย หอการค้าไทย–จีน และ China Media Group เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2569 ณ อาคาร M Group ถนนวิภาวดีรังสิต โดยมี ดร.ณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานกรรมการหอการค้าไทย–จีน เป็นวิทยากรในหัวข้อ “ถอดรหัสการผลิตอัจฉริยะ พลิกโฉมอุตสาหกรรมจีนด้วย AI”
น้ำมันปาล์มไทยบุกจีนแรง ปี 68 ส่งออกพุ่งทะลุ 2,700 ล้านบาท จีนเร่งกระจายแหล่งนำเข้า ไทยขึ้นแท่นตัวเลือกใหม่ ลดเสี่ยงพึ่งอินโดนีเซีย–อินเดีย ตลาดจีนกำลังกลายเป็น “สมรภูมิใหม่” ของสินค้าเกษตรไทยอีกครั้ง โดยเฉพาะ น้ำมันปาล์มไทย ที่เริ่มขยับจากตลาดรอง ขึ้นมาเป็นหนึ่งในสินค้าศักยภาพสูง ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของห่วงโซ่อุปทานโลก ข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ชี้ว่า การส่งออกน้ำมันปาล์มของไทยไปจีนมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง และในปี 2568 คาดว่ามูลค่าส่งออกจะพุ่งแตะ กว่า 2,700 ล้านบาท สะท้อนจังหวะสำคัญที่ไทยเริ่ม “เสียบแทน” ประเทศผู้ส่งออกหลักบางรายในตลาดจีน
โลกการค้าเปลี่ยน ไทยต้อง “อ่านจีน” ให้ลึกกว่าที่เคย วทจ. รุ่น 8 ยกระดับผู้นำไทย เข้าใจจีนเชิงโครงสร้าง รับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน ท่ามกลางโลกการค้าที่กำลังเผชิญแรงสั่นสะเทือนรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นสงครามการค้า สงครามเทคโนโลยี การแบ่งขั้วอำนาจทางเศรษฐกิจ ไปจนถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ “จีน” ยังคงเป็นประเทศที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในทุกสมการเศรษฐกิจโลก สำหรับประเทศไทย ความสัมพันธ์ไทย–จีน ไม่ได้หยุดอยู่แค่บทบาท “คู่ค้าอันดับต้น ๆ” อีกต่อไป แต่กำลังก้าวเข้าสู่ความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ที่ลึกซึ้งขึ้น ทั้งในมิติการค้า การลงทุน เทคโนโลยี และห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาค การเข้าใจจีนแบบผิวเผินจึงไม่เพียงพออีกแล้ว หากผู้ประกอบการไทยยังต้องการยืนอยู่ในเกมเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนและแข่งขันสูงขึ้นทุกวัน
‘KAMU KAMU’ ชื่อญี่ปุ่น แต่หัวใจไทย จากร้านชานม 4 ตารางเมตร สู่แบรนด์ไทยที่เล็งบุก “จีน” ตลาดเครื่องดื่มมูลค่าหลายแสนล้าน แม้ชื่อจะฟังดูเหมือนแบรนด์ญี่ปุ่น แต่ “KAMU KAMU” คือหนึ่งในแบรนด์ชานมสัญชาติไทยแท้ ที่เติบโตจากร้านคีออสเล็กๆ ใจกลางอโศก สู่เครือข่ายเกือบ 200 สาขาทั่วประเทศ และกำลังวางหมากสำคัญเพื่อก้าวออกไปสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะ “จีน” ตลาดเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เบื้องหลังแบรนด์นี้คือ “แทน–ทินกฤต สินทัตตโสภณ” อดีตวิศวกรสายไอที ที่ตัดสินใจลาออกจากงานประจำเมื่ออายุ 35 ปี เพื่อทำร้านชานมจากแพชชันล้วนๆ ไม่มีพื้นฐานผู้ประกอบการ ไม่มีแผนธุรกิจซับซ้อน มีเพียงความชอบในการดื่มชา และโจทย์ง่ายๆ ว่า อยากทำอะไรสนุกๆ ที่คนจดจำได้
รัฐบาลไทยหนุนเต็มสูบ เปิดตัว “Thai Mall” ประตูใหม่สินค้าเกษตรไทยบุกโซเชียลอีคอมเมิร์ซจีน ท่ามกลางการแข่งขันด้านการค้าและอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนที่เข้มข้นขึ้นทุกปี รัฐบาลไทยเดินเกมรุกตลาดจีนอย่างจริงจัง ด้วยการเปิดตัวแพลตฟอร์ม “Thai Mall” ช่องทางใหม่ในการโปรโมทและจำหน่ายสินค้าเกษตรไทยผ่านโซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำของจีน เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2569 ได้มีพิธีเปิด Thai Mall อย่างเป็นทางการ พร้อมกิจกรรมใหญ่ “2026 THAI FESTIVAL MARKET – CHINESE NEW YEAR EDITION” ณ Stadium Lobby ห้าง Bravo BKK ซึ่งนับเป็นกิจกรรมสำคัญช่วงต้นปี ที่สะท้อนทิศทางใหม่ของการค้าสินค้าเกษตรไทย–จีนในยุคดิจิทัล
จีนสร้างประวัติศาสตร์ เกินดุลการค้าทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์ครั้งแรก ท่ามกลางแรงกดดันภาษีทรัมป์ แม้เศรษฐกิจโลกจะเผชิญความผันผวนจากนโยบายกีดกันทางการค้า และแรงกดดันด้านภาษีศุลกากรของสหรัฐอเมริกา แต่ จีนกลับสร้างสถิติใหม่ครั้งประวัติศาสตร์ ด้วยตัวเลขเกินดุลการค้าที่สูงที่สุดในโลก และสูงที่สุดเท่าที่ประเทศเคยทำมา เมื่อวันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา รัฐบาลจีนเปิดเผยตัวเลขการค้าในปี 2025 ระบุว่า จีนมีดุลการค้าเกินดุลสูงถึง 1.19 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 37.5 ล้านล้านบาท นับเป็นครั้งแรกที่ตัวเลขเกินดุลของจีนทะลุระดับ “ล้านล้านดอลลาร์” อย่างเป็นทางการ ตัวเลขดังกล่าวไม่เพียงทำลายสถิติเดิมในปี 2024 ที่อยู่ที่ 993,000 ล้านดอลลาร์ แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่า แรงกดดันจากนโยบายภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แทบไม่สามารถสกัดการค้าของจีนในภาพรวมได้