ข่าว

รัฐบาลไทยหนุนเต็มสูบ เปิดตัว “Thai Mall” ประตูใหม่สินค้าเกษตรไทยบุกโซเชียลอีคอมเมิร์ซจีน ท่ามกลางการแข่งขันด้านการค้าและอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนที่เข้มข้นขึ้นทุกปี รัฐบาลไทยเดินเกมรุกตลาดจีนอย่างจริงจัง ด้วยการเปิดตัวแพลตฟอร์ม “Thai Mall” ช่องทางใหม่ในการโปรโมทและจำหน่ายสินค้าเกษตรไทยผ่านโซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำของจีน เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2569 ได้มีพิธีเปิด Thai Mall อย่างเป็นทางการ พร้อมกิจกรรมใหญ่ “2026 THAI FESTIVAL MARKET – CHINESE NEW YEAR EDITION” ณ Stadium Lobby ห้าง Bravo BKK ซึ่งนับเป็นกิจกรรมสำคัญช่วงต้นปี ที่สะท้อนทิศทางใหม่ของการค้าสินค้าเกษตรไทย–จีนในยุคดิจิทัล
จีนสร้างประวัติศาสตร์ เกินดุลการค้าทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์ครั้งแรก ท่ามกลางแรงกดดันภาษีทรัมป์ แม้เศรษฐกิจโลกจะเผชิญความผันผวนจากนโยบายกีดกันทางการค้า และแรงกดดันด้านภาษีศุลกากรของสหรัฐอเมริกา แต่ จีนกลับสร้างสถิติใหม่ครั้งประวัติศาสตร์ ด้วยตัวเลขเกินดุลการค้าที่สูงที่สุดในโลก และสูงที่สุดเท่าที่ประเทศเคยทำมา เมื่อวันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา รัฐบาลจีนเปิดเผยตัวเลขการค้าในปี 2025 ระบุว่า จีนมีดุลการค้าเกินดุลสูงถึง 1.19 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 37.5 ล้านล้านบาท นับเป็นครั้งแรกที่ตัวเลขเกินดุลของจีนทะลุระดับ “ล้านล้านดอลลาร์” อย่างเป็นทางการ ตัวเลขดังกล่าวไม่เพียงทำลายสถิติเดิมในปี 2024 ที่อยู่ที่ 993,000 ล้านดอลลาร์ แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่า แรงกดดันจากนโยบายภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แทบไม่สามารถสกัดการค้าของจีนในภาพรวมได้
ททท.เปิดเกมบุกตลาดจีน จับมือ Tencent–WeTV–Sichuan TV ใช้คอนเทนต์วาไรตี้ ปั้นภาพจำ “ไทยยุคใหม่” ดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพ ตลาดท่องเที่ยวจีนกำลังกลับมาเป็น “สมรภูมิหลัก” ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอีกครั้ง และครั้งนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เลือกเปิดเกมด้วยกลยุทธ์ที่แตกต่างจากอดีต ไม่ใช่แค่การโฆษณาเชิญชวนเดินทาง แต่คือการ สร้างภาพจำใหม่ของประเทศไทยผ่านคอนเทนต์ระดับแพลตฟอร์มยักษ์ของจีน ททท. เดินหน้ารุกตลาดจีนอย่างจริงจัง ภายใต้แนวคิด “Trusted Thailand” จับมือ Tencent, WeTV และ Sichuan TV สร้างสรรค์รายการวาไรตี้ท่องเที่ยวและภาพยนตร์โฆษณา (TVC) เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นและเข้าถึงนักท่องเที่ยวจีนรุ่นใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับ “ประสบการณ์ คุณภาพ และความปลอดภัย”
จีนเปิดเกมเศรษฐกิจปี 2026 นักลงทุนไทยควรรับมืออย่างไร เมื่อจีนขยับจาก “ประเทศผู้ผลิต” สู่ “ผู้กำหนดเกมเศรษฐกิจโลก” ปี 2026 กำลังจะกลายเป็นปีสำคัญของเศรษฐกิจโลก ท่ามกลางสัญญาณชะลอตัวที่ยังเต็มไปด้วยความเสี่ยง จากแรงกดดันด้านภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า ภาษีนำเข้า และความไม่แน่นอนของนโยบายการเงินในประเทศเศรษฐกิจหลัก องค์การสหประชาชาติ (UN) ประเมินว่า เศรษฐกิจโลกในปี 2569 จะขยายตัวเพียง 2.7% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยก่อนโควิดที่ 3.2% สะท้อนว่าการฟื้นตัวยังเปราะบาง แม้สหรัฐฯ จะยังเติบโตได้ราว 2% และยุโรปที่ 1.3% แต่แรงส่งจากการค้าโลกเริ่มอ่อนแรง โดยการค้าโลกทั้งระบบคาดว่าจะเติบโตเพียง 2.2% ท่ามกลางภาพรวมที่ท้าทายนี้ “จีน” กำลังขยับหมากเศรษฐกิจครั้งใหญ่ และนี่คือสิ่งที่นักลงทุนและผู้ประกอบการไทยไม่ควรมองข้าม
จาก “สงครามประสิทธิภาพ” สู่ “สงครามคุณค่า” เกมค้าปลีกจีนกำลังเปลี่ยน ตลาดค้าปลีกจีนกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของประเทศ ไม่ว่าจะเป็น Meituan, JD.com และ Alibaba (Hema) พร้อมใจกันเร่งเปิดร้านค้าออฟไลน์อย่างจริงจังในช่วงปลายปี 2568 สะท้อนการปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่จากการแข่งขันด้าน “ความเร็วและราคา” ไปสู่การแข่งขันด้าน “คุณค่า ประสบการณ์ และคุณภาพสินค้า” เพียงวันที่ 19 ธันวาคม 2568 วันเดียว วงการค้าปลีกจีนต้องจับตาการเปิดร้านออฟไลน์พร้อมกันถึง 3 แห่ง Xiaoxiang Supermarket ของ Meituan เปิดร้านประสบการณ์ออฟไลน์แห่งแรกที่กรุงปักกิ่ง 7 FRESH ของ JD.com เปิดสาขาใหม่ที่มณฑลเหอเป่ย Hema เปิดสาขาแรกในเขตกว่างหมิง เมืองเซินเจิ้น ภาพที่เกิดขึ้นเหมือนกันคือ ผู้บริโภคต่อคิวยาวตั้งแต่เช้าจรดเย็น สะท้อนว่าร้านออฟไลน์ยังมีพลัง และกำลังกลับมาเป็นหัวใจใหม่ของเกมค้าปลีกจีน
ปี 2569 ทุเรียนไทยยังลงต่อ ราคาเหลือราว 90 บาท/กก. ส่งออกหด ตลาดจีนเดือด เวียดนามตีตื้นแย่งส่วนแบ่งอย่างจริงจัง ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทุเรียนไทย จากสินค้าเกษตรดาวเด่นที่เคยสร้างรายได้มหาศาลและมีอำนาจต่อรองสูงในตลาดจีน กำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งสำคัญ ทั้งจาก การแข่งขันในตลาดปลายทางที่รุนแรงขึ้น, มาตรฐานนำเข้าของจีนที่เข้มงวดต่อเนื่อง, และ ความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ ที่เริ่มกระทบทั้งปริมาณและคุณภาพผลผลิตอย่างเป็นรูปธรรม ปี 2569 จึงถูกมองว่าเป็นอีกหนึ่งปีหัวเลี้ยวหัวต่อของอุตสาหกรรมทุเรียนไทย หลังจากราคาทุเรียนสดในประเทศปรับลดลงแรงในปี 2568 จนหลุดระดับ 100 บาทต่อกิโลกรัมเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี และสัญญาณล่าสุดชี้ชัดว่า แนวโน้มดังกล่าวยังไม่จบง่าย แม้ไทยจะยังเป็นผู้ส่งออกทุเรียนอันดับหนึ่งในตลาดจีนก็ตาม
พาณิชย์ลุยจีนรับปี 2569 ดันสินค้าไทยขึ้น Tmall ใช้ Live Commerce เจาะผู้บริโภคจีนก่อนตรุษจีน กระทรวงพาณิชย์เดินเกมรุกตลาดจีนรับปี 2569 เร่งผลักดันสินค้าไทยบุกแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่อย่าง Tmall ผ่านกลยุทธ์ Live Commerce ร่วมกับ Influencer และ KOL จีน หวังยกระดับภาพลักษณ์สินค้าไทย สร้างยอดขาย และขยายโอกาสผู้ประกอบการไทยในตลาดจีนอย่างเป็นรูปธรรม ก่อนเทศกาลตรุษจีนซึ่งถือเป็นช่วงจับจ่ายสำคัญของผู้บริโภคจีน กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ให้ความสำคัญกับการนำ สินค้าไทยคุณภาพที่มีตราสัญลักษณ์มาตรฐาน ได้แก่ Thai SELECT, Thailand Trust Mart (TTM) และ PM Awards เข้าสู่ตลาดจีนผ่านช่องทางดิจิทัล โดยใช้รูปแบบการไลฟ์สตรีมมิ่งซึ่งเป็นพฤติกรรมการซื้อหลักของผู้บริโภคจีนในปัจจุบัน
เมื่อ “แก้วกาแฟ” กลายเป็นอัตลักษณ์ และจีนคือสนามใหญ่ที่คอกาแฟทั่วโลกจับตา ตลาดกาแฟโลกกำลังเปลี่ยนผ่านอย่างเงียบ ๆ แต่ลึกซึ้ง จากเครื่องดื่มที่เคยมีหน้าที่แค่ “ปลุกให้ตื่น” สู่สินค้าที่สะท้อนตัวตน ไลฟ์สไตล์ และอารมณ์ของผู้บริโภค และการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในยุโรปหรืออเมริกา แต่กำลังเกิดขึ้นพร้อมกันในเอเชีย โดยเฉพาะ “จีน” ตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ข้อมูลล่าสุดจาก “Café Amazon” สะท้อนภาพชัดว่า คนไทยกินกาแฟมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เฉลี่ย 1.2 แก้วต่อวัน เพิ่มขึ้นจากเมื่อ 3–4 ปีก่อนที่ยังไม่ถึง 1 แก้วต่อวัน ขณะเดียวกัน อายุเฉลี่ยของคนดื่มกาแฟก็ “ลดลง” อย่างต่อเนื่อง และพฤติกรรมการดื่มก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
ปั้นสินค้าไทยผ่าน Live Commerce ล่าเงินหยวนในยุคแพลตฟอร์มครองเมือง ท่ามกลางการแข่งขันทางการค้าที่รุนแรงขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะแรงกดดันจากสินค้าจีนที่ทะลักเข้ามาในหลายตลาด กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กำลังเดินหมากสำคัญ ด้วยการเร่งพาผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ “สนามออนไลน์จีน” อย่างเป็นระบบ ผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและ Live Commerce ซึ่งกำลังเป็นเครื่องมือทรงพลังที่สุดในการเข้าถึงผู้บริโภคจีนยุคใหม่ ล่าสุด นางสุภาพร สุขมาก รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า DITP โดยสำนักตลาดพาณิชย์ดิจิทัล ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเซี่ยงไฮ้ ได้จัดกิจกรรม “Openhouse & Sourcing Forum” ภายใต้โครงการส่งเสริมการขายสินค้าไทยผ่าน Live Commerce และ Influencer ในสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้พร้อมแข่งขันในตลาดออนไลน์จีนอย่างแท้จริง กิจกรรมดังกล่าว ไม่ได้เป็นเพียงเวทีให้ข้อมูลเชิงทฤษฎี แต่ถูกออกแบบให้ผู้ประกอบการไทย “เข้าใจจีนจากมุมผู้เล่นในตลาดจริง” โดยเชิญแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่อย่าง Tmall มาให้ความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างแพลตฟอร์ม กลไกการขาย พฤติกรรมผู้บริโภค และแนวทางการเปิดร้านค้าออนไลน์ในจีน พร้อมทั้งมีการถ่ายทอดประสบการณ์ตรงจากผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดจีน ขณะเดียวกัน ยังมีการบรรยายเชิงลึกเกี่ยวกับทิศทางการค้า เทรนด์ผู้บริโภค และโอกาสของสินค้าไทยในตลาดจีน จากผู้บริหารสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเซี่ยงไฮ้ รวมถึงสำนักตลาดพาณิชย์ดิจิทัล เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการมองภาพตลาดจีนได้ครบทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ