พาณิชย์เร่งดันผลไม้ไทยบุกตลาดโลก! ตั้งเป้าส่งออก 3.3 แสนล้านบาท ลุย 11 เมืองรองจีน ดันทุเรียนแตะ 1 ล้านตัน
พาณิชย์เดินหน้าปั้นผลไม้ไทยสู่ตลาดโลก ตั้งเป้าส่งออกโต 5%
กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ส่งออกผลไม้ไทยเชิงรุกในปี 2569 ตั้งเป้าส่งออกผลไม้สดและผลไม้แปรรูปให้มีมูลค่ารวม 332,500 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 5% จากปีก่อน พร้อมวางแผนยกระดับศักยภาพผลไม้ไทยในตลาดโลก โดยเฉพาะ “ทุเรียน” ที่ยังคงเป็นสินค้าส่งออกดาวเด่นของประเทศ
การผลักดันครั้งนี้ไม่เพียงมุ่งเพิ่มยอดส่งออกเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การตลาด โลจิสติกส์ การเจรจาการค้า และการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผลไม้ไทยในตลาดโลก
ตั้งเป้าส่งออกผลไม้ไทย 332,500 ล้านบาท รับดีมานด์ตลาดโลก
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผลไม้ไทยยังคงได้รับความนิยมจากผู้บริโภคทั่วโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งถือเป็นตลาดหลักของสินค้าเกษตรไทย
ปี 2569 กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจึงตั้งเป้าหมายส่งออกผลไม้สดและผลไม้แปรรูปรวมมูลค่า 332,500 ล้านบาท ผ่านยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่
- ขยายตลาดส่งออกใหม่
- เพิ่มประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์
- ส่งเสริมการค้าผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล
- เจรจาการค้าล่วงหน้า
- จับคู่ธุรกิจ (Business Matching)
- สร้างเครือข่ายผู้นำเข้าในต่างประเทศ
แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทย ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดโลก

“ทุเรียนไทย” ยังเป็นพระเอก ตั้งเป้าส่งออกทะลุ 1 ล้านตัน
หนึ่งในสินค้าที่ได้รับการผลักดันอย่างเต็มที่ คือ ทุเรียนไทย ซึ่งยังคงครองตำแหน่งผลไม้ส่งออกอันดับหนึ่งของประเทศ
คาดการณ์ว่าในปี 2569 ผลผลิตทุเรียนไทยจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 2.07 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้นกว่า 33% จากปีก่อน ทำให้ภาครัฐต้องเร่งขยายตลาดเพื่อรองรับผลผลิตที่เพิ่มขึ้น
เป้าหมายสำคัญ ได้แก่
- ผลักดันการส่งออกทุเรียนไทยสู่ตลาดโลก 1 ล้านตัน
- ขยายตลาดทั้งเมืองหลักและเมืองรอง
- เพิ่มช่องทางจำหน่ายผ่านออนไลน์และออฟไลน์
- สร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพและมาตรฐานสินค้า
การเดินเกมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าทุเรียนยังเป็นสินค้าหลักที่ช่วยสร้างรายได้ให้ภาคการส่งออกไทยอย่างต่อเนื่อง
บุก 11 เมืองรองจีน ขยายฐานผู้บริโภคใหม่
แม้ว่าจีนยังคงเป็นตลาดส่งออกทุเรียนไทยอันดับหนึ่ง แต่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศมองว่า โอกาสในการเติบโตยังมีอีกมาก โดยเฉพาะในเมืองรองที่กำลังมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ปีนี้จึงวางแผนขยายตลาดสู่ 11 เมืองรองของจีน ได้แก่
- หยินชวน
- ยวี่ซี
- อูรุมชี
- หนานชาง
- ไป่เช่อ
- หลิ่วโจว
- ฉางซา
- ซัวเถา
- หางโจว
- เจิ้งโจว
- ต้าเหลียน
เมืองเหล่านี้ถือเป็นตลาดใหม่ที่มีจำนวนประชากรมหาศาล รายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และยังมีโอกาสขยายการบริโภคผลไม้คุณภาพจากต่างประเทศอีกมาก

ใช้ Live Commerce และ KOL เจาะผู้บริโภคจีนยุคใหม่
นอกจากการขยายตลาดผ่านผู้นำเข้าแล้ว ภาครัฐยังเตรียมผลักดันผลไม้ไทยเข้าสู่ Live Commerce ซึ่งกำลังเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญของการค้าปลีกจีน
แผนการตลาดประกอบด้วย
- ถ่ายทอดสดขายสินค้า (Live Streaming)
- ใช้ KOL และ Influencer จีนรีวิวสินค้า
- โปรโมตผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ
- ทำแคมเปญออนไลน์ควบคู่กับหน้าร้าน
ปัจจุบันผู้บริโภคจีนจำนวนมากนิยมซื้อผลไม้ผ่านการไลฟ์สด เนื่องจากสามารถเห็นคุณภาพสินค้าแบบเรียลไทม์ พร้อมรับโปรโมชั่นพิเศษ จึงเป็นช่องทางสำคัญที่ช่วยเพิ่มยอดขายได้อย่างรวดเร็ว
เร่งพัฒนาโลจิสติกส์ ลดเวลาขนส่งผลไม้เข้าสู่จีน
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของการส่งออกผลไม้ คือระบบขนส่ง
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจึงเร่งประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะเวียดนามและจีน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้า
มาตรการสำคัญ ได้แก่
- ขยายเวลาเปิด-ปิดด่านชายแดน
- ลดความแออัดของรถบรรทุกผลไม้
- เพิ่มความรวดเร็วในการผ่านพิธีการศุลกากร
- พัฒนาระบบโลจิสติกส์เชื่อมจีนตอนใต้
นอกจากนี้ ยังมีการลงพื้นที่สำรวจเส้นทางขนส่งผ่าน ด่านหูหงิ–โหย่วอี้กวน ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางหลักสำหรับการส่งออกผลไม้ไทยเข้าสู่จีน
ตัวเลขส่งออกผลไม้เริ่มฟื้น ทุเรียนยังเติบโตโดดเด่น
ข้อมูลล่าสุดสะท้อนว่า ภาคการส่งออกผลไม้ไทยเริ่มกลับมาฟื้นตัวอย่างชัดเจน
สินค้าดาวรุ่งในช่วงที่ผ่านมา ได้แก่
- ทุเรียน เติบโต 109.5%
- เงาะ เติบโต 92.8%
- ลิ้นจี่ เติบโต 70%
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงความต้องการผลไม้ไทยที่ยังแข็งแกร่งในตลาดต่างประเทศ และเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อภาคการเกษตรของไทย

เดินหน้าจัดกิจกรรมการตลาดทั่วจีน
นอกจากการเจาะตลาดเมืองรองแล้ว ยังเตรียมจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง ได้แก่
- Thai Tropical Fruits Golden Months
- Business Matching
- Trade Mission
- Trade Fair
- In-Store Promotion
พร้อมร่วมมือกับห้างสรรพสินค้า ผู้นำเข้า ร้านค้าท้องถิ่น และผู้มีอิทธิพลบนโลกออนไลน์ เพื่อเพิ่มการรับรู้และกระตุ้นยอดขายผลไม้ไทยในจีน
ผลไม้ไทยยังมีโอกาสเติบโต หากรุกตลาดเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง
ภาพรวมของยุทธศาสตร์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า กระทรวงพาณิชย์กำลังปรับรูปแบบการส่งออกผลไม้ไทยจากการรอคำสั่งซื้อ มาเป็นการทำตลาดเชิงรุกที่ครอบคลุมทั้งออฟไลน์และออนไลน์
การขยายตลาดสู่เมืองรองของจีน การใช้ Live Commerce การพัฒนาโลจิสติกส์ และการสร้างเครือข่ายกับผู้นำเข้า จะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของผลไม้ไทยในระยะยาว
หากแผนทั้งหมดสามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมาย ไทยมีโอกาสผลักดันมูลค่าการส่งออกผลไม้แตะ 332,500 ล้านบาท พร้อมดันทุเรียนไทยส่งออก 1 ล้านตัน และรักษาตำแหน่งผู้นำผลไม้คุณภาพในตลาดจีนและตลาดโลกได้อย่างแข็งแกร่ง





