จากปลาไทยสู่ตลาดพรีเมียมจีน SMEs ลุยเซี่ยงไฮ้ ขยายโอกาสส่งออก

SMEs ปลาไทยบุกเซี่ยงไฮ้ ใช้ FTA เปิดทางเจาะตลาดจีน ดันสินค้าไทยจากทะเลสู่ตลาดพรีเมียม

ตลาดอาหารและสินค้าเกษตรของจีนยังคงเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของผู้ส่งออกไทย โดยเฉพาะกลุ่มปลาและผลิตภัณฑ์แปรรูปที่ไทยมีทั้งฐานการผลิต ความหลากหลายของสินค้า และศักยภาพในการต่อยอดสู่ตลาดที่มีมูลค่าสูงขึ้น
ล่าสุด กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ (DTN) เดินหน้าผลักดันผู้ประกอบการ SMEs ไทยเข้าสู่ตลาดจีน นำผู้ประกอบการปลาและผลิตภัณฑ์ปลาจำนวน 10 ราย เดินทางสู่นครเซี่ยงไฮ้ เพื่อสำรวจตลาด จับคู่ธุรกิจกับผู้นำเข้าจีน และศึกษาทิศทางอุตสาหกรรมอาหารทะเลผ่านงาน World Seafood Shanghai (SIFSE) 2026
อีกหนึ่งแต้มต่อสำคัญคือสิทธิประโยชน์ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน–จีน (ACFTA) และ RCEP ซึ่งช่วยลดภาระภาษีสำหรับสินค้าที่เข้าเงื่อนไข และเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยแข่งขันในตลาดจีนได้มากขึ้น

10 SMEs ไทยลุยเซี่ยงไฮ้ ศึกษาตลาดก่อนเดินเกมส่งออก

นายธัชชญาน์พล อภิมนต์เตชบุตร รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้นำผู้ประกอบการ SMEs ที่ผ่านการคัดเลือกจำนวน 10 ราย ภายใต้โครงการ “ส่งเสริมสินค้าเกษตร เติบโตอย่างยั่งยืนด้วย FTA (ปลาและผลิตภัณฑ์ปลา)” ลงพื้นที่ศึกษาศักยภาพตลาดในนครเซี่ยงไฮ้
หนึ่งในกิจกรรมสำคัญคือการสำรวจช่องทางค้าปลีกของจีน โดยเข้าเยี่ยมชมทั้ง Ole’ Supermarket ซึ่งเน้นกลุ่มผู้บริโภคระดับพรีเมียม และ Metro Supermarket ซึ่งเป็นช่องทางค้าปลีกและค้าส่งขนาดใหญ่ที่มีฐานลูกค้าครอบคลุมทั้งครัวเรือนและภาคธุรกิจ
สิ่งที่ผู้ประกอบการไทยต้องศึกษาไม่ได้มีเพียงว่าสินค้าชนิดใดขายดี แต่รวมถึงระดับราคา ขนาดบรรจุภัณฑ์ รูปแบบสินค้า มาตรฐาน ฉลาก ตำแหน่งทางการตลาด และพฤติกรรมการเลือกซื้อของผู้บริโภคจีน
ข้อมูลเหล่านี้สามารถนำกลับมาใช้ปรับสินค้าไทยให้เหมาะกับตลาดจีนมากขึ้น แทนการนำสินค้าที่ประสบความสำเร็จในประเทศไทยไปจำหน่ายในจีนโดยไม่ปรับกลยุทธ์

จับคู่ธุรกิจกับผู้นำเข้าจีนกว่า 18 บริษัท

อีกหัวใจสำคัญของโครงการคือกิจกรรม Business Matching ซึ่งเปิดโอกาสให้ SMEs ไทยพบและเจรจากับพันธมิตรและผู้นำเข้าจีนมากกว่า 18 บริษัท
กลุ่มคู่ค้าครอบคลุมทั้งตัวแทนกระจายสินค้า ร้านอาหาร และแพลตฟอร์มการค้า ทำให้ผู้ประกอบการไทยสามารถมองเห็นช่องทางเข้าสู่ตลาดจีนได้หลายรูปแบบ
สินค้าที่นำไปนำเสนอมีตั้งแต่ปลาทะเลสด ปลาแช่เย็น ปลาแช่แข็ง ไปจนถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปอย่างน้ำปลา น้ำปลาร้า และขนมอบกรอบจากผลิตภัณฑ์ปลา
ความหลากหลายดังกล่าวสะท้อนโอกาสของไทยที่ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการส่งออกวัตถุดิบ แต่สามารถต่อยอดไปสู่สินค้าอาหารแปรรูปและผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นได้
 
 
 

จาก “ขายปลา” สู่การขายสินค้าอาหารมูลค่าเพิ่ม

หากมองในเชิงยุทธศาสตร์ โอกาสของผู้ประกอบการไทยในจีนอาจไม่ได้อยู่ที่การแข่งขันด้วยราคาของวัตถุดิบเพียงอย่างเดียว
สินค้าประมงเป็นตลาดที่มีผู้ผลิตและผู้ส่งออกรายใหญ่จากหลายประเทศ การแข่งขันด้านต้นทุนเพียงอย่างเดียวจึงอาจเป็นเรื่องยากสำหรับ SMEs ไทย
สิ่งที่สามารถสร้างความแตกต่างได้คือการแปรรูป การสร้างแบรนด์ บรรจุภัณฑ์ ความสะดวกในการรับประทาน รสชาติแบบไทย และการพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคเฉพาะกลุ่ม
น้ำปลา น้ำปลาร้า ขนมจากปลา หรือ Ready-to-Eat และ Ready-to-Cook จึงอาจมีศักยภาพในการสร้างมูลค่าต่อหน่วยสูงกว่าการแข่งขันในตลาดวัตถุดิบเพียงอย่างเดียว

บุก SIFSE 2026 ดูเทรนด์อาหารทะเลระดับโลก

ผู้ประกอบการไทยยังได้เข้าร่วมงาน World Seafood Shanghai หรือ SIFSE 2026 ที่ศูนย์แสดงสินค้านานาชาติ SNIEC ในนครเซี่ยงไฮ้
งานดังกล่าวเป็นเวทีสำคัญของอุตสาหกรรมประมงและอาหารทะเล โดยมีผู้แสดงสินค้ากว่า 3,000 รายจากทั่วโลก ครอบคลุมตั้งแต่ผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ อาหารทะเลแปรรูป เทคโนโลยีการผลิต ไปจนถึงนวัตกรรมด้านบรรจุภัณฑ์
สำหรับ SMEs ไทย ประโยชน์ของการเข้าร่วมงานจึงไม่ได้มีเพียงการหาผู้ซื้อ แต่ยังเป็นโอกาสในการดูว่าคู่แข่งกำลังขายอะไร สินค้าประเภทใดกำลังเติบโต รูปแบบบรรจุภัณฑ์เปลี่ยนไปอย่างไร และผู้ประกอบการระดับโลกกำลังพัฒนาสินค้าไปในทิศทางใด
ข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญต่อการวางแผนพัฒนาสินค้าไทยในระยะยาว
 
 
 
 

จีนเป็นตลาดปลาไทย มูลค่านำเข้ากว่า 75 ล้านดอลลาร์

จีนถือเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของปลาและผลิตภัณฑ์ปลาจากประเทศไทย โดยข้อมูลที่กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศระบุว่า ในปี 2568 จีนมีมูลค่านำเข้าสินค้ากลุ่มดังกล่าวจากไทยมากกว่า 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ขนาดตลาดของจีนประกอบกับฐานผู้บริโภคจำนวนมาก ทำให้ยังมีพื้นที่สำหรับการขยายตัว โดยเฉพาะหากผู้ประกอบการสามารถเจาะตลาดเฉพาะกลุ่มและช่องทางจำหน่ายที่เหมาะสมได้
นครเซี่ยงไฮ้ยิ่งมีความน่าสนใจ เพราะเป็นเมืองเศรษฐกิจขนาดใหญ่ มีผู้บริโภคกำลังซื้อสูง และมีช่องทางจำหน่ายตั้งแต่ซูเปอร์มาร์เก็ตพรีเมียม ร้านอาหาร ไปจนถึงแพลตฟอร์มออนไลน์
สำหรับแบรนด์ไทย การเข้าสู่เซี่ยงไฮ้จึงสามารถใช้เป็นทั้งตลาดปลายทางและพื้นที่ทดสอบสินค้า ก่อนพิจารณาขยายไปยังเมืองอื่นของจีน
 

FTA อาเซียน–จีน และ RCEP เป็นแต้มต่อสำคัญ

อีกหนึ่งเครื่องมือที่ผู้ประกอบการไทยสามารถนำมาใช้เพิ่มความสามารถในการแข่งขันคือความตกลงการค้าเสรี
ทั้ง ACFTA และ RCEP เปิดโอกาสให้สินค้าที่เข้าเงื่อนไขสามารถใช้สิทธิพิเศษทางภาษี โดยสินค้าปลาและผลิตภัณฑ์ปลาหลายรายการได้รับสิทธิภาษีในระดับ 0%
ต้นทุนภาษีที่ลดลงสามารถช่วยให้ผู้ประกอบการมีพื้นที่ในการกำหนดราคามากขึ้น หรือใช้ส่วนต่างดังกล่าวในการลงทุนด้านการตลาด บรรจุภัณฑ์ และการพัฒนาสินค้า
อย่างไรก็ตาม การมี FTA ไม่ได้หมายความว่าสินค้าทุกชนิดจะได้รับภาษี 0% โดยอัตโนมัติ ผู้ส่งออกยังต้องตรวจสอบพิกัดศุลกากร กฎถิ่นกำเนิดสินค้า เอกสารรับรอง และเงื่อนไขของสินค้ารายการนั้น ๆ ก่อนใช้สิทธิ
 

ภาษี 0% ไม่ได้หมายความว่าเข้าสู่จีนได้ทันที

นี่เป็นประเด็นสำคัญสำหรับ SMEs ที่ต้องการเข้าสู่ตลาดจีน
แม้ FTA จะช่วยลดภาษีนำเข้า แต่การเข้าสู่ตลาดยังมีเงื่อนไขอื่น ทั้งมาตรฐานอาหาร ความปลอดภัย การขึ้นทะเบียน ฉลากภาษาจีน เอกสารรับรอง และข้อกำหนดสำหรับสินค้าเกษตรและอาหารแต่ละประเภท
ดังนั้น “FTA” ควรถูกมองเป็นเครื่องมือช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน มากกว่าจะเป็นคำตอบทั้งหมดของการส่งออก
ผู้ประกอบการที่มีทั้งสิทธิภาษี สินค้าตรงกับตลาด ผ่านมาตรฐาน และมีพันธมิตรจำหน่ายที่แข็งแรง ย่อมมีโอกาสเปลี่ยนแต้มต่อทางภาษีให้กลายเป็นยอดขายจริงได้มากกว่า
 
 

SMEs ไทยต้องเข้าใจว่าผู้บริโภคจีนต้องการอะไร

หนึ่งในเหตุผลที่กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศนำผู้ประกอบการไปสำรวจซูเปอร์มาร์เก็ตจริง คือการทำให้เห็นตลาดจากมุมผู้บริโภค ไม่ใช่เพียงจากมุมผู้ผลิต
สินค้าที่ขายดีในประเทศไทยอาจไม่ตรงกับพฤติกรรมของผู้บริโภคจีนเสมอไป
ทั้งรสชาติ ขนาดสินค้า รูปแบบบรรจุภัณฑ์ ราคา วิธีปรุง และช่องทางการซื้อ ล้วนสามารถส่งผลต่อการตัดสินใจ
ผู้ประกอบการจึงต้องตอบให้ได้ว่า สินค้าของตัวเองกำลังขายให้ใคร เป็นสินค้าสำหรับครัวเรือน ร้านอาหาร กลุ่มพรีเมียม คนรุ่นใหม่ หรือผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวก
เมื่อกำหนดกลุ่มเป้าหมายชัด การออกแบบสินค้าและกลยุทธ์ราคาก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น
 

ตลาดพรีเมียมอาจเป็นช่องทางที่น่าสนใจสำหรับสินค้าไทย

การสำรวจ Ole’ Supermarket มีนัยสำคัญในอีกด้าน เพราะทำให้ผู้ประกอบการเห็นภาพตลาดผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูง
สำหรับ SMEs ไทยที่ไม่สามารถแข่งขันด้านปริมาณกับผู้ผลิตรายใหญ่ การวางตำแหน่งสินค้าในกลุ่ม Premium หรือ Specialty Food อาจเป็นอีกทางเลือก
สินค้าไทยสามารถใช้จุดขายด้านวัตถุดิบ รสชาติ เอกลักษณ์อาหารไทย กระบวนการผลิต และเรื่องราวของแบรนด์เพื่อสร้างความแตกต่าง
หากสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ ผู้ประกอบการก็ไม่จำเป็นต้องแข่งขันกับสินค้าราคาถูกโดยตรง
 
 

ตลาดจีนใหญ่ แต่คู่แข่งก็มาจากทั่วโลก

การเข้าร่วม SIFSE 2026 ยังทำให้เห็นอีกด้านของตลาดว่า จีนไม่ได้เป็นโอกาสสำหรับไทยเพียงประเทศเดียว
ผู้ผลิตอาหารทะเลจากทั่วโลกต่างต้องการเข้าถึงผู้บริโภคจีน ทำให้ผู้ประกอบการไทยต้องแข่งขันทั้งด้านราคา คุณภาพ ความปลอดภัย นวัตกรรม และความสามารถในการส่งมอบสินค้าอย่างต่อเนื่อง
การมีสินค้าที่ดีจึงเป็นเพียงจุดเริ่มต้น
สิ่งที่ต้องตามมาคือการสร้างแบรนด์ การหาพันธมิตรที่เหมาะสม การบริหารโลจิสติกส์ และการเข้าใจช่องทางการขายของจีน
โดยเฉพาะ SMEs ที่มีทรัพยากรจำกัด การเลือกตลาดและกลุ่มลูกค้าที่ชัดเจนอาจมีความสำคัญกว่าการพยายามเข้าถึงตลาดจีนทั้งหมดในครั้งเดียว
 

Business Matching ต้องต่อยอดให้กลายเป็นคำสั่งซื้อจริง

การจับคู่กับบริษัทจีนกว่า 18 รายเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ แต่ตัวชี้วัดที่แท้จริงคือจำนวนความร่วมมือที่สามารถพัฒนาไปสู่ธุรกิจหลังจบโครงการ
ผู้ประกอบการจำเป็นต้องติดตามคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งการส่งตัวอย่างสินค้า เจรจาราคา ปรับบรรจุภัณฑ์ ตรวจสอบมาตรฐาน และพัฒนาเงื่อนไขการจัดส่งให้เหมาะสม
ในหลายกรณี การเจรจาครั้งแรกอาจยังไม่เกิดคำสั่งซื้อทันที แต่สามารถนำไปสู่ข้อมูลตลาดที่มีคุณค่าและช่วยให้ผู้ประกอบการปรับสินค้าได้ตรงกับความต้องการมากขึ้น
ดังนั้น ความสำเร็จของ Business Matching ไม่ควรวัดเฉพาะจำนวนครั้งที่พบกัน แต่ควรวัดจากดีลที่เกิดขึ้นและมูลค่าการส่งออกในระยะต่อไปด้วย
 

จากเซี่ยงไฮ้ สู่โอกาสขยายปลาไทยในตลาดจีน

การนำ SMEs ปลาและผลิตภัณฑ์ปลาไทยจำนวน 10 รายเข้าสู่เซี่ยงไฮ้ครั้งนี้ สะท้อนแนวทางการส่งเสริมการส่งออกที่มากกว่าการพาผู้ประกอบการไปออกงานแสดงสินค้า
แต่เป็นการเชื่อมตั้งแต่การศึกษาผู้บริโภค สำรวจช่องทางจำหน่าย พบคู่ค้า ไปจนถึงศึกษาคู่แข่งและแนวโน้มอุตสาหกรรมระดับโลก
ขณะเดียวกัน FTA อาเซียน–จีนและ RCEP เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มแต้มต่อให้สินค้าไทยผ่านสิทธิประโยชน์ด้านภาษี เมื่อผู้ประกอบการปฏิบัติตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง
หาก SMEs ไทยสามารถนำข้อมูลจากตลาดจริงมาปรับสินค้า ใช้สิทธิ FTA อย่างถูกต้อง ผ่านมาตรฐานจีน และต่อยอดการจับคู่ธุรกิจไปสู่คำสั่งซื้อได้ การเดินทางสู่เซี่ยงไฮ้ครั้งนี้อาจไม่ใช่เพียงกิจกรรมส่งเสริมการค้า แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างตลาดระยะยาวให้ปลาและผลิตภัณฑ์ปลาไทยในจีน
สำหรับประเทศไทย โอกาสสำคัญจึงไม่ใช่แค่การ “ส่งปลาไปจีนให้มากขึ้น” แต่คือการทำให้ปลาไทยถูกแปรรูป สร้างแบรนด์ และเพิ่มมูลค่าก่อนส่งออก เพื่อให้รายได้จากตลาดจีนกลับเข้าสู่ผู้ประกอบการและห่วงโซ่การผลิตของไทยมากขึ้น

อยากปรึกษาเรื่องเจาะตลาดจีนด้วยการโฆษณาออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการทำ Baidu Search และการทำการตลาดบน RED NOTE (小红书 / Xiaohongshu) เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายลูกค้าคนจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยแพลตฟอร์มที่คนจีนใช้งานมากที่สุด Baidu Search Engine #1 ของคนจีนที่มีผู้ใช้มากกว่า 1,700 ล้านคน และ RED (Xiaohongshu) ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในกลุ่มผู้บริโภคชาวจีน ปรึกษาได้ที่กดคลิ๊กที่นี่ → We Bridge Marketing Solution
#บุกตลาดจีน #ตลาดจีน #XHS #小红书 #REDNOTE

Share with your network!
Facebook
Threads
X
LinkedIn