TCP รุกจีนตะวันตกเต็มสูบ ใช้เสฉวนฐานผลิตหลัก ลงทุนกว่า 2.1 หมื่นล้านบาท

TCP ปักหมุดเสฉวนฐานผลิตยุทธศาสตร์จีนตะวันตก ลงทุนสะสมกว่า 2.1 หมื่นล้าน เดินเกม “In China, For China” รุกตลาดระยะยาว

TCP เดินหน้าขยายการลงทุนในจีน วางเสฉวนเป็นศูนย์กลางธุรกิจฝั่งตะวันตก

กลุ่มธุรกิจ TCP เดินหน้าตอกย้ำยุทธศาสตร์การลงทุนระยะยาวในประเทศจีน โดยยกให้มณฑลเสฉวนเป็นหนึ่งในฐานการผลิตและกระจายสินค้าที่สำคัญ เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดจีนตะวันตก ซึ่งกำลังมีบทบาทต่อเศรษฐกิจและกำลังซื้อของประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบัน TCP มีมูลค่าการลงทุนสะสมในจีนมากกว่า 4.36 พันล้านหยวน หรือประมาณ 21,000 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งสำนักงานใหญ่ประจำประเทศจีนในกรุงปักกิ่ง และฐานการผลิตอีก 2 แห่ง ได้แก่ เมืองเน่ยเจียง มณฑลเสฉวน และเมืองหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง
การลงทุนดังกล่าวสะท้อนว่า TCP ไม่ได้มองจีนเป็นเพียงตลาดสำหรับส่งสินค้าเข้าไปจำหน่าย แต่กำลังสร้างฐานธุรกิจครบวงจร ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การผลิต การกระจายสินค้า ไปจนถึงการสร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภคและชุมชนในพื้นที่

จีนตะวันตกกำลังกลายเป็นตลาดยุทธศาสตร์ใหม่

ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติจำนวนมากมักให้ความสำคัญกับเมืองเศรษฐกิจขนาดใหญ่บริเวณชายฝั่งตะวันออกของจีน เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางโจว และเซินเจิ้น
อย่างไรก็ตาม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเศรษฐกิจในภูมิภาคตะวันตกของจีนกำลังเปิดโอกาสใหม่ให้ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะมณฑลเสฉวน ซึ่งมีนครเฉิงตูเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี โลจิสติกส์ และการบริโภค
สำหรับ TCP การวางฐานผลิตในเมืองเน่ยเจียงช่วยให้บริษัทสามารถเข้าถึงตลาดฝั่งตะวันตกของจีนได้รวดเร็วขึ้น พร้อมลดระยะทางและต้นทุนในการขนส่งสินค้าจากภูมิภาคอื่น
นอกจากนี้ เสฉวนยังสามารถเชื่อมโยงไปยังมณฑลและเมืองสำคัญในพื้นที่ใกล้เคียง ทำให้มีศักยภาพเป็นฐานกระจายสินค้าสำหรับตลาดขนาดใหญ่ที่ยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก

ลงทุนในจีนกว่า 2.1 หมื่นล้านบาท สร้างเครือข่ายธุรกิจครบระบบ

โครงสร้างการลงทุนของ TCP ในจีนประกอบด้วย 3 พื้นที่สำคัญ ได้แก่
  1. สำนักงานใหญ่ประจำประเทศจีนในกรุงปักกิ่ง ทำหน้าที่กำหนดทิศทางธุรกิจ บริหารแบรนด์ และประสานงานในระดับประเทศ
  2. ฐานการผลิตเมืองเน่ยเจียง มณฑลเสฉวน รองรับตลาดจีนตะวันตกและทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้าในภูมิภาค
  3. ฐานการผลิตเมืองหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซี เชื่อมโยงตลาดจีนตอนใต้และมีความใกล้ชิดกับภูมิภาคอาเซียน
โครงสร้างดังกล่าวช่วยให้บริษัทสามารถบริหารตลาดจีนได้หลากหลายพื้นที่ พร้อมกระจายความเสี่ยงด้านการผลิตและโลจิสติกส์
ขณะเดียวกัน การมีฐานผลิตในประเทศยังช่วยให้บริษัทตอบสนองความต้องการของตลาดได้รวดเร็วกว่าการพึ่งพาการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเพียงอย่างเดียว
 
 
 

 

ยึดกลยุทธ์ “In China, For China” ผลิตในจีนเพื่อตลาดจีน

หนึ่งในหลักคิดสำคัญของ TCP คือแนวทาง “In China, For China” หรือ “ในจีน เพื่อจีน”
แนวคิดดังกล่าวหมายถึงการดำเนินธุรกิจโดยยึดตลาดและผู้บริโภคจีนเป็นศูนย์กลาง ไม่ใช่เพียงนำสินค้าจากประเทศไทยเข้าไปขายในรูปแบบเดิม
บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาในหลายมิติ ได้แก่
  • ศึกษาพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคจีน
  • พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับรสนิยมในแต่ละพื้นที่
  • สร้างนวัตกรรมสินค้าและบรรจุภัณฑ์
  • ใช้ฐานการผลิตภายในประเทศจีน
  • พัฒนาช่องทางจำหน่ายให้สอดคล้องกับตลาดท้องถิ่น
  • สร้างพันธมิตรในห่วงโซ่อุปทานของจีน
แนวทางนี้ช่วยให้ TCP สามารถปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้รวดเร็ว และสร้างความผูกพันกับผู้บริโภคได้ลึกกว่าการเป็นเพียงแบรนด์ต่างชาติ
 
 

ความสัมพันธ์กับตลาดจีนยาวนานกว่า 33 ปี

เส้นทางของ TCP ในประเทศจีนเริ่มต้นมานานกว่า 3 ทศวรรษ นับตั้งแต่คุณเฉลียว อยู่วิทยา ผู้ก่อตั้งธุรกิจและเจ้าของเครื่องหมายการค้าเรดบูล ได้จัดตั้งโรงงานผลิตเครื่องดื่ม “หงหนิว” แห่งแรกในมณฑลไห่หนานเมื่อปี 2536
จากจุดเริ่มต้นดังกล่าว บริษัทได้ขยายการลงทุน การผลิต และเครือข่ายตลาดในจีนอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันจีนกลายเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของกลุ่มธุรกิจ TCP
ประสบการณ์มากกว่า 33 ปีทำให้บริษัทมีความเข้าใจทั้งด้านพฤติกรรมผู้บริโภค ระบบการค้า กฎระเบียบ และวัฒนธรรมการทำธุรกิจของจีน
ความเข้าใจในตลาดอย่างลึกซึ้งจึงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้บริษัทสามารถสร้างการเติบโตในระยะยาวได้
 
 
 
 

การลงทุนระยะยาวต้องมองมากกว่าขนาดตลาด

TCP มองว่า การตัดสินใจลงทุนในต่างประเทศไม่ควรพิจารณาเพียงจำนวนประชากรหรือมูลค่าตลาดเท่านั้น แต่ต้องประเมินองค์ประกอบของระบบนิเวศการลงทุนอย่างรอบด้าน
ปัจจัยสำคัญประกอบด้วย
  • ความชัดเจนและความต่อเนื่องของนโยบายภาครัฐ
  • ประสิทธิภาพของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • ความพร้อมของบุคลากร
  • ระบบโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์
  • ความแข็งแกร่งของพันธมิตรทางธุรกิจ
  • ความพร้อมของห่วงโซ่อุปทาน
  • ความเข้าใจต่อผู้บริโภคในพื้นที่
  • ความสามารถในการสร้างความร่วมมือกับชุมชน
มุมมองดังกล่าวสะท้อนว่า การเติบโตอย่างยั่งยืนไม่สามารถสร้างขึ้นด้วยเงินลงทุนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยระบบสนับสนุนที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถดำเนินงานได้อย่างมั่นคงและต่อเนื่อง
 

เสฉวนมีจุดแข็งทั้งโครงสร้างพื้นฐานและบุคลากร

หนึ่งในเหตุผลที่ TCP เลือกมณฑลเสฉวนเป็นฐานยุทธศาสตร์ คือความพร้อมของพื้นที่ในหลายด้าน
เสฉวนมีโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถเชื่อมโยงเมืองและมณฑลต่าง ๆ ในจีนตะวันตก พร้อมมีบุคลากรจำนวนมากและมีฐานผู้บริโภคขนาดใหญ่
จุดแข็งที่สำคัญ ได้แก่
  • ระบบคมนาคมและโลจิสติกส์ที่พัฒนาต่อเนื่อง
  • การเชื่อมโยงทางรถไฟและเส้นทางขนส่งระหว่างภูมิภาค
  • ฐานแรงงานและบุคลากรที่มีศักยภาพ
  • ตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่
  • หน่วยงานท้องถิ่นที่ให้ความสำคัญกับการลงทุน
  • ระบบซัพพลายเชนที่สามารถรองรับภาคการผลิต
  • การเติบโตของเมืองรองและเขตเศรษฐกิจใหม่
องค์ประกอบเหล่านี้ช่วยให้เสฉวนมีศักยภาพในการรองรับการลงทุนระยะยาว โดยเฉพาะธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคที่ต้องอาศัยการกระจายสินค้าครอบคลุมพื้นที่กว้าง
 
 

 

ฐานผลิตเน่ยเจียงช่วยดึงซัพพลายเชนและสร้างงานในพื้นที่

การลงทุนของ TCP ในเมืองเน่ยเจียงไม่ได้สร้างผลกระทบเฉพาะต่อบริษัทเท่านั้น แต่ยังช่วยดึงดูดผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานให้เข้ามาลงทุนในพื้นที่มากขึ้น
เมื่อมีฐานการผลิตขนาดใหญ่ ย่อมเกิดความต้องการด้านวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ ระบบขนส่ง คลังสินค้า เครื่องจักร การซ่อมบำรุง และบริการสนับสนุนอื่น ๆ
ผลที่เกิดขึ้น ได้แก่
  • การสร้างงานให้ประชาชนในท้องถิ่น
  • การพัฒนาทักษะแรงงาน
  • การเพิ่มรายได้และการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ
  • การขยายตัวของผู้ประกอบการในซัพพลายเชน
  • การยกระดับมาตรฐานการผลิตในพื้นที่
  • การสร้างโอกาสให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก
รูปแบบดังกล่าวสะท้อนว่าการลงทุนจากต่างประเทศสามารถสร้างผลประโยชน์ร่วมให้ทั้งนักลงทุน ภาครัฐ และเศรษฐกิจท้องถิ่นได้ หากออกแบบการดำเนินงานอย่างเหมาะสม

 

สร้างคุณค่าร่วม 4 ด้าน มากกว่าการทำกำไร

TCP วางแนวทางการลงทุนที่ยั่งยืนผ่านการสร้างคุณค่าร่วมใน 4 ด้านสำคัญ

1. การเติบโตทางเศรษฐกิจ

การสร้างฐานการผลิตและการจ้างงานช่วยเพิ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่ พร้อมเชื่อมโยงผู้ประกอบการท้องถิ่นเข้าสู่ห่วงโซ่ธุรกิจ

2. การพัฒนานวัตกรรม

บริษัทพัฒนาผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิต และรูปแบบธุรกิจให้ตอบโจทย์ตลาดจีน ซึ่งช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง

3. การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน

การดำเนินธุรกิจระหว่างไทยและจีนช่วยส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ความรู้ และประสบการณ์ของบุคลากรทั้งสองประเทศ

4. การพัฒนาชุมชน

TCP ให้ความสำคัญกับกิจกรรมด้านการศึกษาและการพัฒนาศักยภาพเยาวชน เพื่อช่วยสร้างรากฐานทางสังคมและบุคลากรให้กับชุมชนในระยะยาว
แนวคิดนี้ทำให้การลงทุนไม่ได้วัดความสำเร็จจากรายได้หรือกำไรเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นต่อสังคมและพื้นที่ที่บริษัทเข้าไปดำเนินธุรกิจ

 

การเข้าใจผู้บริโภคจีนเป็นหัวใจสำคัญ

ตลาดจีนมีความหลากหลายสูง ทั้งด้านรสนิยม พฤติกรรมการบริโภค รายได้ และวัฒนธรรมของแต่ละภูมิภาค
ผู้บริโภคในจีนตะวันตกอาจมีความต้องการและพฤติกรรมแตกต่างจากผู้บริโภคในปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ หรือกวางโจว
ดังนั้น บริษัทที่ต้องการประสบความสำเร็จจึงจำเป็นต้องพัฒนาสินค้าให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่ พร้อมสื่อสารกับผู้บริโภคในรูปแบบที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมและไลฟ์สไตล์ท้องถิ่น
การใช้แนวคิด “In China, For China” ช่วยให้ TCP สามารถออกแบบธุรกิจโดยมีผู้บริโภคจีนเป็นศูนย์กลาง และสร้างโอกาสเติบโตในตลาดได้อย่างต่อเนื่อง

 

บทเรียนสำหรับธุรกิจไทยที่ต้องการบุกจีน

ประสบการณ์ของ TCP เป็นกรณีศึกษาสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทยที่สนใจลงทุนหรือขยายตลาดในประเทศจีน
ปัจจัยที่ควรให้ความสำคัญ ได้แก่
  1. ต้องศึกษาตลาดในระดับภูมิภาคและเมือง ไม่ควรมองจีนเป็นตลาดเดียวกันทั้งหมด
  2. ต้องเลือกพื้นที่ลงทุนให้สอดคล้องกับกลุ่มลูกค้าและระบบโลจิสติกส์
  3. ต้องพัฒนาสินค้าให้เข้ากับผู้บริโภคท้องถิ่น ไม่ควรใช้สูตรเดียวกับทุกตลาด
  4. ต้องมีพันธมิตรและเครือข่ายในพื้นที่
  5. ต้องให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระยะยาวกับภาครัฐ ชุมชน และคู่ค้า
  6. ต้องลงทุนด้านบุคลากร นวัตกรรม และระบบบริหารจัดการ
  7. ต้องสร้างคุณค่าร่วม ไม่มุ่งเพียงยอดขายระยะสั้น
แนวทางดังกล่าวจะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการสร้างฐานธุรกิจที่ยั่งยืนในตลาดจีน

 

เสฉวนอาจเป็นประตูใหม่ของนักลงทุนไทยสู่จีนตะวันตก

การเติบโตของเศรษฐกิจจีนไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงเมืองชายฝั่งเหมือนในอดีต แต่กำลังขยายเข้าสู่พื้นที่ตอนกลางและตะวันตกมากขึ้น
มณฑลเสฉวนจึงมีโอกาสกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของนักลงทุนไทยที่ต้องการเข้าถึงตลาดใหม่ ลดการแข่งขันในเมืองหลัก และเชื่อมโยงกับฐานผู้บริโภคที่กำลังเติบโต
โดยเฉพาะธุรกิจในกลุ่ม
  • อาหารและเครื่องดื่ม
  • สินค้าอุปโภคบริโภค
  • สุขภาพและความงาม
  • เกษตรแปรรูป
  • โลจิสติกส์
  • เทคโนโลยีการผลิต
  • พลังงานสะอาด
  • บริการดิจิทัล
หากผู้ประกอบการสามารถเลือกพื้นที่และออกแบบกลยุทธ์ให้เหมาะสม จีนตะวันตกอาจกลายเป็นหนึ่งในตลาดที่ช่วยสร้างการเติบโตระยะยาวให้ธุรกิจไทยได้

 

TCP เดินเกมยาว สร้างฐานธุรกิจที่เติบโตไปพร้อมกับจีน

ภาพรวมของการลงทุนสะสมกว่า 21,000 ล้านบาท สะท้อนว่า TCP เลือกเดินเกมระยะยาวในประเทศจีน ผ่านการสร้างฐานผลิต พัฒนาเครือข่ายกระจายสินค้า และลงทุนในความสัมพันธ์กับผู้บริโภคและชุมชน
การให้ความสำคัญกับมณฑลเสฉวนยังสะท้อนแนวโน้มใหม่ของการลงทุนไทยในจีน ที่เริ่มขยายจากเมืองเศรษฐกิจดั้งเดิมไปสู่ตลาดจีนตะวันตกมากขึ้น
ในระยะต่อไป ความสำเร็จของธุรกิจไทยในจีนอาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับการมีสินค้าแข็งแรงเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการปรับตัว เข้าใจบริบทท้องถิ่น และสร้างคุณค่าร่วมกับระบบเศรษฐกิจในพื้นที่
กรณีของ TCP จึงเป็นตัวอย่างของการเปลี่ยนจากการเข้าไป “ขายสินค้าในจีน” สู่การเข้าไป “สร้างธุรกิจร่วมกับจีน” ซึ่งอาจเป็นโมเดลสำคัญสำหรับบริษัทไทยที่ต้องการเติบโตในตลาดต่างประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืน

อยากปรึกษาเรื่องเจาะตลาดจีนด้วยการโฆษณาออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการทำ Baidu Search และการทำการตลาดบน RED NOTE (小红书 / Xiaohongshu) เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายลูกค้าคนจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยแพลตฟอร์มที่คนจีนใช้งานมากที่สุด Baidu Search Engine #1 ของคนจีนที่มีผู้ใช้มากกว่า 1,700 ล้านคน และ RED (Xiaohongshu) ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในกลุ่มผู้บริโภคชาวจีน ปรึกษาได้ที่กดคลิ๊กที่นี่ → We Bridge Marketing Solution
#บุกตลาดจีน #ตลาดจีน #XHS #小红书 #REDNOTE

Share with your network!
Facebook
Threads
X
LinkedIn