คิง เพาเวอร์’ เร่งปั้นรายได้นอกประเทศ เล็งประมูลดิวตี้ฟรีสนามบินเซี่ยงไฮ้ ผู่ตง รับเกมท่องเที่ยวโลกเปลี่ยน
ท่ามกลางการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลกหลังวิกฤตโควิด-19 ธุรกิจค้าปลีกเพื่อการท่องเที่ยวกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยเฉพาะพฤติกรรมนักเดินทางที่หันไปใช้จ่ายผ่านออนไลน์มากขึ้น ส่งผลให้ผู้เล่นรายใหญ่ต้องเร่งปรับกลยุทธ์เพื่อสร้างรายได้รูปแบบใหม่
หนึ่งในนั้นคือ คิง เพาเวอร์ ผู้นำธุรกิจค้าปลีกเพื่อการท่องเที่ยวของไทย ที่กำลังเดินเกมรุกครั้งสำคัญ ด้วยการขยายรายได้ออกนอกประเทศ พร้อมเล็งเข้าประมูลสัมปทานดิวตี้ฟรีใน สนามบินนานาชาติเซี่ยงไฮ้ผู่ตง ประเทศจีน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในฮับการบินที่ใหญ่ที่สุดของโลก
ปรับโมเดลธุรกิจ ลดพึ่งพารายได้ดิวตี้ฟรีแบบเดิม
ก่อนเกิดโควิด-19 รายได้หลักของคิง เพาเวอร์ มาจาก 2 ช่องทางหลัก คือ
- ร้านค้าปลอดอากรในสนามบิน (Airport Duty Free)
- ร้านค้าปลอดอากรในเมือง (Downtown Duty Free)
โดยมีสัดส่วนใกล้เคียงกันที่ประมาณ 50:50
แต่ปัจจุบัน บริษัทต้องเร่งปรับตัวครั้งใหญ่ เพื่อกระจาย “ความหลากหลายของรายได้” ให้สอดรับกับเทรนด์การเดินทางและพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่
นิตินัย ศิริสมรรถการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่า บริษัทได้ปิดร้านดิวตี้ฟรีในเมืองบางสาขา เพื่อปรับพื้นที่เป็นโครงการมิกซ์ยูส รองรับไลฟ์สไตล์ใหม่ของผู้บริโภค
พร้อมกันนี้ยังเร่งบุกตลาดอีคอมเมิร์ซ และออกแคมเปญโปรโมชั่นต่อเนื่อง เพื่อรักษากำลังซื้อและภาพลักษณ์ด้านราคาที่แข่งขันได้ แม้ต้องยอมลดอัตรากำไรบางส่วน เพื่อแลกกับส่วนแบ่งตลาดในระยะยาว

บุกต่างประเทศ สร้างรายได้ใหม่จากจีน
อีกยุทธศาสตร์สำคัญคือ การขยายรายได้ไปยังตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน ซึ่งเป็นตลาดนักท่องเที่ยวใหญ่ที่สุดของโลก
คิง เพาเวอร์ สนใจร่วมทุนกับพันธมิตรเพื่อเข้าประมูลดิวตี้ฟรีในอาคารผู้โดยสาร 3 ของสนามบินผู่ตง ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2573 และคาดว่าจะทราบผลการประมูลในปี 2572
เหตุผลสำคัญคือ การกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพานักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาไทย ซึ่งยังฟื้นตัวไม่เต็มที่
แนวคิดใหม่ของบริษัทคือ
“เมื่อนักท่องเที่ยวจีนยังมาไทยไม่มาก ก็ไปขายสินค้าในประเทศของเขาแทน”
ทดลองตลาดจีนผ่านร้านอาหารและสินค้าไทย
ก่อนเข้าสู่ดีลใหญ่ คิง เพาเวอร์ ได้เริ่มทดลองตลาดจีนแล้ว ด้วยการจัดตั้งบริษัทในเซี่ยงไฮ้ และเปิดธุรกิจนำร่องภายในสนามบินผู่ตง ได้แก่
- ร้านขนมและอาหารไทย
- ร้านอาหารไทยแท้
แม้จะเป็นร้านขนาดไม่ใหญ่ แต่ถือเป็นการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคจีน การจัดการซัพพลายเชน และกฎระเบียบด้านใบอนุญาต เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าประมูลสัมปทานจริง

สะท้อนเทรนด์ใหม่ของธุรกิจดิวตี้ฟรีโลก
การเคลื่อนไหวของคิง เพาเวอร์ สะท้อนให้เห็นว่า ธุรกิจดิวตี้ฟรีกำลังเปลี่ยนจากโมเดล “ขายของให้นักท่องเที่ยวที่มา” ไปสู่โมเดล “ตามนักท่องเที่ยวไปขายถึงที่”
ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการเปลี่ยนแปลง ได้แก่
- การเติบโตของอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน
- การแข่งขันด้านราคาที่สูงขึ้น
- พฤติกรรมผู้บริโภคที่เน้นประสบการณ์มากกว่าสินค้า
- การฟื้นตัวของการเดินทางที่ไม่เท่ากันในแต่ละประเทศ

เดิมพันอนาคตธุรกิจท่องเที่ยวไทย
หากคิง เพาเวอร์ สามารถคว้าสัมปทานดิวตี้ฟรีในสนามบินผู่ตงได้สำเร็จ จะถือเป็นก้าวสำคัญของธุรกิจไทยในเวทีโลก และอาจสร้างรายได้มหาศาลในระยะยาว
ขณะเดียวกัน ยังเป็นสัญญาณว่าผู้ประกอบการไทยต้องคิดเกมใหม่ เพื่อแข่งขันในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
เพราะในยุคหลังโควิด “ใครเข้าถึงนักท่องเที่ยวได้ก่อน ย่อมได้เปรียบ”





