กุ้งไทยสู้ศึกโลก! ชูจุดแข็งตัวใหญ่ รสอร่อย เจาะตลาดจีน

ประเทศไทยเคยเป็นหนึ่งในมหาอำนาจการส่งออกกุ้งของโลก แต่ตลอดกว่า 10 ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมกุ้งไทยต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งปัญหาโรคระบาด ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และการแข่งขันจากประเทศคู่แข่ง ส่งผลให้ความสามารถในการแข่งขันลดลงอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด สมาคมผู้เลี้ยงกุ้งไทยออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลยกระดับการแก้ไขปัญหา “โรคกุ้ง” เป็นวาระแห่งชาติ พร้อมเร่งฟื้นฟูอุตสาหกรรมทั้งระบบ เพื่อดึงศักยภาพการส่งออกกลับคืนมา และใช้โอกาสจากตลาดจีนและสหภาพยุโรปเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในช่วงครึ่งปีหลัง

อุตสาหกรรมกุ้งไทยกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน

แม้ว่ากุ้งไทยจะยังคงได้รับการยอมรับในระดับสากลในเรื่องคุณภาพ รสชาติ เนื้อสัมผัสดี และมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวด แต่ปัจจัยด้านต้นทุนกลับกลายเป็นจุดอ่อนสำคัญที่ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขัน
ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ตลาดส่งออกหลักอย่างสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นเริ่มชะลอตัว ขณะที่ประเทศคู่แข่งอย่างเอกวาดอร์ อินเดีย และเวียดนาม สามารถส่งออกกุ้งในราคาที่ต่ำกว่าไทยอย่างมีนัยสำคัญ
ปัจจุบันราคากุ้งไทยสูงกว่าคู่แข่งสำคัญเฉลี่ยประมาณ 1 ดอลลาร์สหรัฐต่อปอนด์ ส่งผลให้ผู้นำเข้าหลายรายเริ่มเปลี่ยนแหล่งจัดซื้อไปยังประเทศอื่นมากขึ้น
 
 

 

โรคกุ้ง ปัญหาใหญ่ที่ฉุดการแข่งขันไทยมานานนับสิบปี

หนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ต้นทุนการผลิตกุ้งไทยสูงกว่าคู่แข่ง คือปัญหาโรคระบาดที่ยังคงสร้างความเสียหายต่อภาคการเพาะเลี้ยงอย่างต่อเนื่อง
โรคสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรไทย ได้แก่
  • โรคตัวแดงดวงขาว
  • โรคขี้ขาว
  • โรค EMS หรือโรคกุ้งตายด่วน
  • โรคหัวเหลือง
โรคเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่ออัตราการรอดของกุ้ง ผลผลิตต่อไร่ และประสิทธิภาพการเลี้ยง ทำให้ต้นทุนเฉลี่ยต่อกิโลกรัมสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในขณะที่ประเทศคู่แข่งสามารถควบคุมโรคได้ดีกว่า ส่งผลให้มีต้นทุนต่ำกว่าและแข่งขันด้านราคาได้มากกว่าไทย
 

สมาคมผู้เลี้ยงกุ้งไทยเสนอ 11 มาตรการ ดันเป็นวาระแห่งชาติ

ภาคเอกชนเสนอให้รัฐบาลเร่งผลักดันมาตรการแก้ปัญหาอุตสาหกรรมกุ้งไทยทั้งระบบ โดยใช้งบประมาณประมาณ 5,500 ล้านบาท
แนวทางสำคัญประกอบด้วย
  • พัฒนาพ่อแม่พันธุ์และลูกพันธุ์คุณภาพสูง
  • ยกระดับระบบป้องกันโรคในฟาร์ม
  • เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
  • ลดต้นทุนพลังงาน
  • พัฒนางานวิจัยและเทคโนโลยีการเลี้ยง
  • สนับสนุนการตลาดและการส่งออก
  • ฟื้นฟูห่วงโซ่อุตสาหกรรมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
เป้าหมายสำคัญคือการนำรายได้ส่งออกกุ้งที่เคยสร้างมูลค่ากว่า 100,000 ล้านบาทต่อปีกลับคืนมาอีกครั้ง
 
 
 

อุตสาหกรรมกุ้งไทยสูญรายได้กว่า 7 แสนล้านบาทในรอบ 13 ปี

ข้อมูลจากภาคเอกชนระบุว่า ตลอดระยะเวลากว่า 12-13 ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมกุ้งไทยสูญเสียรายได้สะสมไปแล้วกว่า 700,000 ล้านบาท
ขณะที่รายได้จากการส่งออกลดลงจากระดับกว่า 100,000 ล้านบาทต่อปี เหลือเพียงบางส่วนของศักยภาพเดิม
หากไม่มีการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง ความเสียหายอาจขยายตัวต่อเนื่องในอนาคต
 

จีน ความหวังใหม่ของกุ้งไทยในครึ่งปีหลัง

ท่ามกลางการชะลอตัวของตลาดสหรัฐฯ และญี่ปุ่น ตลาดจีนกลับกลายเป็นหนึ่งในความหวังสำคัญของผู้ส่งออกไทย
ปัจจุบันผู้บริโภคจีนให้ความนิยมกุ้งไทยอย่างมาก เนื่องจากมีจุดเด่นหลายด้าน ได้แก่
  • ขนาดตัวใหญ่
  • รสชาติอร่อย
  • สีสวย
  • คุณภาพสูง
  • ปลอดภัยจากสารตกค้าง
นอกจากนี้ ประเทศจีนยังมีพื้นที่ตลาดอีกจำนวนมาก โดยเฉพาะมณฑลชั้นในและเมืองรองที่อัตราการบริโภคอาหารทะเลคุณภาพสูงยังสามารถเติบโตได้อีกมาก
หากภาครัฐและเอกชนร่วมกันทำตลาดอย่างจริงจัง จีนอาจกลายเป็นตลาดสำคัญที่เข้ามาทดแทนรายได้จากสหรัฐฯ และญี่ปุ่นได้ในอนาคต
 
 

 

สหภาพยุโรป อีกโอกาสสำคัญที่ไทยต้องเร่งคว้า

อีกหนึ่งตลาดที่ถูกจับตามองคือสหภาพยุโรป หรือ EU
ในอดีตไทยเคยส่งออกกุ้งไปยุโรปได้มากถึงประมาณ 60,000 ตันต่อปี แต่หลังจากสูญเสียสิทธิ GSP และต้องเผชิญภาษีนำเข้าสูงถึง 14-21% ทำให้เสียเปรียบคู่แข่งอย่างเวียดนามที่มีข้อตกลงการค้าเสรีกับยุโรป
ปัจจุบันภาคเอกชนคาดหวังว่าการเจรจา FTA ไทย-สหภาพยุโรปจะสามารถบรรลุข้อตกลงได้ภายในปีนี้
หากสำเร็จ กุ้งไทยจะกลับมามีความสามารถในการแข่งขันในตลาดยุโรปได้ทันที และอาจเป็นแรงหนุนสำคัญต่อการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมส่งออกไทย
 

ปัญหาปิดด่านชายแดนยังกระทบเกษตรกรภาคใต้

นอกจากตลาดส่งออกหลักแล้ว ผู้เลี้ยงกุ้งไทยยังได้รับผลกระทบจากปัญหาการส่งออกไปประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะการปิดด่านชายแดนบางพื้นที่
สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อเกษตรกรในหลายจังหวัดภาคใต้ เช่น
  • ปัตตานี
  • นราธิวาส
  • สตูล
  • นครศรีธรรมราช
เมื่อไม่สามารถระบายสินค้าได้ตามปกติ ทำให้เกิดภาวะกุ้งล้นตลาดและราคาปรับตัวลดลง
 

กระตุ้นบริโภคในประเทศ ช่วยประคองอุตสาหกรรม

นอกจากการผลักดันตลาดส่งออกแล้ว ภาคเอกชนยังเสนอให้รัฐบาลสนับสนุนโครงการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศเพิ่มเติม
เนื่องจากในอดีตโครงการส่งเสริมการบริโภคอาหารทะเลของไทยสามารถช่วยกระตุ้นตลาดภายในประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยลดแรงกดดันจากคำสั่งซื้อส่งออกที่ชะลอตัว
 

กุ้งไทยยังมีอนาคต หากแก้ปัญหาได้ตรงจุด

แม้ปัจจุบันอุตสาหกรรมกุ้งไทยจะเผชิญความท้าทายหลายด้าน แต่จุดแข็งด้านคุณภาพ มาตรฐานการผลิต และชื่อเสียงในตลาดโลกยังคงเป็นแต้มต่อสำคัญ
สิ่งที่ผู้ประกอบการเรียกร้องในเวลานี้ คือการแก้ไขปัญหาโรคกุ้งอย่างจริงจังในระดับประเทศ ควบคู่ไปกับการเร่งเปิดตลาดใหม่อย่างจีนและสหภาพยุโรป
หากสามารถฟื้นประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และขยายตลาดส่งออกได้สำเร็จ กุ้งไทยอาจกลับมาสร้างรายได้ระดับแสนล้านบาทต่อปี และทวงคืนตำแหน่งผู้นำในอุตสาหกรรมกุ้งโลกได้อีกครั้ง

อยากปรึกษาเรื่องเจาะตลาดจีนด้วยการโฆษณาออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการทำ Baidu Search และการทำการตลาดบน RED NOTE (小红书 / Xiaohongshu) เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายลูกค้าคนจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยแพลตฟอร์มที่คนจีนใช้งานมากที่สุด Baidu Search Engine #1 ของคนจีนที่มีผู้ใช้มากกว่า 1,700 ล้านคน และ RED (Xiaohongshu) ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในกลุ่มผู้บริโภคชาวจีน ปรึกษาได้ที่กดคลิ๊กที่นี่ → We Bridge Marketing Solution
#บุกตลาดจีน #ตลาดจีน #XHS #小红书 #REDNOTE

Share with your network!
Facebook
Threads
X
LinkedIn