ทำไมสินค้าไทยถึงฮีลใจคนจีน? เมื่อ Soft Power ไทยกำลังครองใจตลาดแดนมังกร

ทำไมสินค้าไทยถึงฮีลใจคนจีนยุคใหม่? เมื่อ “ความคิดสร้างสรรค์แบบไทย” กลายเป็นเสน่ห์ที่ผู้บริโภคจีนตกหลุมรัก

สินค้าไทยไม่ได้ขายแค่คุณภาพ แต่กำลังขาย “ความรู้สึก”

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศจีนยังคงเป็นหนึ่งในตลาดส่งออกที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ สินค้าไทยจำนวนมากไม่ได้รับความนิยมเพียงเพราะคุณภาพหรือราคาเท่านั้น หากแต่เกิดจาก “ความคิดสร้างสรรค์” และเอกลักษณ์ที่สามารถสร้างประสบการณ์ทางอารมณ์ให้กับผู้บริโภคได้
ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดหลายรายมองตรงกันว่า ในยุคที่ผู้บริโภคจีนมีตัวเลือกมหาศาล การแข่งขันไม่ได้อยู่ที่การผลิตสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่คือการสร้างคุณค่าทางจิตใจ (Emotional Value) ให้กับแบรนด์
หนึ่งในมุมมองที่น่าสนใจมาจาก คุณดิศรา อุดมเดช (โอห์ม) CEO & Founder ของ Yell Worldwide ซึ่งมองว่า จุดแข็งสำคัญของสินค้าไทยในสายตาผู้บริโภคจีน คือ “ความคิดสร้างสรรค์แบบไทย” ที่แตกต่างจากประเทศอื่นในเอเชีย
 
 

คนจีนยุคใหม่ ไม่ได้ซื้อสินค้า แต่ซื้อประสบการณ์

พฤติกรรมผู้บริโภคจีนในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมากับโลกดิจิทัล
แม้ประเทศจีนจะมีเศรษฐกิจขนาดใหญ่และการแข่งขันสูง แต่ในอีกด้านหนึ่ง คนรุ่นใหม่กลับเผชิญแรงกดดันจากการเรียน การทำงาน และการแข่งขันในชีวิตประจำวันมากกว่าที่เคย
ส่งผลให้ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยเริ่มมองหาสินค้าและบริการที่ช่วยเติมเต็มความสุข ความผ่อนคลาย และการแสดงออกถึงตัวตน มากกว่าการซื้อสินค้าเพื่อประโยชน์ใช้สอยเพียงอย่างเดียว
นี่คือเหตุผลที่สินค้าซึ่งสามารถสร้าง “ความรู้สึกดี” ให้กับผู้บริโภค เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในตลาดจีน
 
 

ความคิดสร้างสรรค์แบบไทย กลายเป็น Soft Power ที่จับต้องได้

ประเทศไทยมีจุดแข็งที่แตกต่างจากหลายประเทศในเอเชีย คือการออกแบบสินค้าให้มีเอกลักษณ์ สนุก เข้าถึงง่าย และมีเรื่องราว
ไม่ว่าจะเป็น
  • งานออกแบบคาแรกเตอร์
  • งานศิลปะร่วมสมัย
  • สินค้าไลฟ์สไตล์
  • แฟชั่น
  • ของตกแต่ง
  • เครื่องหอม
  • ของขวัญ
  • งานคราฟต์
สินค้าเหล่านี้สะท้อนความเป็นไทยในรูปแบบที่ร่วมสมัย จนสามารถสร้างความแตกต่างในตลาดต่างประเทศได้
สำหรับผู้บริโภคจีน ความคิดสร้างสรรค์เหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียง “ความสวยงาม” แต่เป็นสิ่งที่ช่วยสร้างอารมณ์ ความสุข และความผูกพันกับแบรนด์
 
 
 

ทำไม “หมีเนย” และกระแสห้อยตุ๊กตาถึงได้รับความนิยมในจีน

หนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคจีน คือกระแสของสะสมและตุ๊กตาคาแรกเตอร์ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก
ไม่ว่าจะเป็น
  • ตุ๊กตาห้อยกระเป๋า
  • ฟิกเกอร์
  • Art Toy
  • คาแรกเตอร์ดีไซน์
  • ของสะสม
ผู้บริโภคจำนวนมากนิยมพกตุ๊กตาติดกระเป๋า หรือใช้ของสะสมเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงตัวตนบนโลกออนไลน์
ปรากฏการณ์ดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงแฟชั่น แต่สะท้อนความต้องการ “พื้นที่ทางอารมณ์” ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการสิ่งเล็ก ๆ มาช่วยสร้างความสุขในชีวิตประจำวัน
สินค้าไทยที่มีดีไซน์น่ารัก มีเรื่องราว และสร้างความรู้สึกอบอุ่น จึงสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคกลุ่มนี้ได้เป็นอย่างดี
 

ผู้บริโภคจีนให้ความสำคัญกับ Story มากกว่าสินค้า

การทำตลาดจีนในปัจจุบันแตกต่างจากอดีตอย่างชัดเจน
ผู้บริโภคไม่ได้ตัดสินใจซื้อเพียงเพราะคุณภาพสินค้า แต่ยังพิจารณาจาก
  • เรื่องราวของแบรนด์
  • แนวคิดในการออกแบบ
  • คุณค่าทางอารมณ์
  • ความเป็นเอกลักษณ์
  • ความสามารถในการสะท้อนตัวตน
แบรนด์ที่สามารถสร้าง Storytelling ได้ดี มักได้รับการแชร์ต่อบนโซเชียลมีเดีย และสร้างการรับรู้ได้รวดเร็วกว่าแบรนด์ที่แข่งขันด้วยราคาเพียงอย่างเดียว
 

ตลาดจีนแข่งขันสูง แต่โอกาสของสินค้าไทยยังมีอีกมาก

แม้ตลาดจีนจะมีการแข่งขันรุนแรงจากผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศ แต่ประเทศไทยยังมีจุดแข็งหลายด้านที่สามารถต่อยอดได้
ได้แก่
  • ความคิดสร้างสรรค์
  • งานออกแบบที่มีเอกลักษณ์
  • Soft Power ไทย
  • วัฒนธรรมไทย
  • คุณภาพสินค้า
  • งานฝีมือ
  • ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ไทย
สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยที่ทำให้สินค้าไทยสามารถสร้างความแตกต่างในตลาดที่มีการแข่งขันสูงได้
 
 
 

ผู้ประกอบการไทยต้องเข้าใจ “ผู้บริโภคจีนยุคใหม่”

การทำตลาดจีนในวันนี้ ไม่ใช่เพียงการแปลภาษาหรือเปิดร้านบนแพลตฟอร์มออนไลน์
แต่ต้องเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับ
  • การสร้างแบรนด์
  • การออกแบบสินค้า
  • การเล่าเรื่อง (Storytelling)
  • การใช้ KOL และ Influencer
  • Live Commerce
  • Social Commerce
  • การสร้างคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มจีน
  • การสร้าง Community ของแบรนด์
แบรนด์ที่สามารถเชื่อมโยงกับอารมณ์ของผู้บริโภคได้ จะมีโอกาสสร้างฐานลูกค้าในระยะยาวมากกว่าแบรนด์ที่แข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว
 
 

Soft Power ไทย กำลังกลายเป็นแต้มต่อในตลาดจีน

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กระแสความนิยมสินค้าไทยในจีนไม่ได้จำกัดอยู่แค่สินค้าอาหารหรือผลไม้เหมือนในอดีต
แต่ขยายมาสู่
  • แฟชั่น
  • เครื่องสำอาง
  • ของใช้ไลฟ์สไตล์
  • งานดีไซน์
  • Art Toy
  • เครื่องหอม
  • สินค้าเพื่อสุขภาพ
  • ของตกแต่งบ้าน
สะท้อนให้เห็นว่า Soft Power ของไทยกำลังสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น และมีบทบาทสำคัญในการผลักดันสินค้าไทยสู่ตลาดโลก
 

ความคิดสร้างสรรค์ อาจเป็นอาวุธสำคัญของสินค้าไทยในอนาคต

ภาพรวมทั้งหมดสะท้อนว่า ตลาดจีนยังคงเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทย แต่การแข่งขันในยุคใหม่ไม่ได้วัดกันเพียงต้นทุนการผลิตหรือราคาอีกต่อไป
ผู้บริโภคจีนกำลังมองหาสินค้าที่มีเอกลักษณ์ มีเรื่องราว และสามารถสร้างคุณค่าทางอารมณ์ได้
สำหรับประเทศไทย จุดแข็งด้านความคิดสร้างสรรค์ งานออกแบบ และ Soft Power จึงอาจกลายเป็นข้อได้เปรียบสำคัญในการแข่งขันกับแบรนด์ระดับโลก
เพราะในโลกที่ผู้บริโภคมีตัวเลือกมากมาย สินค้าที่สามารถ “ฮีลใจ” และสร้างความรู้สึกเชื่อมโยงกับผู้คนได้ อาจเป็นสินค้าที่ได้รับเลือกมากกว่าสินค้าที่แข่งขันด้วยราคาเพียงอย่างเดียว

อยากปรึกษาเรื่องเจาะตลาดจีนด้วยการโฆษณาออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการทำ Baidu Search และการทำการตลาดบน RED NOTE (小红书 / Xiaohongshu) เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายลูกค้าคนจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยแพลตฟอร์มที่คนจีนใช้งานมากที่สุด Baidu Search Engine #1 ของคนจีนที่มีผู้ใช้มากกว่า 1,700 ล้านคน และ RED (Xiaohongshu) ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในกลุ่มผู้บริโภคชาวจีน ปรึกษาได้ที่กดคลิ๊กที่นี่ → We Bridge Marketing Solution
#บุกตลาดจีน #ตลาดจีน #XHS #小红书 #REDNOTE

Share with your network!
Facebook
Threads
X
LinkedIn