พาณิชย์ดันปลาไทยบุกจีน! ใช้ FTA ลดภาษีเหลือ 0% ลุยตลาด 1,400 ล้านคน หวังดันส่งออกโตแรง
พาณิชย์เร่งปั้นผู้ประกอบการปลาไทย เจาะตลาดจีนเต็มสูบ
กระทรวงพาณิชย์เดินหน้าผลักดันผู้ประกอบการไทยให้ใช้ประโยชน์จากข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) และความตกลง RCEP เพื่อขยายตลาดส่งออกสินค้าเกษตรไทย โดยเฉพาะกลุ่มปลาและผลิตภัณฑ์แปรรูป ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสินค้าที่มีศักยภาพสูงในตลาดจีน
ล่าสุด กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเปิดโครงการ “ส่งเสริมสินค้าเกษตร เติบโตอย่างยั่งยืนด้วย FTA (ปลาและผลิตภัณฑ์ปลา)” เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้มากขึ้น พร้อมปูทางสู่การเจาะตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกที่มีประชากรกว่า 1,400 ล้านคน
การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ภาครัฐกำลังมองอุตสาหกรรมประมงและแปรรูปอาหารของไทยเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญในการสร้างรายได้จากการส่งออกในอนาคต
จีน ตลาดยักษ์ใหญ่ที่ไทยไม่ควรมองข้าม
ปัจจุบันจีนยังคงเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย และเป็นตลาดที่มีศักยภาพมหาศาลสำหรับสินค้าอาหารจากไทย
ผู้บริโภคจีนให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย และแหล่งที่มาของสินค้าอาหารมากขึ้น โดยเฉพาะหลังการระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้ผู้บริโภคหันมาเลือกสินค้าที่มีมาตรฐานและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้
สินค้าอาหารทะเลและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากไทยได้รับการยอมรับในตลาดจีนมายาวนาน ทั้งในเรื่องคุณภาพ รสชาติ และมาตรฐานการผลิต ทำให้มีโอกาสเติบโตได้อีกมาก โดยเฉพาะในเมืองรองและมณฑลชั้นในของจีนที่กำลังมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

FTA และ RCEP แต้มต่อสำคัญของปลาไทย
หนึ่งในจุดแข็งสำคัญที่ช่วยให้สินค้าไทยแข่งขันได้ คือ ข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างอาเซียนและจีน (ACFTA) รวมถึงความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรือ RCEP
ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว สินค้าประมงและผลิตภัณฑ์ปลาแปรรูปของไทยจำนวนมากได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า หรือมีอัตราภาษีลดลงเหลือ 0%
สิทธิประโยชน์ด้านภาษีนี้ช่วยลดต้นทุนการนำเข้าสำหรับผู้ซื้อในจีน และเพิ่มโอกาสให้สินค้าไทยสามารถแข่งขันกับคู่แข่งจากประเทศอื่นได้ดีขึ้น
ในยุคที่การแข่งขันด้านราคามีความสำคัญ การใช้สิทธิประโยชน์จาก FTA อย่างเต็มประสิทธิภาพจึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มยอดขายและขยายส่วนแบ่งตลาด
ปลาไทยมีอะไรขายได้บ้างในตลาดจีน
โครงการครั้งนี้มุ่งเน้นการยกระดับปลาทั้งน้ำจืดและปลาทะเลจากทั่วประเทศให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการแปรรูป
สินค้าที่มีศักยภาพส่งออกประกอบด้วย
- ปลานิล
- ปลาสลิด
- ปลาตะเพียน
- ปลากระดี่
- ปลาไส้ตัน
- ปลาทรายขาว
- ปลาสาก
- ปลาแดง
รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปต่าง ๆ เช่น
- ปลาแช่เย็น
- ปลาแช่แข็ง
- น้ำปลา
- น้ำปลาร้าสำเร็จรูป
- ปลาหยอง
- กุนเชียงปลา
- ไส้กรอกปลา
- ข้าวเกรียบปลา
สินค้าเหล่านี้มีโอกาสเติบโตสูงในจีน เนื่องจากสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่นิยมอาหารพร้อมรับประทาน อาหารแปรรูป และผลิตภัณฑ์ที่มีความสะดวกในการบริโภคมากขึ้น

พาณิชย์ติวเข้มผู้ประกอบการไทย สร้างนักรบส่งออกยุคใหม่
ผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับการอบรมเชิงลึกในรูปแบบ Boot Camp เพื่อเพิ่มศักยภาพในการส่งออก
เนื้อหาการอบรมครอบคลุมหลายด้าน เช่น
- การใช้ประโยชน์จาก FTA
- กฎระเบียบการนำเข้าสินค้าของจีน
- มาตรฐานสินค้าอาหาร
- การใช้ทรัพย์สินทางปัญญา
- การสร้างแบรนด์
- การทำตลาดด้วย AI
- การบริหารความเสี่ยงทางธุรกิจ
- การวางแผนส่งออกระหว่างประเทศ
แนวทางดังกล่าวสะท้อนว่า การแข่งขันในตลาดโลกยุคใหม่ไม่ได้วัดกันเพียงคุณภาพสินค้า แต่ต้องอาศัยความรู้ด้านดิจิทัล การตลาด และการบริหารจัดการข้อมูลควบคู่กันไป
เตรียมบุกเซี่ยงไฮ้ จับคู่ธุรกิจกับผู้นำเข้าจีน
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของโครงการ คือ การคัดเลือกผู้ประกอบการ 10 รายสุดท้ายเดินทางไปสำรวจตลาดจีนและจับคู่ธุรกิจที่นครเซี่ยงไฮ้ในเดือนสิงหาคม 2569
ผู้ประกอบการจะได้พบกับ
- ผู้นำเข้าสินค้าอาหาร
- โมเดิร์นเทรด
- ตัวแทนจำหน่าย
- โรงแรม
- ร้านอาหาร
- ผู้ซื้อรายใหญ่ของจีน
รวมถึงเข้าร่วมงาน World Seafood Shanghai 2026 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในงานแสดงสินค้าอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดของเอเชีย
กิจกรรมดังกล่าวจะช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้พบลูกค้าโดยตรง และเรียนรู้แนวโน้มตลาดอาหารทะเลของจีนในปัจจุบัน

เทรนด์จีนยุคใหม่ เปิดโอกาสสินค้าอาหารไทยมากขึ้น
ปัจจุบันรัฐบาลจีนให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียวอย่างมาก
ผู้บริโภคจีนรุ่นใหม่เริ่มมองหาสินค้าอาหารที่มีคุณภาพสูง ปลอดภัย มีมาตรฐาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับจุดแข็งของสินค้าอาหารไทยที่มีชื่อเสียงด้านคุณภาพและมาตรฐานการผลิตอยู่แล้ว
หากผู้ประกอบการไทยสามารถพัฒนาบรรจุภัณฑ์ สร้างแบรนด์ และใช้ช่องทางดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็มีโอกาสขยายตลาดในจีนได้อีกมากในอนาคต
ปลาไทยกำลังมีโอกาสครั้งใหญ่บนเวทีโลก
การผลักดันสินค้าปลาและผลิตภัณฑ์ปลาเข้าสู่ตลาดจีนครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มยอดส่งออกระยะสั้นเท่านั้น แต่เป็นการยกระดับทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรมประมงไทย
ตั้งแต่เกษตรกรผู้เลี้ยงปลา ผู้แปรรูป ผู้ส่งออก ไปจนถึงผู้ประกอบการรายย่อยในชุมชน
เมื่อผสานจุดแข็งด้านคุณภาพสินค้าเข้ากับสิทธิประโยชน์จาก FTA และตลาดจีนที่มีผู้บริโภคกว่า 1,400 ล้านคน ปลาไทยจึงมีโอกาสก้าวขึ้นเป็นอีกหนึ่งสินค้าดาวรุ่งของการส่งออกไทยในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล
และหากผู้ประกอบการไทยสามารถคว้าโอกาสนี้ได้สำเร็จ จีนอาจกลายเป็นตลาดสำคัญที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมประมงไทยได้อีกหลายหมื่นล้านบาทในอนาคต.




