Punyarit

ข้าวไทยพรีเมียมบุกจีน! ส่งออกโตพุ่ง 300% เทรนด์สุขภาพดันตลาดพุ่งแรง “ข้าวไทย” ไม่ได้หยุดอยู่แค่คำว่าอร่อยอีกต่อไป… แต่กำลังยกระดับสู่ “สินค้าพรีเมียมระดับโลก” อย่างเต็มตัว โดยเฉพาะในตลาดจีนที่กำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการส่งออกข้าวคุณภาพสูงของไทยในปี 2569 จากภาพจำเดิมที่ข้าวไทยโดดเด่นเรื่อง “ข้าวหอมมะลิ” วันนี้ประเทศไทยกำลังก้าวไปอีกขั้น ด้วยการพัฒนา “ข้าวอินทรีย์” และ “ข้าวคุณภาพสูง” ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ซึ่งไม่ได้มองแค่รสชาติ แต่ให้ความสำคัญกับ “สุขภาพ ความปลอดภัย และความยั่งยืน” ส่งออกข้าวไทยพุ่งแรง! จีนขึ้นแท่นตลาดอันดับ 1 ข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า การส่งออก “ข้าวอินทรีย์ไทย” ไปยัง สาธารณรัฐประชาชนจีน ในช่วงเดือนแรกของปี 2569 เติบโตแบบก้าวกระโดด ปริมาณส่งออก: 638 ตัน เติบโต: +334.01% (มากกว่า 3 เท่า) ครองส่วนแบ่งตลาด: 31% (อันดับ 1) ตัวเลขนี้สะท้อนชัดว่า “จีน” ไม่ใช่แค่ตลาดใหญ่ แต่กำลังกลายเป็น ตลาดยุทธศาสตร์ของข้าวพรีเมียมไทย
ไทย–จีนผนึกกำลังลุยตลาด “ซีรีส์แนวตั้ง” ปั้นคอนเทนต์มือถือโลก ดัน Soft Power สองประเทศ อุตสาหกรรมบันเทิงดิจิทัลกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะคอนเทนต์ที่ออกแบบมาเพื่อการรับชมผ่านสมาร์ตโฟนโดยเฉพาะ หนึ่งในเทรนด์ที่เติบโตแรงที่สุดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คือ “ซีรีส์แนวตั้ง” (Vertical Short Drama) ซึ่งกำลังกลายเป็นรูปแบบการเล่าเรื่องใหม่ของวงการบันเทิงโลก ล่าสุด ความร่วมมือระหว่างผู้ผลิตจาก ประเทศไทย และ สาธารณรัฐประชาชนจีน กำลังสร้างกระแสใหม่ในตลาดคอนเทนต์ เมื่อสองประเทศจับมือกันพัฒนาโปรเจกต์ซีรีส์แนวตั้งรูปแบบใหม่ โดยใช้โมเดล ร่วมทุนผลิต (Co-Production) พร้อมผลักดัน Soft Power จากทั้งสองวัฒนธรรม เพื่อเจาะตลาดผู้ชมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และขยายสู่ตลาดโลก
ดันสินค้าเกษตร–SME ไทยบุกตลาดจีน 2026! สสว. ผนึก EXIM Bank ติดปีกผู้ประกอบการสู่ตลาดโลก ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัว ภาครัฐไทยกำลังเร่งผลักดันผู้ประกอบการให้มองหาโอกาสใหม่ในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะ “ตลาดจีน” ที่ยังคงเป็นหนึ่งในตลาดผู้บริโภคที่ใหญ่ที่สุดของโลก ล่าสุด สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว. จับมือกับ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย เดินหน้าแผนสนับสนุนผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและสินค้า SME ให้สามารถเจาะตลาดจีนผ่านช่องทางออนไลน์และอีคอมเมิร์ซในปี 2026 ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย พร้อมสร้างโอกาสใหม่ในการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารไปยังตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดที่มีความต้องการสูงและมีศักยภาพเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ททท.โหมตลาดจีน จัด Mega Trade Meet 2026 ดันนักท่องเที่ยวเข้าไทย ลุ้นรายได้แตะ 1 พันล้าน ตลาดนักท่องเที่ยวจีนยังคงเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ล่าสุด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้าทำการตลาดเชิงรุก จัดงาน Amazing Thailand Mega Trade Meet in China 2026 ณ นคร เซี่ยงไฮ้ เพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยกับบริษัทนำเที่ยวจีน พร้อมเปิดตัวแคมเปญการตลาดใหม่ “Amazing Thailand, The Journey Your Heart Leads” หวังยกระดับภาพลักษณ์ประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวคุณภาพ ททท. ประเมินว่ากิจกรรมครั้งนี้จะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวเข้าสู่ประเทศไทยได้ไม่ต่ำกว่า 500–1,000 ล้านบาท จากการจับคู่ธุรกิจและการจำหน่ายสินค้าและบริการท่องเที่ยวไทยสู่ตลาดจีน
ข้าวอินทรีย์ไทยโตแรงในจีน พุ่งกว่า 300% ครองแชมป์ตลาดแดนมังกรตลาดข้าวคุณภาพสูงของไทยกำลังได้รับสัญญาณบวกจากตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีนที่มีความต้องการสินค้าเพื่อสุขภาพเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การส่งออก ข้าวอินทรีย์ไทย ในช่วงต้นปี 2569 เติบโตอย่างก้าวกระโดด จนสามารถขึ้นครองอันดับ 1 ตลาดส่งออกข้าวอินทรีย์ของไทยได้อย่างโดดเด่นข้อมูลจาก กรมการค้าต่างประเทศ ระบุว่า ตัวเลขการส่งออกข้าวอินทรีย์ไทยไปยัง สาธารณรัฐประชาชนจีน ในช่วงเดือนแรกของปี 2569 มีปริมาณ 638 ตัน เพิ่มขึ้นถึง 334.01% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นสัดส่วน 31.32% ของการส่งออกข้าวอินทรีย์ทั้งหมด ทำให้จีนกลายเป็นตลาดอันดับหนึ่งของข้าวอินทรีย์ไทยทันที
WE BRIDGE ลงนาม MOU กับ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ร่วมพัฒนาทักษะ China Digital Marketing ผ่านแพลตฟอร์ม Baidu บริษัท วี บริดจ์ มาร์เก็ตติ้ง โซลูชั่น จำกัด ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) กับ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เพื่อร่วมกันพัฒนาทักษะด้าน China Digital Marketing และ Data Analytics ให้กับนักศึกษา ผ่านโครงการ “Baidu x BUCI: Unlocking China’s Digital Potential through Data-Driven Marketing” โดยมุ่งเน้นการเรียนรู้การใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลและการทำการตลาดผ่านแพลตฟอร์ม Baidu โครงการดังกล่าวเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้ตั้งแต่การใช้ Baidu Analytics การวิเคราะห์ข้อมูลผู้บริโภคจีน การวางกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ ไปจนถึงการทำโปรเจกต์จริงและนำเสนอผลงานต่อภาคธุรกิจ เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้จากห้องเรียนสู่โลกธุรกิจจริง
ต่างชาติซื้อคอนโดไทยปี 2568 ชะลอตัว จีนยังแชมป์ เมียนมาแซงรัสเซีย ตลาดคอนโดมิเนียมไทย 2568 ยังคงพึ่งพากำลังซื้อจากต่างชาติเป็นสำคัญ แม้ภาพรวมการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดของชาวต่างชาติจะเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวในช่วงปลายปี แต่เมื่อพิจารณาทั้งปี พบว่ามูลค่าการซื้อขายยังปรับตัวลดลง สะท้อนพฤติกรรมการเลือกซื้อในระดับราคาปานกลางมากขึ้น ขณะที่ “จีน” ยังครองแชมป์ผู้ซื้อสูงสุด แม้ยอดลดลง ส่วน “เมียนมา” แรงแซง “รัสเซีย” ขึ้นอันดับสองด้านจำนวนหน่วย ข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ระบุว่า ไตรมาส 4 ปี 2568 มีการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้ชาวต่างชาติ 3,888 หน่วย เพิ่มขึ้น 1.1% จากไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 9.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จำนวนหน่วยจะเพิ่มขึ้น แต่การเติบโตของมูลค่ายังอยู่ในระดับจำกัด ส่งผลให้ “ราคาต่อหน่วยเฉลี่ยลดลง” อย่างชัดเจน
คิง เพาเวอร์’ เร่งปั้นรายได้นอกประเทศ เล็งประมูลดิวตี้ฟรีสนามบินเซี่ยงไฮ้ ผู่ตง รับเกมท่องเที่ยวโลกเปลี่ยนท่ามกลางการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลกหลังวิกฤตโควิด-19 ธุรกิจค้าปลีกเพื่อการท่องเที่ยวกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยเฉพาะพฤติกรรมนักเดินทางที่หันไปใช้จ่ายผ่านออนไลน์มากขึ้น ส่งผลให้ผู้เล่นรายใหญ่ต้องเร่งปรับกลยุทธ์เพื่อสร้างรายได้รูปแบบใหม่หนึ่งในนั้นคือ คิง เพาเวอร์ ผู้นำธุรกิจค้าปลีกเพื่อการท่องเที่ยวของไทย ที่กำลังเดินเกมรุกครั้งสำคัญ ด้วยการขยายรายได้ออกนอกประเทศ พร้อมเล็งเข้าประมูลสัมปทานดิวตี้ฟรีใน สนามบินนานาชาติเซี่ยงไฮ้ผู่ตง ประเทศจีน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในฮับการบินที่ใหญ่ที่สุดของโลก
หอการค้าห่วง! สินค้าจีนจ่อแย่งตลาดส่งออกไทย หลังสหรัฐลดภาษีเหลือ 15% เท่ากัน ภาคการส่งออกไทยกำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหม่ หลังนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกามีการปรับลดอัตราเหลือ 15% เท่ากัน ส่งผลให้สินค้าจีนที่เคยเสียภาษีสูงกว่ากลับมามีศักยภาพแข่งขันด้านราคาได้อีกครั้ง จนภาคเอกชนไทยเริ่มแสดงความกังวลว่า อาจเกิดการแย่งส่วนแบ่งตลาดส่งออกอย่างรุนแรงในระยะต่อไป สหรัฐลดภาษีเท่ากัน ไทยอาจเสียเปรียบจีน วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยว่า การที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดี สหรัฐอเมริกา ปรับใช้อัตราภาษีนำเข้า 15% แทนมาตรการเดิมที่ถูกยกเลิกนั้น ในระยะสั้นอาจยังไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อไทย เพราะถือเป็นการลดภาษีลงจากเดิม อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงสำคัญอยู่ที่ “ความเท่าเทียมของอัตราภาษี” เนื่องจากก่อนหน้านี้สินค้าจีนถูกเก็บภาษีสูงถึง 50% แต่เมื่อถูกปรับลดเหลือ 15% เท่ากับไทย ทำให้จีนสามารถแข่งขันด้านราคาได้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นั่นหมายความว่า สินค้าจีนอาจกลับมารุกตลาดสหรัฐอย่างหนัก และยังมีโอกาสไหลทะลักไปยังตลาดอื่น ๆ ที่ไทยใช้อยู่ร่วมกัน เช่น เอเชีย ตะวันออกกลาง หรือยุโรป ส่งผลให้การแข่งขันทวีความรุนแรงขึ้นในหลายภูมิภาค