Punyarit

เซ็นทรัลจับมือ Alipay+ เจาะกำลังซื้อจีน อัดโปร Golden Week ดันไทยเป็นจุดหมายช้อปปิ้ง ห้างเซ็นทรัลและโรบินสันในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้ารุกตลาดนักท่องเที่ยวจีน ผ่านความร่วมมือกับ Alipay+ และพันธมิตรด้านการชำระเงินระดับโลก จัดแคมเปญ Golden Week พร้อมสิทธิประโยชน์ด้านอัตราแลกเปลี่ยน คูปองส่วนลด และบริการสำหรับลูกค้าต่างชาติ สะท้อนการแข่งขันของธุรกิจค้าปลีกไทยในการดึงกำลังซื้อจากนักท่องเที่ยวเข้าสู่ประเทศ การท่องเที่ยวและการจับจ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติกำลังเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญที่ธุรกิจค้าปลีกไทยให้ความสนใจ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่มีพฤติกรรมการใช้จ่ายเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มชำระเงินดิจิทัล ห้างเซ็นทรัลและโรบินสันจึงร่วมมือกับพันธมิตร 7 ราย นำโดย Alipay+ รวมถึง WeChat Pay, UnionPay และเครือข่ายบัตรชำระเงิน เพื่อจัดสิทธิประโยชน์รองรับเทศกาล Golden Week ของจีน แคมเปญหลักจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1–11 ตุลาคม 2569 ณ สาขาที่ร่วมรายการ โดยมุ่งดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติและชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศไทย นอกจากส่วนลดและของรางวัลแล้ว จุดเด่นของกลยุทธ์นี้ยังอยู่ที่การทำให้การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวสะดวกขึ้น ผ่านช่องทางชำระเงินที่คุ้นเคย บริการภาษาจีน และสิทธิประโยชน์เฉพาะกลุ่ม ในมุมธุรกิจ นี่สะท้อนการแข่งขันที่ไม่ได้วัดกันเพียงจำนวนร้านค้าหรือความหลากหลายของสินค้า แต่รวมถึงความสามารถในการเปลี่ยนนักท่องเที่ยวให้กลายเป็นลูกค้าที่ใช้จ่ายจริง
สสว. เปิดทาง SME ไทยบุกจีน 4 เมืองเศรษฐกิจ ดึง Alibaba หนุน 700 กิจการเจาะตลาดใหม่ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เดินหน้าเปิดโอกาสทางการค้าให้ผู้ประกอบการไทย ผ่านโครงการ “Thai SMEs New Opportunity Gateways” ตั้งเป้าสนับสนุน SME ไม่น้อยกว่า 700 กิจการ พร้อมวางแผนจัดกิจกรรม Roadshow และจับคู่ธุรกิจใน 4 เมืองเศรษฐกิจสำคัญของจีน ได้แก่ หางโจว กวางโจว ฉงชิ่ง และเซินเจิ้น ระหว่างเดือนพฤศจิกายน–ธันวาคม 2569 โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่าง สสว. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ บริษัท ดิจิลิ้งก์ (ประเทศไทย) จำกัด และ Alibaba Group เพื่อเพิ่มโอกาสให้สินค้าและบริการไทยเข้าถึงคู่ค้าจีน ผ่านกิจกรรมเจรจาธุรกิจ การจัดแสดงสินค้า และการเชื่อมโยงเครือข่ายการค้าระหว่างประเทศ ความน่าสนใจไม่ได้อยู่เพียงจำนวนผู้ประกอบการที่ได้รับการสนับสนุน แต่ยังอยู่ที่แนวทางคัดเลือกสินค้าให้สอดคล้องกับโครงสร้างตลาดของแต่ละเมือง แทนการนำสินค้าทุกประเภทไปทำตลาดในรูปแบบเดียวกัน ท่ามกลางการแข่งขันทางการค้าระหว่างประเทศที่เข้มข้นขึ้น การเลือกตลาดเป้าหมายให้เหมาะสมอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ SME ไทยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสสร้างยอดขายในต่างประเทศ
นักท่องเที่ยวจีนแห่เที่ยวไทย Grab โต 75% ทรงวาด–คลองบางหลวงมาแรง ดันเศรษฐกิจชุมชน ตลาดนักท่องเที่ยวจีนในประเทศไทยเริ่มส่งสัญญาณคึกคักอีกครั้ง หลังช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าประเทศไทยมากกว่า 3.82 ล้านคน ขณะที่ข้อมูลจากแพลตฟอร์ม Grab พบว่าการใช้บริการเรียกรถของนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้นมากกว่า 75% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจของตลาดท่องเที่ยวไทย เพราะนักท่องเที่ยวจีนไม่ได้มุ่งหน้าไปเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังหรือศูนย์การค้าขนาดใหญ่เท่านั้น แต่เริ่มให้ความสนใจกับย่านเก่า ชุมชนท้องถิ่น ร้านอาหาร คาเฟ่ และสถานที่ที่ได้รับความนิยมผ่านโซเชียลมีเดียมากขึ้น โดยเฉพาะย่านทรงวาด คลองบางหลวง และบรรทัดทอง ที่กลายเป็นจุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ ขณะที่จังหวัดอย่างเชียงรายและลำพูนก็เริ่มได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น แนวโน้มดังกล่าวอาจเป็นโอกาสสำคัญสำหรับธุรกิจท่องเที่ยวไทย เพราะการเดินทางที่กระจายตัวออกจากแหล่งท่องเที่ยวหลัก มีศักยภาพช่วยสร้างรายได้ให้ร้านอาหาร ผู้ประกอบการรายย่อย และชุมชนท้องถิ่นมากขึ้น
จีนเปิดเกมเศรษฐกิจอนาคต ดันหุ่นยนต์มนุษย์–EV–รถบินได้ ไทยมีโอกาสร่วมสร้างตลาดใหม่ จีนกำลังเดินหน้าจากการเป็นฐานการผลิตขนาดใหญ่ของโลก สู่การเป็นหนึ่งในผู้ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเทคโนโลยีแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ (Humanoid Robot) รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) หรือยานพาหนะบินขึ้นลงแนวดิ่งด้วยไฟฟ้า (eVTOL) ซึ่งกำลังถูกพัฒนาเพื่อขยายการใช้งานจากห้องทดลองไปสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ ความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้หมายถึงการแข่งขันด้านเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นการแข่งขันเพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจใหม่ ตั้งแต่โรงงานอัจฉริยะ ระบบขนส่ง การดูแลสุขภาพ การท่องเที่ยว ไปจนถึงการพัฒนาเมืองแห่งอนาคต สำหรับประเทศไทย โอกาสทางธุรกิจอาจไม่ได้จำกัดอยู่แค่การส่งออกสินค้าไปจีน หรือการเป็นฐานรับจ้างผลิตให้บริษัทจีนอีกต่อไป แต่กำลังขยายไปสู่การเป็นพันธมิตรด้านเทคโนโลยี การบริการ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการสร้างตลาดร่วมกัน ประเด็นดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นมาบนเวที “China’s Next Chapter: Unlock the Opportunities through the City of Future” ซึ่งจัดโดย H.O.W. (House of Wisdom) โดยมีผู้แทนภาครัฐและภาคธุรกิจจากจีนร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับโอกาสทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ สิ่งที่น่าสนใจคือ เทคโนโลยีเหล่านี้ไม่ได้สร้างโอกาสให้เฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ แต่ยังเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะธุรกิจบริการ อาหาร การแพทย์ การดูแลผู้สูงอายุ และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เข้ามามีบทบาทในห่วงโซ่มูลค่าใหม่
ส่งออกข้าวไทยไปจีนวูบ 58.94% พาณิชย์เร่งพลิกเกม ดันข้าวหอมมะลิ–ข้าวพรีเมียมเจาะตลาดจีน ตลาดข้าวจีนกำลังกลายเป็นโจทย์สำคัญของผู้ส่งออกไทย หลังตัวเลขการส่งออกข้าวไทยไปจีนในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 ลดลงถึง 58.94% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จีนจะยังเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญที่มีความต้องการข้าวไทยอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ในช่วงเดือนมกราคม–สิงหาคม 2569 ไทยส่งออกข้าวไปจีนรวม 191,953 ตัน ลดลง 58.94% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนความท้าทายของตลาดส่งออกข้าวไทย โดยเฉพาะการแข่งขันด้านราคา ความต้องการของผู้บริโภค และการรักษาส่วนแบ่งตลาดในประเทศที่มีผู้ผลิตและผู้ส่งออกข้าวจากหลายประเทศแข่งขันกัน ท่ามกลางสถานการณ์นี้ กรมการค้าต่างประเทศกำลังเดินหน้าปรับแนวทางการทำตลาด โดยไม่ได้มุ่งขายข้าวในเชิงปริมาณเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับการสร้างการรับรู้ถึงคุณภาพ ความหลากหลาย และเอกลักษณ์ของข้าวไทยมากขึ้น หนึ่งในความเคลื่อนไหวล่าสุดคือการนำข้าวไทยเข้าร่วมงาน China-ASEAN Expo (CAEXPO) ครั้งที่ 23 เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าและเข้าถึงผู้บริโภคจีนโดยตรง
Golden Week จีนคึกคัก ยอดขายย่านการค้าโต 5.3% รัฐอัดมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อ ช่วงหยุดยาววันชาติจีน หรือ Golden Week กำลังส่งสัญญาณบวกต่อภาคการบริโภค หลังจำนวนผู้ใช้บริการและรายได้ในย่านการค้าสำคัญปรับตัวเพิ่มขึ้น พร้อมกับแรงหนุนจากมาตรการ Trade-in ของรัฐบาลที่สร้างยอดขายเกือบ 2 หมื่นล้านหยวนภายในเวลาเพียง 3 วัน ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์จีนระบุว่า ในช่วง 3 วันแรกของวันหยุดยาววันชาติ ระหว่างวันที่ 1–7 ตุลาคม จำนวนลูกค้าในถนนสายชอปปิงและย่านการค้าสำคัญ 78 แห่งที่อยู่ในการติดตาม เพิ่มขึ้น 3.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้เพิ่มขึ้นมากกว่าในอัตรา 5.3% ตัวเลขดังกล่าวน่าสนใจ เพราะไม่เพียงสะท้อนว่าผู้คนออกมาจับจ่ายมากขึ้น แต่รายได้ของพื้นที่การค้ายังขยายตัวเร็วกว่าจำนวนลูกค้า ซึ่งอาจเป็นสัญญาณว่ามูลค่าการใช้จ่ายโดยรวมในพื้นที่ที่ติดตามกำลังปรับตัวดีขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวครอบคลุมเพียง 78 ย่านการค้าที่กระทรวงติดตามและช่วง 3 วันแรก จึงยังไม่ควรนำไปสรุปว่าเป็นภาพรวมการบริโภคทั้งหมดของจีน
ไทย–จีน 51 ปี เปิดเกมความร่วมมือยุคใหม่ จากการค้า–รถไฟ สู่ AI และพลังงานสะอาด ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและจีนเดินทางเข้าสู่ปีที่ 51 หลังทั้งสองประเทศสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการมาตั้งแต่ปี 2518 แต่สิ่งที่น่าสนใจในปี 2569 ไม่ได้อยู่เพียงระยะเวลาของความสัมพันธ์ หากอยู่ที่โครงสร้างความร่วมมือระหว่างสองประเทศที่กำลังเปลี่ยนไป จากเดิมที่ภาพความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจไทย–จีนมักถูกมองผ่านเรื่องการค้า การท่องเที่ยว การส่งออกสินค้าเกษตร และการลงทุนในภาคการผลิต วันนี้ขอบเขตใหม่กำลังขยายไปสู่เทคโนโลยีขั้นสูง ปัญญาประดิษฐ์ ยานยนต์พลังงานใหม่ พลังงานสะอาด เศรษฐกิจดิจิทัล และโครงสร้างพื้นฐาน การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกับจีนที่เข้าสู่ช่วงเริ่มต้นของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 ซึ่งครอบคลุมช่วงปี 2026–2030 และให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพสูงและอุตสาหกรรมใหม่มากขึ้น สำหรับประเทศไทย นี่จึงไม่ใช่เพียงเรื่อง “มิตรภาพ 51 ปี” แต่เป็นคำถามว่าไทยจะเปลี่ยนความสัมพันธ์ที่มีอยู่ให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจในทศวรรษใหม่ได้มากแค่ไหน
สินค้าจีนเข้าไทยพุ่ง 31.55% ไทย–จีนหารือตั้ง “Early Warning” เฝ้าระวังก่อนกระทบผู้ประกอบการ การเติบโตอย่างรวดเร็วของสินค้านำเข้าจากจีนกำลังกลายเป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญของภาคธุรกิจไทย โดยเฉพาะในยุคที่สินค้าไม่ได้เข้าประเทศผ่านผู้นำเข้าและร้านค้ารายใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่สามารถส่งตรงถึงผู้บริโภคผ่านแพลตฟอร์ม E-commerce และ Cross-Border E-commerce ได้ง่ายขึ้น ล่าสุด ไทยเสนอให้จีนร่วมกันจัดตั้งกลไก “Early Warning” หรือระบบแจ้งเตือนล่วงหน้า เพื่อเฝ้าระวังการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมถึงตรวจจับสัญญาณที่อาจนำไปสู่ปัญหาการทุ่มตลาด ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่มูลค่าการนำเข้าสินค้าจากจีนของไทยในช่วง 2 ไตรมาสแรกของปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 2.21 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.55% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตัวเลขนี้ทำให้ประเด็น “สินค้าจีนทะลักเข้าไทย” ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องการแข่งขันของร้านค้าออนไลน์อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นโจทย์เชิงโครงสร้างของการค้าไทย
ข้าวไทยบุกจีน ดีล 5 แสนตัน สะท้อนเกมใหม่ จากแข่งปริมาณสู่ขาย “คุณภาพ” จีนเป็นทั้งหนึ่งในผู้ผลิตและผู้บริโภคข้าวรายใหญ่ของโลก แต่ขณะเดียวกันก็ยังเป็นตลาดสำคัญของข้าวไทย และกำลังมีความเคลื่อนไหวเรื่องคำสั่งซื้อจากไทยในระดับหลายแสนตัน คำถามจึงเกิดขึ้นว่า ในเมื่อจีนสามารถผลิตข้าวได้เองจำนวนมาก เหตุใดจึงยังต้องนำเข้าข้าวจากประเทศไทย? คำตอบไม่ได้อยู่ที่ว่าจีน “ไม่มีข้าวเพียงพอ” อย่างเดียว แต่ต้องมองไปถึงโครงสร้างของตลาดที่มีความต้องการหลากหลาย เพราะข้าวไม่ได้เป็นสินค้าเหมือนกันทั้งหมด สายพันธุ์ กลิ่น รสชาติ ลักษณะเมล็ด คุณภาพ แหล่งกำเนิด มาตรฐาน ตลอดจนภาพลักษณ์ของสินค้า ล้วนมีผลต่อการตัดสินใจซื้อ จุดนี้เองที่เปิดพื้นที่ให้ข้าวไทยเข้าไปแข่งขันในตลาดจีน โดยเฉพาะข้าวที่สามารถสร้างความแตกต่างและวางตำแหน่งเหนือการแข่งขันด้วยราคาต่ำเพียงอย่างเดียว