Punyarit

จีนเปิดเกมเศรษฐกิจอนาคต ดันหุ่นยนต์มนุษย์–EV–รถบินได้ ไทยมีโอกาสร่วมสร้างตลาดใหม่ จีนกำลังเดินหน้าจากการเป็นฐานการผลิตขนาดใหญ่ของโลก สู่การเป็นหนึ่งในผู้ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเทคโนโลยีแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ (Humanoid Robot) รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) หรือยานพาหนะบินขึ้นลงแนวดิ่งด้วยไฟฟ้า (eVTOL) ซึ่งกำลังถูกพัฒนาเพื่อขยายการใช้งานจากห้องทดลองไปสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ ความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้หมายถึงการแข่งขันด้านเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นการแข่งขันเพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจใหม่ ตั้งแต่โรงงานอัจฉริยะ ระบบขนส่ง การดูแลสุขภาพ การท่องเที่ยว ไปจนถึงการพัฒนาเมืองแห่งอนาคต สำหรับประเทศไทย โอกาสทางธุรกิจอาจไม่ได้จำกัดอยู่แค่การส่งออกสินค้าไปจีน หรือการเป็นฐานรับจ้างผลิตให้บริษัทจีนอีกต่อไป แต่กำลังขยายไปสู่การเป็นพันธมิตรด้านเทคโนโลยี การบริการ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการสร้างตลาดร่วมกัน ประเด็นดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นมาบนเวที “China’s Next Chapter: Unlock the Opportunities through the City of Future” ซึ่งจัดโดย H.O.W. (House of Wisdom) โดยมีผู้แทนภาครัฐและภาคธุรกิจจากจีนร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับโอกาสทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ สิ่งที่น่าสนใจคือ เทคโนโลยีเหล่านี้ไม่ได้สร้างโอกาสให้เฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ แต่ยังเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะธุรกิจบริการ อาหาร การแพทย์ การดูแลผู้สูงอายุ และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เข้ามามีบทบาทในห่วงโซ่มูลค่าใหม่
ส่งออกข้าวไทยไปจีนวูบ 58.94% พาณิชย์เร่งพลิกเกม ดันข้าวหอมมะลิ–ข้าวพรีเมียมเจาะตลาดจีน ตลาดข้าวจีนกำลังกลายเป็นโจทย์สำคัญของผู้ส่งออกไทย หลังตัวเลขการส่งออกข้าวไทยไปจีนในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 ลดลงถึง 58.94% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จีนจะยังเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญที่มีความต้องการข้าวไทยอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ในช่วงเดือนมกราคม–สิงหาคม 2569 ไทยส่งออกข้าวไปจีนรวม 191,953 ตัน ลดลง 58.94% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนความท้าทายของตลาดส่งออกข้าวไทย โดยเฉพาะการแข่งขันด้านราคา ความต้องการของผู้บริโภค และการรักษาส่วนแบ่งตลาดในประเทศที่มีผู้ผลิตและผู้ส่งออกข้าวจากหลายประเทศแข่งขันกัน ท่ามกลางสถานการณ์นี้ กรมการค้าต่างประเทศกำลังเดินหน้าปรับแนวทางการทำตลาด โดยไม่ได้มุ่งขายข้าวในเชิงปริมาณเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับการสร้างการรับรู้ถึงคุณภาพ ความหลากหลาย และเอกลักษณ์ของข้าวไทยมากขึ้น หนึ่งในความเคลื่อนไหวล่าสุดคือการนำข้าวไทยเข้าร่วมงาน China-ASEAN Expo (CAEXPO) ครั้งที่ 23 เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าและเข้าถึงผู้บริโภคจีนโดยตรง
Golden Week จีนคึกคัก ยอดขายย่านการค้าโต 5.3% รัฐอัดมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อ ช่วงหยุดยาววันชาติจีน หรือ Golden Week กำลังส่งสัญญาณบวกต่อภาคการบริโภค หลังจำนวนผู้ใช้บริการและรายได้ในย่านการค้าสำคัญปรับตัวเพิ่มขึ้น พร้อมกับแรงหนุนจากมาตรการ Trade-in ของรัฐบาลที่สร้างยอดขายเกือบ 2 หมื่นล้านหยวนภายในเวลาเพียง 3 วัน ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์จีนระบุว่า ในช่วง 3 วันแรกของวันหยุดยาววันชาติ ระหว่างวันที่ 1–7 ตุลาคม จำนวนลูกค้าในถนนสายชอปปิงและย่านการค้าสำคัญ 78 แห่งที่อยู่ในการติดตาม เพิ่มขึ้น 3.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้เพิ่มขึ้นมากกว่าในอัตรา 5.3% ตัวเลขดังกล่าวน่าสนใจ เพราะไม่เพียงสะท้อนว่าผู้คนออกมาจับจ่ายมากขึ้น แต่รายได้ของพื้นที่การค้ายังขยายตัวเร็วกว่าจำนวนลูกค้า ซึ่งอาจเป็นสัญญาณว่ามูลค่าการใช้จ่ายโดยรวมในพื้นที่ที่ติดตามกำลังปรับตัวดีขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวครอบคลุมเพียง 78 ย่านการค้าที่กระทรวงติดตามและช่วง 3 วันแรก จึงยังไม่ควรนำไปสรุปว่าเป็นภาพรวมการบริโภคทั้งหมดของจีน
ไทย–จีน 51 ปี เปิดเกมความร่วมมือยุคใหม่ จากการค้า–รถไฟ สู่ AI และพลังงานสะอาด ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและจีนเดินทางเข้าสู่ปีที่ 51 หลังทั้งสองประเทศสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการมาตั้งแต่ปี 2518 แต่สิ่งที่น่าสนใจในปี 2569 ไม่ได้อยู่เพียงระยะเวลาของความสัมพันธ์ หากอยู่ที่โครงสร้างความร่วมมือระหว่างสองประเทศที่กำลังเปลี่ยนไป จากเดิมที่ภาพความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจไทย–จีนมักถูกมองผ่านเรื่องการค้า การท่องเที่ยว การส่งออกสินค้าเกษตร และการลงทุนในภาคการผลิต วันนี้ขอบเขตใหม่กำลังขยายไปสู่เทคโนโลยีขั้นสูง ปัญญาประดิษฐ์ ยานยนต์พลังงานใหม่ พลังงานสะอาด เศรษฐกิจดิจิทัล และโครงสร้างพื้นฐาน การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกับจีนที่เข้าสู่ช่วงเริ่มต้นของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 ซึ่งครอบคลุมช่วงปี 2026–2030 และให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพสูงและอุตสาหกรรมใหม่มากขึ้น สำหรับประเทศไทย นี่จึงไม่ใช่เพียงเรื่อง “มิตรภาพ 51 ปี” แต่เป็นคำถามว่าไทยจะเปลี่ยนความสัมพันธ์ที่มีอยู่ให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจในทศวรรษใหม่ได้มากแค่ไหน
สินค้าจีนเข้าไทยพุ่ง 31.55% ไทย–จีนหารือตั้ง “Early Warning” เฝ้าระวังก่อนกระทบผู้ประกอบการ การเติบโตอย่างรวดเร็วของสินค้านำเข้าจากจีนกำลังกลายเป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญของภาคธุรกิจไทย โดยเฉพาะในยุคที่สินค้าไม่ได้เข้าประเทศผ่านผู้นำเข้าและร้านค้ารายใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่สามารถส่งตรงถึงผู้บริโภคผ่านแพลตฟอร์ม E-commerce และ Cross-Border E-commerce ได้ง่ายขึ้น ล่าสุด ไทยเสนอให้จีนร่วมกันจัดตั้งกลไก “Early Warning” หรือระบบแจ้งเตือนล่วงหน้า เพื่อเฝ้าระวังการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมถึงตรวจจับสัญญาณที่อาจนำไปสู่ปัญหาการทุ่มตลาด ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่มูลค่าการนำเข้าสินค้าจากจีนของไทยในช่วง 2 ไตรมาสแรกของปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 2.21 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.55% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตัวเลขนี้ทำให้ประเด็น “สินค้าจีนทะลักเข้าไทย” ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องการแข่งขันของร้านค้าออนไลน์อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นโจทย์เชิงโครงสร้างของการค้าไทย
ข้าวไทยบุกจีน ดีล 5 แสนตัน สะท้อนเกมใหม่ จากแข่งปริมาณสู่ขาย “คุณภาพ” จีนเป็นทั้งหนึ่งในผู้ผลิตและผู้บริโภคข้าวรายใหญ่ของโลก แต่ขณะเดียวกันก็ยังเป็นตลาดสำคัญของข้าวไทย และกำลังมีความเคลื่อนไหวเรื่องคำสั่งซื้อจากไทยในระดับหลายแสนตัน คำถามจึงเกิดขึ้นว่า ในเมื่อจีนสามารถผลิตข้าวได้เองจำนวนมาก เหตุใดจึงยังต้องนำเข้าข้าวจากประเทศไทย? คำตอบไม่ได้อยู่ที่ว่าจีน “ไม่มีข้าวเพียงพอ” อย่างเดียว แต่ต้องมองไปถึงโครงสร้างของตลาดที่มีความต้องการหลากหลาย เพราะข้าวไม่ได้เป็นสินค้าเหมือนกันทั้งหมด สายพันธุ์ กลิ่น รสชาติ ลักษณะเมล็ด คุณภาพ แหล่งกำเนิด มาตรฐาน ตลอดจนภาพลักษณ์ของสินค้า ล้วนมีผลต่อการตัดสินใจซื้อ จุดนี้เองที่เปิดพื้นที่ให้ข้าวไทยเข้าไปแข่งขันในตลาดจีน โดยเฉพาะข้าวที่สามารถสร้างความแตกต่างและวางตำแหน่งเหนือการแข่งขันด้วยราคาต่ำเพียงอย่างเดียว
จีนคุมเข้มเดินทางออกนอกประเทศ แต่ยังไม่ใช่ “ปิดประตูท่องเที่ยว” ไทยต้องจับตาความเสี่ยงอะไร? กระแสข่าวจีนออกมาตรการควบคุมการเดินทางออกนอกประเทศกำลังสร้างความกังวลต่อหลายธุรกิจที่พึ่งพาผู้บริโภคจีน โดยเฉพาะท่องเที่ยว โรงแรม ค้าปลีก ร้านอาหาร และธุรกิจที่ทำตลาดกับนักท่องเที่ยวจีน คำถามสำคัญคือ จีนกำลังจะ “ห้ามประชาชนเดินทางต่างประเทศ” จริงหรือไม่ และมาตรการใหม่จะกระทบตลาดนักท่องเที่ยวจีนของไทยมากแค่ไหน เมื่อพิจารณาจากตัวบทกฎหมายที่ประกาศอย่างเป็นทางการ คำตอบในเวลานี้คือ จีนเพิ่มความเข้มงวดในการบริหารการเข้า–ออกประเทศจริง แต่ยังไม่มีหลักฐานจากกฎฉบับนี้ว่ารัฐบาลจีนกำลังห้ามประชาชนทั่วไปเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ ดังนั้น สิ่งที่ธุรกิจไทยควรทำไม่ใช่ตื่นตระหนกกับคำว่า “Exit Ban” แต่ต้องแยกให้ออกว่าใครอยู่ในขอบเขตของมาตรการ และความเสี่ยงใดที่จะกระทบนักท่องเที่ยวจีนจริง
แฟชั่นไทยรุกตลาดจีน เปิด “Thai Pavilion” บน Tmall ปั้น 50 แบรนด์ จากของฝากสู่สินค้าแฟชั่นมูลค่าสูง อุตสาหกรรมแฟชั่นไทยกำลังเข้าสู่จังหวะสำคัญของการขยายตลาดจีน จากเดิมที่แบรนด์ไทยจำนวนมากเป็นที่รู้จักผ่านนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาประเทศไทย กำลังขยับสู่การสร้างช่องทางจำหน่ายออนไลน์อย่างเป็นระบบ เพื่อเปลี่ยนความนิยมระหว่างการท่องเที่ยวให้กลายเป็นฐานลูกค้าระยะยาวในจีนแผ่นดินใหญ่ จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2569 เมื่อ “ศาลาไทย” หรือ Thai Pavilion เปิดตัวบน Tmall International ของ Alibaba ในรูปแบบร้านเรือธงที่รวบรวมสินค้าแฟชั่นไทยสำหรับตลาดต่างประเทศ โดยได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ในระยะแรกมีดีไซเนอร์และแบรนด์ไทยเข้าร่วม 13 แบรนด์ ครอบคลุมตั้งแต่เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ น้ำหอม ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล และมีเป้าหมายขยายจำนวนเป็น 50 แบรนด์ภายในปี 2569 นี่จึงไม่ใช่เพียงการเปิดร้านออนไลน์อีกหนึ่งแห่ง แต่เป็นความพยายามสร้าง “หน้าร้านแฟชั่นไทย” ในตลาด E-commerce จีนอย่างเป็นระบบ และเป็นบททดสอบสำคัญว่าแบรนด์ไทยจะสามารถเปลี่ยนกระแสความนิยมจากนักท่องเที่ยวให้กลายเป็นยอดขายออนไลน์ที่ต่อเนื่องได้หรือไม่
สินค้าจีนรุกตลาดไทย จาก Lazada–Shopee ถึง TikTok Shop เกมใหม่ยึด “ช่องทางขาย” ก่อนครองผู้บริโภค ในช่วงเวลาไม่ถึงหนึ่งทศวรรษ โครงสร้างค้าปลีกของประเทศไทยเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จากยุคที่ห้างสรรพสินค้า ร้านค้า และโมเดิร์นเทรดเป็นช่องทางหลักในการเข้าถึงผู้บริโภค สู่ยุคที่แพลตฟอร์ม E-commerce และ Social Commerce กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่เพียงการเติบโตของการซื้อสินค้าออนไลน์ แต่คือบทบาทของแพลตฟอร์มที่มีความเชื่อมโยงกับทุนและเทคโนโลยีจากจีน ตั้งแต่ Lazada ซึ่งอยู่ภายใต้ Alibaba Group ไปจนถึง TikTok Shop ของ ByteDance ขณะที่ Shopee ซึ่งมีบริษัทแม่คือ Sea Limited จากสิงคโปร์ ก็เคยมี Tencent บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของจีนเป็นผู้ถือหุ้นสำคัญ เมื่อแพลตฟอร์มเหล่านี้เติบโตขึ้น ช่องทางที่สินค้าจีนใช้เข้าสู่ประเทศไทยก็เปลี่ยนไปด้วย จากเดิมที่ต้องผ่านผู้นำเข้า ผู้ค้าส่ง และร้านค้าปลีกหลายทอด กลายเป็นโมเดล Cross-Border E-commerce ที่ผู้ขายหรือโรงงานต่างประเทศสามารถเข้าถึงผู้บริโภคไทยได้โดยตรงมากขึ้น การแข่งขันจึงไม่ได้อยู่แค่คำถามว่า “ใครผลิตสินค้าถูกกว่า” แต่กำลังขยับไปสู่คำถามที่ใหญ่กว่า คือ “ใครควบคุมช่องทางที่ผู้บริโภคใช้ค้นหา ตัดสินใจ และซื้อสินค้า”