
จีนเริ่มคุมส่งออก 40 เทคโนโลยี สินค้ายังซื้อขายได้ตามปกติ แต่การถ่ายทอดเทคโนโลยีออกนอกจีนจะยากขึ้น
จีนกำลังขีดเส้นใหม่ให้ชัดว่า “สินค้า” ขายได้ แต่ “ความรู้เบื้องหลังสินค้า” ต้องขออนุญาตก่อน
เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 กระทรวงพาณิชย์จีนและกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจีน ประกาศเตรียมเพิ่มเทคโนโลยี 40 รายการเข้าบัญชีห้ามและจำกัดการส่งออก แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ AI 23 รายการ โซลาร์เซลล์ 12 รายการ และชีวเวชภัณฑ์ 5 รายการ
ในจำนวนนี้มี 14 รายการที่ห้ามส่งออกเลย ส่วนอีก 26 รายการส่งออกได้ แต่ต้องขอใบอนุญาตก่อน

สรุปสั้น ๆ สำหรับคนรีบอ่าน
- แผงโซลาร์และสินค้าสำเร็จรูปจากจีน ยังนำเข้าได้ตามปกติ
- การติดตั้งหรืออัปเกรดไลน์ผลิตด้วยเทคโนโลยีจีน ต้องรอฝั่งจีนขออนุญาตก่อน
- ธุรกิจไทยที่ใช้ AI จีนแบบโอเพนซอร์ส เช่น Qwen หรือ DeepSeek แทบไม่กระทบ
- มาตรการบางส่วนเริ่มแล้ว ผู้ส่งออกฝั่งจีนต้องลงทะเบียนตั้งแต่วันประกาศ แม้ร่างฉบับเต็มยังเปิดรับความเห็นถึง 15 พ.ย. 2569
ไม่ต้องรอร่างฉบับสุดท้าย บางส่วนเริ่มแล้ว
ร่างบัญชีฉบับใหม่ยังเปิดให้แสดงความเห็นได้ถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2569 แต่จีนไม่ได้รอ
ประกาศฉบับเดียวกันกำหนดให้ผู้ส่งออกเทคโนโลยีในกลุ่มนี้ ต้องลงทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์จีนก่อนส่งออก โดยมีผลทันที และครอบคลุมถึงดีลที่เริ่มไปแล้วแต่ยังส่งมอบไม่เสร็จด้วย
ทางการจีนระบุว่านี่เป็นการบริหารการค้าเทคโนโลยีตามปกติ และไม่ได้มุ่งเป้าประเทศใดเป็นพิเศษ
โซลาร์เซลล์: กลุ่มที่ใกล้ตัวไทยที่สุด
ไทยเป็นหนึ่งในฐานการผลิตโซลาร์เซลล์ที่ผู้ผลิตจีนหลายรายเลือกมาตั้งโรงงาน กลุ่มนี้จึงน่าจับตาที่สุดสำหรับธุรกิจไทย
12 รายการในกลุ่มนี้ครอบคลุมเทคโนโลยีการผลิตโพลีซิลิคอน แผ่นเวเฟอร์ และเซลล์แสงอาทิตย์ รวมถึงเครื่องจักรหลักที่ใช้ผลิต โดยเทคโนโลยีรุ่นใหม่ล่าสุดบางประเภทถูกเสนอให้ห้ามส่งออกเลย
ข่าวดีคือ แผงโซลาร์และสินค้าสำเร็จรูปไม่อยู่ในขอบเขต การนำเข้าแผงจากจีนจึงทำได้ตามเดิม
สิ่งที่เปลี่ยนคือ การส่งสายการผลิต การติดตั้ง การทดสอบเดินเครื่อง และการอัปเกรดไลน์ผลิตที่ใช้เทคโนโลยีในบัญชี ต้องได้ใบอนุญาตจากจีนก่อน
ใครที่มีแผนขยายโรงงานหรืออัปเกรดไลน์ผลิต โดยใช้เครื่องจักรและทีมวิศวกรจากจีน จึงควรเผื่อเวลาไว้มากขึ้น ทั้งเจ้าของโรงงาน ผู้รับเหมา และซัพพลายเออร์ในห่วงโซ่นี้
AI: ธุรกิจไทยส่วนใหญ่แทบไม่กระทบ
กลุ่ม AI มีจำนวนมากที่สุดถึง 23 รายการ ครอบคลุมโมเดล AI ขนาดใหญ่ AI Agent และระบบประมวลผล ฟังดูน่ากังวล แต่ในทางปฏิบัติแทบไม่กระทบธุรกิจไทย
เหตุผลง่าย ๆ คือ แชตบอต AI จีนอย่าง Doubao หรือ ERNIE ให้บริการในจีนเป็นหลักอยู่แล้ว ส่วนโมเดลจีนที่ธุรกิจไทยนำมาใช้จริง เช่น Qwen หรือ DeepSeek เป็นโอเพนซอร์สที่เผยแพร่ไปแล้ว ซึ่งจีนยกเว้นไว้ชัดเจน
นอกจากนี้ การใช้งานผ่าน API แอป หรือบริการ SaaS ก็ไม่นับเป็นการส่งออกเทคโนโลยี
กลุ่มที่ควรจับตามีเพียงองค์กรใหญ่หรือผู้ให้บริการคลาวด์ ที่ต้องการนำโมเดลจีนรุ่นท็อประดับโลกแบบไม่เปิดเผยโค้ด มาติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์ในไทย
ชีวเวชภัณฑ์: กระทบเฉพาะดีลถ่ายทอดเทคโนโลยีเชิงลึก
กลุ่มนี้มี 5 รายการ ครอบคลุมการรักษาด้วยเซลล์และยีน ยาบางกลุ่มรุ่นใหม่ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับเชื้อก่อโรค
งานจ้างวิจัยและจ้างผลิตยา (CRO/CDMO) ได้รับการยกเว้น โรงพยาบาลและบริษัทไบโอเทคไทยที่ซื้อบริการหรือผลิตภัณฑ์จากจีนจึงไม่กระทบ ที่ต้องระวังคือดีลรับถ่ายทอดเทคโนโลยีเชิงลึกจากจีนโดยตรง

ธุรกิจไทยควรทำอะไรตอนนี้
1. เช็กสัญญาที่มีการถ่ายทอดเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นการรับสิทธิ์ใช้เทคโนโลยี การติดตั้งระบบ หรือการร่วมพัฒนากับคู่ค้าจีน ว่าเกี่ยวกับ 3 กลุ่มนี้หรือไม่
2. ถามคู่ค้าจีนว่าลงทะเบียนแล้วหรือยัง เพราะมาตรการเริ่มแล้ว ถ้าฝั่งจีนล่าช้า กำหนดส่งมอบฝั่งไทยก็อาจเลื่อนตาม
3. ติดตามบัญชีฉบับสุดท้ายหลัง 15 พ.ย. 2569 เพราะรายการและเกณฑ์อาจเปลี่ยนหลังรับฟังความเห็น
มองภาพใหญ่
มาตรการนี้สะท้อนทิศทางที่ชัดขึ้นของจีน คือพร้อมขายสินค้าและบริการเทคโนโลยีให้ทั่วโลก แต่จะเก็บ “ความรู้หลัก” ไว้ในประเทศให้มากที่สุด
สำหรับธุรกิจไทยที่ทำงานกับจีน การเข้าใจกฎระเบียบฝั่งจีนจึงสำคัญไม่น้อยกว่าการเจรจาดีล
ที่มา: กระทรวงพาณิชย์จีน (ประกาศร่วม MOFCOM-MOST ฉบับที่ 48/2569), สำนักข่าวซินหัว (คำชี้แจงของกระทรวงพาณิชย์จีน)
ภาพ: ภาพหน้าปกและอินโฟกราฟิกจัดทำโดย We Bridge Marketing Solution





