จีนอัดมาตรการกระตุ้น Golden Week ยอดขาย ท่องเที่ยวคึกคัก

Golden Week จีนคึกคัก ยอดขายย่านการค้าโต 5.3% รัฐอัดมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อ

ช่วงหยุดยาววันชาติจีน หรือ Golden Week กำลังส่งสัญญาณบวกต่อภาคการบริโภค หลังจำนวนผู้ใช้บริการและรายได้ในย่านการค้าสำคัญปรับตัวเพิ่มขึ้น พร้อมกับแรงหนุนจากมาตรการ Trade-in ของรัฐบาลที่สร้างยอดขายเกือบ 2 หมื่นล้านหยวนภายในเวลาเพียง 3 วัน
ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์จีนระบุว่า ในช่วง 3 วันแรกของวันหยุดยาววันชาติ ระหว่างวันที่ 1–7 ตุลาคม จำนวนลูกค้าในถนนสายชอปปิงและย่านการค้าสำคัญ 78 แห่งที่อยู่ในการติดตาม เพิ่มขึ้น 3.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ขณะที่รายได้เพิ่มขึ้นมากกว่าในอัตรา 5.3%
ตัวเลขดังกล่าวน่าสนใจ เพราะไม่เพียงสะท้อนว่าผู้คนออกมาจับจ่ายมากขึ้น แต่รายได้ของพื้นที่การค้ายังขยายตัวเร็วกว่าจำนวนลูกค้า ซึ่งอาจเป็นสัญญาณว่ามูลค่าการใช้จ่ายโดยรวมในพื้นที่ที่ติดตามกำลังปรับตัวดีขึ้นด้วย
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวครอบคลุมเพียง 78 ย่านการค้าที่กระทรวงติดตามและช่วง 3 วันแรก จึงยังไม่ควรนำไปสรุปว่าเป็นภาพรวมการบริโภคทั้งหมดของจีน
 
 

Trade-in กลายเป็นเครื่องยนต์กระตุ้นการใช้จ่าย

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการจับจ่ายช่วง Golden Week คือโครงการ Trade-in สินค้าอุปโภคบริโภคของรัฐบาลจีน
เพียง 3 วันแรกของช่วงวันหยุด โครงการดังกล่าวสร้างยอดจำหน่ายประมาณ 19.6 พันล้านหยวน หรือประมาณ 98.1 พันล้านบาท และมีผู้บริโภคได้รับประโยชน์จากมาตรการประมาณ 3.48 ล้านคน
เม็ดเงินกระจายเข้าสู่สินค้าหลายประเภท โดยเฉพาะรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์ดิจิทัล
เฉพาะรถยนต์ มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนประมาณ 46,000 คัน และสร้างยอดจำหน่ายรถยนต์ใหม่ประมาณ 7.45 พันล้านหยวน
เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านมียอดประมาณ 1.51 ล้านเครื่อง คิดเป็นมูลค่า 6.5 พันล้านหยวน
ส่วนอุปกรณ์ดิจิทัลและอุปกรณ์อัจฉริยะมียอดประมาณ 1.71 ล้านชิ้น มูลค่า 4.9 พันล้านหยวน
หากมองจากโครงสร้างตัวเลข จะเห็นว่ารัฐบาลจีนไม่ได้กระตุ้นการบริโภคด้วยการลดราคาสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่พยายามเร่งให้ครัวเรือนนำสินค้ารุ่นเก่ามาเปลี่ยนเป็นสินค้าใหม่ ซึ่งช่วยสร้างอุปสงค์ให้กับภาคการผลิตและค้าปลีกไปพร้อมกัน
 
 

Golden Week ไม่ได้มีแค่ชอปปิง แต่การเดินทางกำลังทำสถิติ

อีกด้านที่สะท้อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจคือการเดินทาง
ทางการจีนประเมินว่า ตลอดช่วงหยุดยาว 7 วันจะมีการเดินทางข้ามภูมิภาครวมประมาณ 2.13 พันล้านครั้ง หรือเฉลี่ยราว 300 ล้านครั้งต่อวัน
เฉพาะวันที่ 1 ตุลาคม มีผู้โดยสารเดินทางด้วยรถไฟถึง 25.2 ล้านครั้ง ซึ่งข้อมูลต้นทางระบุว่าเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับการเดินทางด้วยรถไฟภายในวันเดียว
จีนจึงเพิ่มบริการรถไฟในเส้นทางที่มีความต้องการสูง พร้อมยกเว้นค่าผ่านทางด่วนสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลในช่วงวันหยุด
จำนวนการเดินทางในระดับนี้มีความหมายมากกว่าภาคคมนาคม เพราะเมื่อคนเดินทางมากขึ้น เม็ดเงินมีโอกาสกระจายเข้าสู่โรงแรม ร้านอาหาร แหล่งท่องเที่ยว ร้านค้าปลีก และบริการในเมืองต่าง ๆ ตามไปด้วย
Golden Week จึงทำหน้าที่คล้าย “เทศกาลบริโภคขนาดใหญ่” ที่เชื่อมการเดินทาง การท่องเที่ยว และการจับจ่ายเข้าไว้ด้วยกัน
 
 
 

รัฐบาลจีนไม่ได้ปล่อยให้การบริโภคฟื้นตัวเอง

สิ่งที่ต้องจับตาคือ การขยายตัวของการใช้จ่ายรอบนี้เกิดขึ้นพร้อมมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐหลายด้าน
กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวจีนดำเนินโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวระดับชาติเป็นระยะเวลา 1 เดือนตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน
รัฐบาลท้องถิ่นทั่วประเทศเตรียมกิจกรรมมากกว่า 20,000 งาน ตั้งแต่การท่องเที่ยวชมธรรมชาติ การพักผ่อนช่วงฤดูใบไม้ร่วง กิจกรรมกลางคืน อาหารท้องถิ่น ไปจนถึงกิจกรรมท่องเที่ยวรูปแบบต่าง ๆ
นอกจากนี้ ยังมีการแจกบัตรกำนัลและเงินสนับสนุนผู้บริโภครวมประมาณ 310 ล้านหยวน เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยว
เมื่อรวมกับมาตรการ Trade-in จะเห็นว่าจีนกำลังใช้ทั้งมาตรการฝั่งสินค้าและบริการเพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศพร้อมกัน
ด้านหนึ่งกระตุ้นให้ประชาชนซื้อรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์ดิจิทัลใหม่
อีกด้านหนึ่งกระตุ้นให้ประชาชนเดินทาง ท่องเที่ยว รับประทานอาหาร และใช้บริการมากขึ้น
 
 
 

 

ตัวเลขดีขึ้น แต่ต้องดูหลัง Golden Week ด้วย

แม้ตัวเลข 3 วันแรกจะออกมาในทิศทางบวก แต่ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าการบริโภคของจีนเข้าสู่รอบการเติบโตที่แข็งแกร่งแล้ว
เหตุผลสำคัญคือ Golden Week เป็นช่วงที่มีการเดินทางและใช้จ่ายสูงเป็นพิเศษอยู่แล้ว ขณะเดียวกันปีนี้ยังได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐ
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “Golden Week ขายดีหรือไม่”
แต่คือ หลังมาตรการกระตุ้นและช่วงวันหยุดสิ้นสุดลง ผู้บริโภคจีนจะยังใช้จ่ายต่อเนื่องมากแค่ไหน
หากยอดค้าปลีก การท่องเที่ยว และสินค้าคงทนสามารถรักษาการเติบโตได้ต่อเนื่องหลังเดือนตุลาคม นั่นจึงจะเป็นสัญญาณที่ชัดขึ้นว่าความต้องการภายในประเทศกำลังแข็งแรงขึ้นจริง
ในทางกลับกัน หากการใช้จ่ายเร่งตัวเฉพาะช่วงที่มีเงินสนับสนุนและเทศกาล ก็อาจสะท้อนว่ารัฐบาลจีนยังต้องใช้มาตรการกระตุ้นเพื่อพยุงกำลังซื้ออยู่
 
 

กำลังซื้อจีนฟื้น มีความหมายอย่างไรต่อไทย?

สำหรับประเทศไทย การบริโภคภายในจีนเป็นตัวเลขที่ควรจับตา เพราะจีนเป็นตลาดขนาดใหญ่สำหรับสินค้าและบริการจากไทยหลายประเภท
หากผู้บริโภคจีนกลับมามีความมั่นใจและใช้จ่ายมากขึ้น โอกาสไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการส่งออกสินค้าไปจีน แต่ยังเชื่อมโยงถึงการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศในระยะต่อไป
โดยเฉพาะธุรกิจไทยที่เกี่ยวข้องกับอาหาร ผลไม้ สินค้าเกษตร สินค้าเพื่อสุขภาพ ความงาม แฟชั่น และการท่องเที่ยว ซึ่งล้วนเชื่อมโยงกับกำลังซื้อของผู้บริโภคจีนในระดับต่าง ๆ
อย่างไรก็ตาม ตัวเลข Golden Week รอบนี้ยังเป็นข้อมูลการบริโภค ภายในประเทศจีน จึงไม่ควรตีความโดยตรงว่าการเดินทางออกต่างประเทศหรือการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจีนในไทยจะเพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกัน
สิ่งที่ภาคธุรกิจไทยควรติดตามต่อคือ พฤติกรรมผู้บริโภคจีนหลังวันหยุด ความเชื่อมั่นผู้บริโภค การใช้จ่ายด้านบริการ และแนวโน้มการเดินทางต่างประเทศ
 
 
 

จาก “โรงงานโลก” สู่การเร่งสร้าง “ตลาดผู้บริโภค”

อีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจคือภาพเศรษฐกิจจีนกำลังไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยการผลิตและการส่งออกเพียงด้านเดียว
มาตรการ Trade-in การแจกบัตรกำนัล การส่งเสริมการท่องเที่ยว และการสร้างกิจกรรมมากกว่า 20,000 งาน สะท้อนความพยายามในการดึงกำลังซื้อภายในประเทศออกมาใช้มากขึ้น
ตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ของจีนจึงเป็นอีกสมรภูมิสำคัญของบริษัททั่วโลก
สำหรับธุรกิจไทย โอกาสอาจไม่ได้อยู่ที่การขายสินค้าให้จีน “จำนวนมากที่สุด” เสมอไป แต่อยู่ที่การเข้าใจว่าผู้บริโภคจีนยุคใหม่ยอมจ่ายเงินให้กับอะไร
ตั้งแต่คุณภาพ ความปลอดภัย สุขภาพ ประสบการณ์ แบรนด์ ไปจนถึงความแตกต่างของสินค้า
หากกำลังซื้อจีนกลับมาแข็งแรงขึ้น การแข่งขันเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคกว่า 1 พันล้านคนก็จะรุนแรงขึ้นตามไปด้วย
Golden Week ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงเทศกาลท่องเที่ยวและชอปปิง
แต่เป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัดว่าเครื่องยนต์ “การบริโภคภายในประเทศ” ของจีนกำลังเดินไปในทิศทางใด และเป็นสัญญาณที่ผู้ประกอบการไทยควรติดตามอย่างใกล้ชิด

อยากปรึกษาเรื่องเจาะตลาดจีนด้วยการโฆษณาออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการทำ Baidu Search และการทำการตลาดบน RED NOTE (小红书 / Xiaohongshu) เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายลูกค้าคนจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยแพลตฟอร์มที่คนจีนใช้งานมากที่สุด Baidu Search Engine #1 ของคนจีนที่มีผู้ใช้มากกว่า 1,700 ล้านคน และ RED (Xiaohongshu) ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในกลุ่มผู้บริโภคชาวจีน ปรึกษาได้ที่กดคลิ๊กที่นี่ → We Bridge Marketing Solution
#บุกตลาดจีน #ตลาดจีน #XHS #小红书 #REDNOTE

Share with your network!
Facebook
Threads
X
LinkedIn