คลังไทยถกจีน-ฮ่องกง ดึงทุน 5 อุตฯ อนาคต เปิดทางบริษัทไทยระดมทุนฮ่องกง

นายพอล ชาน รัฐมนตรีคลังฮ่องกง จับมือกับ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่กรุงเทพฯ

คลังไทยเดินสายหารือจีนและฮ่องกง ฝั่งหนึ่งชวนทุนคุณภาพเข้าไทย อีกฝั่งเปิดช่องทางให้บริษัทไทยระดมทุน

ช่วงที่กรุงเทพฯ เป็นเจ้าภาพประชุม IMF-World Bank เมื่อกลางเดือนตุลาคม ไม่ได้มีแค่เวทีใหญ่ระดับโลก แต่ยังมีการหารือทวิภาคีหลายวงที่เกี่ยวกับธุรกิจไทยโดยตรง

สองวงที่น่าจับตาที่สุด คือการหารือระหว่าง ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กับรัฐมนตรีคลังของจีน และกับรัฐมนตรีคลังของฮ่องกง

การหารือระหว่างคณะของรัฐมนตรีคลังฮ่องกงและคณะของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไทย ที่กรุงเทพฯ
นายพอล ชาน Financial Secretary ฮ่องกง (ที่สองจากซ้าย) หารือกับ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ (ที่สามจากขวา) ที่กรุงเทพฯ 17 ต.ค. 2569 | ภาพ: news.gov.hk รัฐบาลเขตบริหารพิเศษฮ่องกง

สรุปสั้น ๆ สำหรับคนรีบอ่าน

  • ไทยกับจีนเห็นตรงกันว่าจะผลักดันการลงทุนจีนใน 5 อุตสาหกรรมอนาคต คือ AI หุ่นยนต์ เซมิคอนดักเตอร์ เกษตรอัจฉริยะ และ EV
  • ไทยเน้นทุนจีนที่สร้างงาน สร้างซัพพลายเชนในประเทศ และถ่ายทอดเทคโนโลยี
  • ฮ่องกงพร้อมเป็นแหล่งเงินทุน และอยากให้บริษัทไทยจดทะเบียนคู่ขนานในตลาดหุ้นฮ่องกงมากขึ้น
  • ทั้งสองวงยังไม่มีตัวเลขเงินลงทุนหรือข้อตกลงที่ลงนาม เป็นการวางทิศทางความร่วมมือ

วงแรก: จีน ชวนทุนคุณภาพเข้า 5 อุตสาหกรรมอนาคต

ดร.เอกนิติ หารือกับนายหลาน ฝออัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจีน ระหว่างการประชุมรัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลาง G20 ที่กรุงเทพฯ

ประเด็นหลักคือการผลักดันการลงทุนจากจีนใน 5 อุตสาหกรรม ได้แก่ AI หุ่นยนต์ เซมิคอนดักเตอร์ เกษตรอัจฉริยะ และยานยนต์ไฟฟ้า

จุดที่น่าสนใจคือ ไทยไม่ได้ต้องการแค่เม็ดเงิน แต่ย้ำว่าต้องเป็น “ทุนคุณภาพ” ที่สร้างงานให้คนไทย สร้างซัพพลายเชนในประเทศ และมีการถ่ายทอดเทคโนโลยี พร้อมทั้งพัฒนาทักษะแรงงานรองรับอุตสาหกรรมใหม่

สองฝ่ายยังตกลงร่วมมือกันตามรอยและตัดเส้นทางการเงินของแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ และขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจสีเขียวและพลังงานหมุนเวียน

วงที่สอง: ฮ่องกง เปิดประตูตลาดทุนให้บริษัทไทย

วันที่ 17 ตุลาคม 2569 ดร.เอกนิติ หารือกับนายพอล ชาน (Paul Chan) Financial Secretary หรือรัฐมนตรีคลังของฮ่องกง ที่กรุงเทพฯ

ฝั่งฮ่องกงเสนอตัวเป็นแหล่งเงินทุนให้ธุรกิจที่ขยายการลงทุนในไทย และต้องการกระชับความร่วมมือระหว่างหน่วยงานกำกับตลาดหุ้นของสองฝั่ง เพื่อให้บริษัทจดทะเบียนคู่ขนาน (Dual Listing) ได้สะดวกขึ้น

ฮ่องกงยังวางตัวเป็นสะพาน จับคู่เทคโนโลยีของบริษัทจีนแผ่นดินใหญ่กับความต้องการของอุตสาหกรรมไทย

เรื่องนี้มีพื้นฐานอยู่แล้ว เพราะตั้งแต่เดือนมีนาคม 2568 ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงได้เพิ่มตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเข้าเป็นตลาดที่ได้รับการรับรอง ทำให้บริษัทที่จดทะเบียนในตลาด SET สามารถยื่นขอจดทะเบียนรองในฮ่องกงได้

อินโฟกราฟิก สรุป 2 วงหารือของคลังไทยกับจีนและฮ่องกง และโอกาสสำหรับธุรกิจไทย
ภาพ: We Bridge Marketing Solution / ข้อมูล: กระทรวงการคลังจีน, รัฐบาลเขตบริหารพิเศษฮ่องกง

ธุรกิจไทยได้อะไรจากสองวงนี้

ซัพพลายเออร์และพันธมิตรในห่วงโซ่ 5 อุตสาหกรรม ถ้าทุนจีนเข้ามาตามทิศทางนี้จริง สิ่งที่ตามมาคือความต้องการชิ้นส่วน บริการ และพันธมิตรท้องถิ่น โดยเฉพาะเมื่อไทยตั้งเงื่อนไขเรื่องซัพพลายเชนในประเทศ

บริษัทจดทะเบียนที่อยากเข้าถึงนักลงทุนจีน Dual Listing ในฮ่องกงเป็นช่องทางเข้าถึงนักลงทุนจีนและนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งอาจง่ายขึ้นหากความร่วมมือระหว่างหน่วยงานกำกับของสองตลาดคืบหน้า

ธุรกิจที่ทำธุรกรรมข้ามพรมแดนกับจีน การร่วมมือตัดเส้นทางเงินของแก๊งสแกมเมอร์ อาจทำให้การตรวจสอบธุรกรรมข้ามประเทศเข้มขึ้น ควรเตรียมเอกสารที่มาของเงินให้พร้อม

มองภาพใหญ่

ทั้งสองวงยังเป็นการวางทิศทาง ยังไม่มีตัวเลขหรือข้อตกลงที่ลงนาม แต่สะท้อนท่าทีที่ชัดขึ้นของไทย คือเปิดรับทุนจีน โดยต้องการให้ทุนนั้นสร้างประโยชน์ระยะยาวให้เศรษฐกิจไทย

สำหรับธุรกิจไทยที่มองจีนเป็นทั้งตลาดและแหล่งทุน ช่วงนี้จึงเป็นจังหวะที่ดีในการเตรียมตัว ทั้งการหาพันธมิตรจีนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย และการทำความเข้าใจช่องทางระดมทุนผ่านฮ่องกง


ที่มา: รัฐบาลเขตบริหารพิเศษฮ่องกง (ข่าวประชาสัมพันธ์ 17 ต.ค. 2569), กระทรวงการคลังจีน (ข่าวการประชุม G20), กรุงเทพธุรกิจ (เอกนิติหารือ รมว.คลังจีน), HKEX (ประกาศรับรองตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย)

ภาพ: ภาพการหารือจาก news.gov.hk รัฐบาลเขตบริหารพิเศษฮ่องกง / ภาพหน้าปกและอินโฟกราฟิกจัดทำโดย We Bridge Marketing Solution

อยากปรึกษาเรื่องเจาะตลาดจีนด้วยการโฆษณาออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการทำ Baidu Search และการทำการตลาดบน RED NOTE (小红书 / Xiaohongshu) เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายลูกค้าคนจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยแพลตฟอร์มที่คนจีนใช้งานมากที่สุด Baidu Search Engine #1 ของคนจีนที่มีผู้ใช้มากกว่า 1,700 ล้านคน และ RED (Xiaohongshu) ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในกลุ่มผู้บริโภคชาวจีน ปรึกษาได้ที่กดคลิ๊กที่นี่ → We Bridge Marketing Solution
#บุกตลาดจีน #ตลาดจีน #XHS #小红书 #REDNOTE

Share with your network!
Facebook
Threads
X
LinkedIn