ศึกรถยนต์ไทยเดือด! ค่ายรถจีนเร่งชิงตลาด EV ญี่ปุ่นแชมป์เก่าสะเทือน แค่ 3 ปี กินส่วนแบ่งตลาดแล้ว 13%
ตลาดรถยนต์ไทยกำลังเข้าสู่ “จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่”
อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในปี 2569 กำลังเผชิญการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญที่สุดในรอบหลายสิบปี หลัง “รถยนต์ไฟฟ้าจีน” เร่งขยายตลาดอย่างรวดเร็ว จนเริ่มสั่นคลอนอำนาจของค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นที่ครองตลาดไทยมายาวนาน
จากเดิมที่ประเทศไทยถูกมองเป็น “Detroit of Asia” หรือฐานการผลิตรถยนต์สันดาปสำคัญของภูมิภาค วันนี้ไทยกำลังถูกผลักเข้าสู่ยุคใหม่ของอุตสาหกรรม EV อย่างเต็มตัว
ภายใต้แรงผลักดันจาก
- นโยบายสนับสนุนรถ EV ของรัฐบาล
- มาตรการ EV 3.0 และ EV 3.5
- การลงทุนของค่ายรถจีน
- พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
- สงครามราคารถยนต์ไฟฟ้า
ทั้งหมดกำลังทำให้โครงสร้างตลาดรถยนต์ไทยเปลี่ยนเร็วที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์

รถยนต์จีนบุกไทยหนัก ส่วนแบ่งตลาดโตเร็วในเวลาไม่กี่ปี
ข้อมูลล่าสุดจาก PwC รายงาน ASEAN-6 Automotive Market Snapshot ระบุว่า ค่ายรถยนต์จีนกำลังขยายส่วนแบ่งตลาดในไทยอย่างรวดเร็ว
ภายในเวลาเพียงประมาณ 3 ปี รถยนต์จากจีนสามารถกินส่วนแบ่งตลาดไทยได้แล้วราว 13%
ถือเป็นอัตราการเติบโตที่เร็วมาก เมื่อเทียบกับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมรถยนต์ในอดีต
ปัจจัยสำคัญมาจาก
- มาตรการสนับสนุน EV จากรัฐบาลไทย
- การตั้งโรงงานผลิตในประเทศ
- กลยุทธ์ราคาที่แข่งขันรุนแรง
- เทคโนโลยี EV ที่พัฒนาเร็ว
- การทำตลาดเชิงรุกของแบรนด์จีน
ส่งผลให้ตลาดรถยนต์ไทยเริ่มเข้าสู่ “สมรภูมิใหม่” ระหว่างค่ายรถจีนกับค่ายรถญี่ปุ่นอย่างชัดเจน
รัฐบาลดัน EV เต็มแรง ดึงค่ายรถจีนตั้งฐานผลิตในไทย
เพื่อไม่ให้ไทยตกขบวนเทรนด์พลังงานสะอาดของโลก รัฐบาลไทยได้ออกมาตรการ EV 3.5 เพื่อสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้า
มาตรการสำคัญ ได้แก่
- เงินอุดหนุนรถ EV
- สิทธิประโยชน์ด้านภาษี
- สนับสนุนการลงทุนโรงงาน EV
- ส่งเสริมการผลิตชิ้นส่วนในประเทศ
นโยบายดังกล่าวกลายเป็นแรงดึงดูดสำคัญให้ค่ายรถยนต์จีนเร่งเข้ามาลงทุนในไทย
ปัจจุบันมีแบรนด์รถยนต์จีนรายใหญ่ที่ตั้งฐานการผลิตในไทยแล้ว ได้แก่
- BYD
- GWM
- MG
- NETA
- GAC Aion
- Changan
รวมถึงยังมีแบรนด์จีนรายใหม่ที่กำลังเข้ามาเพิ่มอย่างต่อเนื่อง

BYD โตแรงสุด ใช้กลยุทธ์ “ตัดราคา” เร่งชิงตลาด
หนึ่งในแบรนด์ที่เติบโตเร็วที่สุดในไทย คือ BYD
ข้อมูลระบุว่า ส่วนแบ่งตลาดของ BYD เพิ่มจาก 4.3% ในปี 2024 เป็น 6.6% ในปี 2025
หรือเพิ่มขึ้นกว่า 2.3% ภายในเวลาเพียงปีเดียว
ปัจจัยสำคัญมาจาก
- กลยุทธ์ลดราคาเชิงรุก
- โปรโมชั่นแรง
- การเร่งกำลังผลิตในไทย
- การแข่งขันด้านราคา EV
รวมถึงการเร่งส่งมอบรถก่อนมาตรการ EV 3.0 สิ้นสุด
ขณะที่ GWM และ MG ก็เดินหน้าขยายกำลังการผลิตในไทยเช่นกัน
ค่ายจีนไม่ได้ขายแค่รถ แต่กำลังสร้าง “Ecosystem EV” ในไทย
สิ่งที่น่าจับตาคือ ค่ายรถจีนไม่ได้เข้ามาเพียงเพื่อขายรถยนต์
แต่กำลังพยายามสร้าง “ระบบนิเวศ EV” ครบวงจรในประเทศไทย
ตั้งแต่
- โรงงานประกอบรถ
- โรงงานแบตเตอรี่
- มอเตอร์ไฟฟ้า
- ซัพพลายเชนชิ้นส่วน
- ระบบซอฟต์แวร์
- เทคโนโลยี AI ภายในรถ
- เครือข่ายบริการหลังการขาย
ทั้งหมดนี้กำลังทำให้จีนเริ่มมีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมากขึ้นเรื่อยๆ
ค่ายญี่ปุ่นยังครองตลาด แต่เริ่มถูกกดดันหนัก
แม้รถ EV จีนจะโตแรง แต่ค่ายรถญี่ปุ่นยังคงครองตลาดรถยนต์ไทยในภาพรวม
โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์สันดาป (ICE)
จุดแข็งสำคัญของค่ายญี่ปุ่น คือ
- เครือข่ายศูนย์บริการแข็งแกร่ง
- ระบบอะไหล่ครอบคลุม
- ความเชื่อมั่นแบรนด์
- ฐานลูกค้าเดิมจำนวนมาก
- ซัพพลายเชนในประเทศที่แข็งแรง
อย่างไรก็ตาม เริ่มเห็นแรงกดดันชัดเจนขึ้นจากยอดขายรถสันดาปที่ชะลอตัว
รวมถึงภาวะเศรษฐกิจที่ทำให้กำลังซื้อผู้บริโภคลดลง

ค่ายญี่ปุ่นบางรายเริ่มถอย ปิดโรงงานในไทย
การเปลี่ยนผ่านสู่ EV เริ่มส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นโดยตรง
ตัวอย่างสำคัญคือ
- Subaru
- Suzuki
ที่ตัดสินใจยุติหรือปรับลดการผลิตในไทย
โดย Suzuki ได้ขายโรงงานที่ระยองให้ Ford ในปี 2025
สะท้อนให้เห็นว่า การแข่งขันในอุตสาหกรรมรถยนต์ไทยกำลังเปลี่ยนเร็ว และผู้เล่นที่ปรับตัวไม่ทันอาจได้รับผลกระทบหนัก
ญี่ปุ่นเริ่มเร่งเกม EV หลังจีนบุกหนัก
แม้จะเริ่มช้ากว่าจีน แต่ค่ายญี่ปุ่นก็เริ่มเดินหน้าแผน EV มากขึ้น
ตัวอย่างเช่น
Toyota
เตรียมเปิดตัว Hilux BEV ในปี 2026
Honda
มีแผนเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ในปี 2027
Mazda
ประกาศลงทุนกว่า 5,000 ล้านบาท เพื่อยกระดับโรงงาน AAT จังหวัดระยอง ให้เป็นฐานผลิต SUV
ทั้งหมดสะท้อนว่า ค่ายญี่ปุ่นเริ่มยอมรับว่า “ตลาด EV ไทย” กำลังกลายเป็นสนามแข่งขันสำคัญในอนาคต
ค่ายยุโรปก็เริ่มปรับตัวเช่นกัน
ไม่ใช่แค่ญี่ปุ่นที่ได้รับผลกระทบจากรถจีน
ค่ายรถยุโรปเองก็เริ่มต้องปรับยุทธศาสตร์ใหม่
Ford
เข้าซื้อโรงงานของ Suzuki เพื่อใช้เป็นฐานผลิตรถส่งออก
BMW
ยังรักษาตลาดพรีเมียมได้ดี และยอดขายรถ BEV เติบโตต่อเนื่อง
สะท้อนว่า แม้ตลาดแข่งขันรุนแรง แต่กลุ่มรถพรีเมียมยังมีโอกาสเติบโต
สงคราม EV ไทย กำลังเปลี่ยนทั้งอุตสาหกรรม
การแข่งขันของรถยนต์จีนในไทย ไม่ได้เป็นเพียงเรื่อง “ยอดขายรถ”
แต่กำลังเปลี่ยนทั้งโครงสร้างอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
ตั้งแต่
- ซัพพลายเชน
- การจ้างงาน
- การผลิตชิ้นส่วน
- เทคโนโลยี
- พลังงาน
- โครงสร้างพื้นฐาน
- ทักษะแรงงาน
รวมถึงบทบาทของไทยในอุตสาหกรรมยานยนต์โลก
ไทยกำลังอยู่บนทางแยกสำคัญของอุตสาหกรรมรถยนต์
วันนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญโจทย์สำคัญว่า จะเปลี่ยนผ่านสู่ยุค EV อย่างไร โดยไม่เสียฐานการผลิตเดิมที่สร้างเศรษฐกิจมายาวนาน
เพราะหากไทยเดินเกมช้าเกินไป อาจเสียโอกาสในการเป็นฐานผลิตรถยนต์ยุคใหม่
แต่หากเปลี่ยนเร็วเกินไป ก็อาจกระทบต่อผู้ผลิตเดิม ซัพพลายเชน และแรงงานจำนวนมาก
และนี่อาจเป็น “ศึกเปลี่ยนยุค” ครั้งใหญ่ที่สุดของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในรอบหลายทศวรรษ




