ช็อกตัวเลขการค้าไทย-จีน ปี 69 ไทยขาดดุลพุ่ง 9.3 แสนล้าน นำเข้าเครื่องจักร-อิเล็กทรอนิกส์จากจีนหนักสุด

การค้าจีน-ไทย ปี 2569 ยังน่าจับตา ไทยขาดดุลทะลุ 9.3 แสนล้านใน 4 เดือนแรก

สถานการณ์การค้าระหว่างประเทศไทยกับจีนในปี 2569 กำลังกลายเป็นหนึ่งในประเด็นเศรษฐกิจสำคัญที่หลายฝ่ายจับตา หลังตัวเลขล่าสุดสะท้อนว่า “จีน” ยังคงเป็นประเทศที่ไทยขาดดุลการค้าสูงที่สุดอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลช่วงเดือนมกราคม–เมษายน 2569 ระบุว่า ไทยขาดดุลการค้ากับจีนสะสมสูงถึง 933,075.83 ล้านบาท หรือทะลุระดับ 9.3 แสนล้านบาท ภายในเวลาเพียง 4 เดือนแรกของปี
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนภาพสำคัญว่า แม้การส่งออกไทยยังเติบโต แต่การนำเข้าสินค้าจากจีนกลับขยายตัวเร็วกว่าอย่างชัดเจน ส่งผลให้ช่องว่างทางการค้าระหว่างสองประเทศกว้างขึ้นต่อเนื่อง
 

ไทยส่งออกไปจีนโต แต่ยังสู้มูลค่านำเข้าไม่ได้

ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 ไทยส่งออกสินค้าไปจีนมูลค่ารวม 439,833.48 ล้านบาท
ขณะที่ไทยนำเข้าสินค้าจากจีนสูงถึง 1,372,909.31 ล้านบาท
หมายความว่า มูลค่านำเข้าจากจีนสูงกว่าการส่งออกไปจีนเกือบ 1 ล้านล้านบาทภายในระยะเวลาเพียง 4 เดือน
ภาพดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า จีนยังคงมีบทบาทเป็น “ฐานการผลิตอุตสาหกรรมขนาดใหญ่” ของโลก และไทยยังพึ่งพาสินค้าจากจีนในหลายอุตสาหกรรมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
 

เดือนเมษายน 2569 ไทยขาดดุลหนักสุดเป็นประวัติการณ์

เฉพาะเดือนเมษายน 2569 ไทยขาดดุลการค้ารวมสูงถึง 10,021.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 340,727 ล้านบาท
ถือเป็นระดับขาดดุลสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของไทย
สาเหตุสำคัญมาจากการนำเข้าที่เร่งตัวขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะสินค้าอุตสาหกรรม เครื่องจักร ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และวัตถุดิบจากจีน
ขณะที่ภาพรวม 4 เดือนแรกของปี ไทยขาดดุลการค้ารวมประมาณ 677,245 ล้านบาท
ซึ่งอาจกลายเป็นแรงกดดันต่อค่าเงินบาทและเสถียรภาพเศรษฐกิจในระยะต่อไป หากแนวโน้มยังดำเนินต่อเนื่อง
 
 

ไทยนำเข้าอะไรจากจีนมากที่สุด?

เมื่อเจาะลึกโครงสร้างการนำเข้าของไทยจากจีน จะพบว่า สินค้าส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในกลุ่ม “สินค้าอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี”
สินค้านำเข้าหลักจากจีน ช่วงมกราคม–เมษายน 2569 ได้แก่

 

1. เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ

มูลค่า 322,168.17 ล้านบาท
ถือเป็นสินค้านำเข้าอันดับ 1 จากจีน สะท้อนบทบาทของจีนในฐานะศูนย์กลางการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนสำคัญของโลก

2. เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ

มูลค่า 119,617.40 ล้านบาท
เกี่ยวข้องกับภาคการผลิต โรงงานอุตสาหกรรม และการลงทุนภายในประเทศ

3. เคมีภัณฑ์

มูลค่า 83,402.97 ล้านบาท
ถูกใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่พลาสติก สิ่งทอ ยานยนต์ ไปจนถึงอาหารและยา

4. เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน

มูลค่า 82,819.80 ล้านบาท
จีนยังคงเป็นฐานการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าราคาประหยัดที่สำคัญของโลก

5. เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์

มูลค่า 80,030.50 ล้านบาท
สะท้อนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล และความต้องการอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในไทย

6. สินแร่โลหะและเศษโลหะ

มูลค่า 61,370.12 ล้านบาท

7. เหล็ก เหล็กกล้า และผลิตภัณฑ์

มูลค่า 49,044.25 ล้านบาท

8. แผงวงจรไฟฟ้า

มูลค่า 47,114.17 ล้านบาท

9. ผลิตภัณฑ์โลหะ

มูลค่า 45,941.31 ล้านบาท

10. วงจรพิมพ์

มูลค่า 41,292.93 ล้านบาท
 

 

ไทยส่งออกอะไรไปจีน?

แม้ไทยจะขาดดุลหนัก แต่จีนก็ยังเป็นตลาดส่งออกสำคัญของไทยเช่นกัน
โดยสินค้าส่งออกหลักยังคงกระจุกตัวอยู่ในกลุ่ม “สินค้าเกษตรและวัตถุดิบ”

1. ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง

มูลค่า 62,294.15 ล้านบาท
ยังเป็นสินค้าส่งออกอันดับ 1 ของไทยไปจีน โดยเฉพาะทุเรียน ลำไย มังคุด และมะพร้าว

2. เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์

มูลค่า 57,677.20 ล้านบาท

3. ผลิตภัณฑ์ยาง

มูลค่า 46,699.94 ล้านบาท

4. ทองแดงและผลิตภัณฑ์ทองแดง

มูลค่า 29,733.09 ล้านบาท

5. สินค้าอุตสาหกรรมอื่น ๆ

มูลค่า 25,217.83 ล้านบาท

6. เม็ดพลาสติก

มูลค่า 20,819.95 ล้านบาท

7. ยางพารา

มูลค่า 17,570.17 ล้านบาท

8. ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้

มูลค่า 14,810.13 ล้านบาท

9. ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง

มูลค่า 14,168.95 ล้านบาท

10. เคมีภัณฑ์

มูลค่า 13,620.94 ล้านบาท
 

 

ทำไมไทยถึงขาดดุลจีนหนักขึ้นเรื่อยๆ?

1. ไทยยังพึ่งพาสินค้าอุตสาหกรรมจากจีนสูง

จีนเป็นฐานการผลิตขนาดใหญ่ของโลก โดยเฉพาะเครื่องจักร ชิ้นส่วนไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และวัตถุดิบอุตสาหกรรม
เมื่อเศรษฐกิจไทยหรือภาคการผลิตขยายตัว การนำเข้าจากจีนก็มักเพิ่มขึ้นตามทันที

2. ไทยยังส่งออกสินค้าเกษตรและวัตถุดิบเป็นหลัก

แม้ผลไม้ไทยได้รับความนิยมในจีนสูง แต่สินค้าเกษตรยังมีข้อจำกัดด้านราคา ฤดูกาล และอำนาจต่อรอง
ขณะที่สินค้านำเข้าจากจีนส่วนใหญ่เป็นสินค้ามูลค่าสูงและมีเทคโนโลยีมากกว่า

3. ไทยยังไม่ใช่เจ้าของเทคโนโลยีต้นน้ำ

โครงสร้างเศรษฐกิจไทยในหลายอุตสาหกรรม ยังอยู่ในบทบาท “ผู้ประกอบและผู้ใช้ชิ้นส่วน”
ขณะที่จีนกลายเป็นศูนย์กลางของห่วงโซ่อุปทานโลก ทั้งด้านอิเล็กทรอนิกส์ AI เครื่องจักร และเทคโนโลยีการผลิต

จีนไม่ได้ขายแค่สินค้าราคาถูก แต่กำลังครอง Supply Chain โลก

หากมองลึกกว่าตัวเลขการค้า จะพบว่า จีนไม่ได้เป็นเพียง “ประเทศที่ขายสินค้าได้มากกว่าไทย”
แต่กำลังมีบทบาทเป็นศูนย์กลางการผลิตระดับโลกในแทบทุกอุตสาหกรรม
ตั้งแต่
  • อิเล็กทรอนิกส์
  • รถยนต์ไฟฟ้า
  • แบตเตอรี่
  • AI
  • เครื่องจักร
  • โลจิสติกส์
  • วัตถุดิบอุตสาหกรรม
  • อีคอมเมิร์ซ
ทั้งหมดนี้ทำให้หลายประเทศ รวมถึงไทย ต้องพึ่งพาการนำเข้าสินค้าจากจีนในระดับสูง

 

ไทยต้องเร่งยกระดับการส่งออก หากไม่อยากขาดดุลหนักกว่าเดิม

นักวิเคราะห์หลายฝ่ายมองว่า ปัญหาสำคัญไม่ได้อยู่ที่ “จีนส่งออกเก่งกว่า”
แต่อยู่ที่ไทยยังไม่สามารถยกระดับโครงสร้างการส่งออกไปสู่สินค้ามูลค่าเพิ่มสูงได้มากพอ
หากไทยยังพึ่งพาการส่งออกสินค้าเกษตรและวัตถุดิบเป็นหลัก ขณะที่นำเข้าสินค้าเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมจากจีนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ช่องว่างทางการค้าอาจยิ่งขยายตัวมากขึ้นในอนาคต

 

การค้าจีน–ไทย กำลังสะท้อนโจทย์ใหญ่ของเศรษฐกิจไทย

ภาพรวมทั้งหมดสะท้อนว่า ไทยกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญของเศรษฐกิจ
เพราะในโลกที่จีนกลายเป็น “โรงงานโลกยุคใหม่” ประเทศที่ยังไม่สามารถยกระดับอุตสาหกรรม เทคโนโลยี และนวัตกรรมของตัวเองได้
อาจกลายเป็นเพียง “ตลาดปลายทาง” ของสินค้านำเข้าในระยะยาว
และนี่อาจเป็นโจทย์สำคัญที่สุดของเศรษฐกิจไทยในยุคที่การแข่งขันระดับโลกกำลังเปลี่ยนเร็วขึ้นทุกปี

อยากปรึกษาเรื่องเจาะตลาดจีนด้วยการโฆษณาออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการทำ Baidu Search และการทำการตลาดบน RED NOTE (小红书 / Xiaohongshu) เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายลูกค้าคนจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยแพลตฟอร์มที่คนจีนใช้งานมากที่สุด Baidu Search Engine #1 ของคนจีนที่มีผู้ใช้มากกว่า 1,700 ล้านคน และ RED (Xiaohongshu) ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในกลุ่มผู้บริโภคชาวจีน ปรึกษาได้ที่กดคลิ๊กที่นี่ → We Bridge Marketing Solution
#บุกตลาดจีน #ตลาดจีน #XHS #小红书 #REDNOTE

Share with your network!
Facebook
Threads
X
LinkedIn