CAEXPO 2026 เปิดประตูการค้าจีน–อาเซียน ผู้ประกอบการไทยเตรียมบุกตลาดจีน ผ่าน B2B และ Cross-Border E-Commerce
CAEXPO กลับมาอีกครั้ง เวทีการค้าสำคัญของจีนและอาเซียน
มหกรรมแสดงสินค้าจีน–อาเซียน หรือ China-ASEAN Expo (CAEXPO) เตรียมกลับมาจัดขึ้นอีกครั้งระหว่างวันที่ 17–21 กันยายน 2026 ณ ศูนย์ประชุมและนิทรรศการนานาชาตินครหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ทางตอนใต้ของประเทศจีน
งาน CAEXPO ถือเป็นหนึ่งในเวทีด้านการค้า การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดระหว่างจีนกับประเทศสมาชิกอาเซียน โดยเปิดพื้นที่ให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจ นักลงทุน ผู้ผลิต ผู้ส่งออก และผู้ซื้อจากหลายประเทศได้เข้ามาสร้างเครือข่ายและเจรจาธุรกิจร่วมกัน
สำหรับผู้ประกอบการไทย งานนี้ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่จัดแสดงสินค้า แต่ยังเป็นโอกาสในการเข้าถึงตลาดจีนตอนใต้ เชื่อมต่อกับคู่ค้าในภูมิภาค และศึกษาทิศทางของอุตสาหกรรมใหม่ที่กำลังเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจจีนและอาเซียนอย่างรวดเร็ว
CAEXPO สะท้อนความสัมพันธ์ทางการค้าจีน–อาเซียนที่แน่นแฟ้นขึ้น
ความสำคัญของ CAEXPO เพิ่มขึ้นตามบทบาทของจีนและอาเซียนในระบบเศรษฐกิจโลก โดยทั้งสองฝ่ายมีความเชื่อมโยงกันทั้งด้านการค้า การลงทุน การผลิต โลจิสติกส์ และห่วงโซ่อุปทาน
ข้อมูลที่นำเสนอระบุว่า มูลค่าการค้าระหว่างจีนและอาเซียนในปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นจนทะลุระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 33.47 ล้านล้านบาท สะท้อนถึงขนาดของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน จีนและอาเซียนยังคงมีบทบาทเป็นคู่ค้ารายใหญ่ของกันและกัน ทำให้ CAEXPO กลายเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับการต่อยอดความร่วมมือทั้งในระดับรัฐบาลและภาคเอกชน
การจัดงานในปี 2026 ยังเชื่อมโยงกับการยกระดับความร่วมมือภายใต้เขตการค้าเสรีจีน–อาเซียน หรือ ACFTA ซึ่งกำลังถูกพัฒนาให้รองรับบริบทเศรษฐกิจยุคใหม่มากขึ้น ทั้งด้านดิจิทัล การค้าสีเขียว มาตรฐานสินค้า และการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ

หนานหนิง จุดยุทธศาสตร์เชื่อมจีนตอนใต้กับอาเซียน
นครหนานหนิงถือเป็นหนึ่งในเมืองสำคัญของเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง และมีบทบาทเป็นประตูเชื่อมจีนตอนใต้กับประเทศในอาเซียน
ข้อได้เปรียบของพื้นที่นี้คือความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์กับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมมีระบบคมนาคมที่เชื่อมโยงทั้งทางถนน ทางราง ทางทะเล และทางอากาศ
สำหรับผู้ประกอบการไทย หนานหนิงจึงมีความสำคัญในฐานะ
- จุดเชื่อมสินค้าจากอาเซียนเข้าสู่จีนตอนใต้
- ศูนย์กลางกระจายสินค้าไปยังเมืองและมณฑลอื่นของจีน
- พื้นที่เชื่อมโยงผู้ซื้อ ผู้นำเข้า และตัวแทนจำหน่ายในกว่างซี
- ประตูเข้าสู่ตลาดจีนผ่านช่องทางการค้าแบบดั้งเดิมและอีคอมเมิร์ซ
- เวทีสร้างความสัมพันธ์กับคู่ค้าระดับภูมิภาค
การเข้าใจบทบาทของหนานหนิงจะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถวางกลยุทธ์ตลาดได้ลึกกว่าการเข้าไปออกบูธเพียงครั้งเดียว
CAEXPO 2026 ปรับโฉมรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
จุดเด่นของงานในปีนี้คือการขยายเนื้อหาจากงานแสดงสินค้าทั่วไป ไปสู่งานที่สะท้อนทิศทางเศรษฐกิจใหม่ของจีนและอาเซียน
บนพื้นที่จัดแสดงสำหรับประเทศอาเซียนกว่า 20,000 ตารางเมตร จะมีทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเกษตร อาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าไลฟ์สไตล์ ควบคู่กับเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมใหม่
กลุ่มอุตสาหกรรมที่น่าจับตา ได้แก่
- ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI
- ยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV
- เครื่องจักรและระบบอัตโนมัติ
- เทคโนโลยีพลังงานสะอาด
- ระบบโลจิสติกส์อัจฉริยะ
- ดิจิทัลแพลตฟอร์มและอีคอมเมิร์ซ
- เทคโนโลยีสำหรับการผลิตขั้นสูง
การปรับโครงสร้างของงานสะท้อนว่า CAEXPO ไม่ได้มุ่งส่งเสริมเพียงการซื้อขายสินค้า แต่กำลังทำหน้าที่เป็นเวทีเชื่อมโยงการลงทุน เทคโนโลยี และห่วงโซ่อุปทานยุคใหม่

โอกาสของผู้ประกอบการไทยในตลาดจีน
แม้ตลาดจีนจะมีการแข่งขันสูง แต่สินค้าไทยหลายประเภทมีจุดแข็งที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคจีน โดยเฉพาะสินค้าอาหาร ผลิตภัณฑ์สุขภาพ สินค้าไลฟ์สไตล์ และสินค้าที่มีเรื่องราวทางวัฒนธรรม
กลุ่มสินค้าที่มีศักยภาพในงาน CAEXPO ประกอบด้วย
กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม
สินค้าไทยที่สามารถต่อยอดได้ เช่น ทุเรียนอบกรอบ มะพร้าวน้ำหอมแปรรูป ชาไทย พริกแกงสำเร็จรูป เครื่องต้มยำ อาหารพร้อมรับประทาน ขนมไทย และเครื่องดื่มสมุนไพร
สินค้ากลุ่มนี้มีโอกาสจากภาพลักษณ์อาหารไทยที่ได้รับการยอมรับในเรื่องรสชาติและความหลากหลาย
กลุ่มสุขภาพและความงาม
ผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ ได้แก่ สกินแคร์สมุนไพร เครื่องสำอางจากวัตถุดิบธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์สปา เครื่องหอม หมอนยางพารา ที่นอนยางพารา และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ
จุดขายสำคัญคือคุณภาพ วัตถุดิบจากธรรมชาติ และภาพลักษณ์ด้านสุขภาพแบบไทย
กลุ่ม Soft Power และไลฟ์สไตล์
ครอบคลุมสินค้าแฟชั่น ของตกแต่งบ้าน งานคราฟต์ อัญมณี เครื่องประดับ คาแรกเตอร์ดีไซน์ สินค้าของขวัญ และงานหัตถกรรมร่วมสมัย
กลุ่มนี้สามารถสร้างความแตกต่างด้วยเรื่องราว งานออกแบบ และความคิดสร้างสรรค์แบบไทย
กลุ่มเทคโนโลยีและบริการ
ผู้ประกอบการไทยในกลุ่มซอฟต์แวร์ โลจิสติกส์ ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง เทคโนโลยีอาหาร พลังงานสะอาด และบริการธุรกิจ สามารถใช้เวทีนี้หาโอกาสร่วมทุนหรือสร้างพันธมิตรกับบริษัทจีนและอาเซียนได้เช่นกัน
B2B Matching หัวใจสำคัญของการเจาะตลาดจีน
หนึ่งในจุดแข็งของ CAEXPO คือการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเจรจาธุรกิจแบบ B2B Matching กับผู้นำเข้า ตัวแทนจำหน่าย แพลตฟอร์มออนไลน์ ห้างค้าปลีก และพันธมิตรในจีน
การเข้าร่วมกิจกรรมจับคู่ธุรกิจช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถ
- พบผู้ซื้อที่มีความต้องการตรงกับสินค้า
- ทดสอบการตอบรับของตลาด
- เรียนรู้เงื่อนไขการนำเข้าและการกระจายสินค้า
- เปรียบเทียบรูปแบบความร่วมมือหลายประเภท
- สร้างเครือข่ายคู่ค้าในจีนระยะยาว
- ประเมินต้นทุนและราคาขายที่เหมาะสม
- ศึกษาความต้องการด้านบรรจุภัณฑ์และมาตรฐานสินค้า
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไม่ควรพึ่งพาเพียงการพบคู่ค้าในงาน แต่ควรเตรียมข้อมูลธุรกิจ ราคา เงื่อนไขการส่งมอบ กำลังการผลิต และเอกสารรับรองสินค้าให้พร้อมก่อนเจรจา

Cross-Border E-Commerce ช่องทางสำคัญสำหรับ SME ไทย
อีกหนึ่งโอกาสสำคัญคือการขายสินค้าผ่าน Cross-Border E-Commerce ซึ่งช่วยให้ผู้ประกอบการต่างชาติสามารถเข้าถึงผู้บริโภคจีนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ได้ง่ายขึ้น
ช่องทางนี้เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการทดลองตลาดก่อนลงทุนเปิดบริษัทหรือสร้างเครือข่ายหน้าร้านขนาดใหญ่ในจีน
ข้อดีของ Cross-Border E-Commerce ได้แก่
- ใช้เงินลงทุนเริ่มต้นต่ำกว่าการเปิดหน้าร้าน
- เข้าถึงผู้บริโภคจีนได้หลายพื้นที่
- ทดสอบความนิยมของสินค้าได้รวดเร็ว
- เก็บข้อมูลพฤติกรรมผู้ซื้อได้
- ใช้แคมเปญออนไลน์และโปรโมชั่นเฉพาะกลุ่มได้
- เชื่อมต่อกับคลังสินค้าและระบบโลจิสติกส์ข้ามพรมแดน
- สามารถขยายจากออนไลน์ไปสู่ออฟไลน์ภายหลัง
อย่างไรก็ตาม การขายผ่านช่องทางนี้ยังต้องเตรียมความพร้อมด้านภาษาจีน การบริการลูกค้า ระบบชำระเงิน คลังสินค้า และกฎระเบียบเฉพาะของแต่ละหมวดสินค้า
Live Streaming กำลังเป็นเครื่องมือสร้างยอดขายในจีน
ตลาดจีนเป็นหนึ่งในตลาดที่ Live Commerce มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสูง โดยผู้บริโภคคุ้นเคยกับการดูรีวิวสินค้า รับข้อมูล และสั่งซื้อผ่านการไลฟ์สด
การเข้าร่วม CAEXPO จึงเปิดโอกาสให้แบรนด์ไทยเชื่อมต่อกับเครือข่าย KOL อินฟลูเอนเซอร์ และผู้ให้บริการ Live Streaming ในจีน
เพื่อให้การไลฟ์ขายสินค้ามีประสิทธิภาพ ผู้ประกอบการควรเตรียม
- จุดขายที่อธิบายได้ภายในเวลาอันสั้น
- ตัวอย่างสินค้าและสาธิตการใช้งาน
- ราคาพิเศษเฉพาะช่วงไลฟ์
- สต็อกสินค้าที่พร้อมจัดส่ง
- ฉลากและคำอธิบายภาษาจีน
- ระบบบริการหลังการขาย
- การคัดเลือก KOL ที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย
Live Commerce ไม่ควรถูกมองเป็นเพียงกิจกรรมสร้างกระแส แต่ควรวางให้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การขายและสร้างแบรนด์ระยะยาว
Green Lane ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการนำเข้าสินค้า
มาตรการตรวจปล่อยสินค้าเร่งด่วน หรือ Green Lane เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยลดระยะเวลาในกระบวนการผ่านศุลกากรสำหรับสินค้าบางประเภท
สำหรับสินค้าอาหาร ผลไม้ และสินค้าที่มีอายุการเก็บรักษาจำกัด ความรวดเร็วในการตรวจปล่อยถือเป็นปัจจัยสำคัญอย่างมาก
สิทธิประโยชน์ดังกล่าวอาจช่วย
- ลดเวลารอที่ด่านศุลกากร
- ลดความเสียหายของสินค้า
- เพิ่มความแน่นอนในการวางแผนขนส่ง
- ลดต้นทุนด้านคลังสินค้า
- เพิ่มประสิทธิภาพของห่วงโซ่อุปทาน
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการต้องตรวจสอบว่าสินค้าของตนเข้าเกณฑ์หรือไม่ และต้องเตรียมเอกสารตามข้อกำหนดของศุลกากรจีนอย่างครบถ้วน
ต้องจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าก่อนบุกตลาดจีน
หนึ่งในเรื่องสำคัญที่ผู้ประกอบการไทยมักมองข้ามคือการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศจีน
ระบบเครื่องหมายการค้าของจีนให้ความสำคัญกับผู้ที่ยื่นจดทะเบียนก่อน ดังนั้น การนำแบรนด์ไปเปิดตัวหรือประชาสัมพันธ์ก่อนจดทะเบียน อาจเพิ่มความเสี่ยงที่บุคคลอื่นจะนำชื่อหรือโลโก้ไปยื่นจดทะเบียนก่อน
สิ่งที่ควรดำเนินการ ได้แก่
- ตรวจสอบชื่อแบรนด์ว่ามีผู้จดทะเบียนแล้วหรือไม่
- จดทะเบียนทั้งชื่อภาษาอังกฤษและภาษาจีน
- พิจารณาจดทะเบียนโลโก้และรูปแบบบรรจุภัณฑ์
- เลือกหมวดสินค้าและบริการให้ครอบคลุม
- เตรียมชื่อภาษาจีนที่ออกเสียงและจดจำง่าย
- ขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพย์สินทางปัญญา
การป้องกันแบรนด์ตั้งแต่ต้นช่วยลดความเสี่ยงด้านข้อพิพาทและค่าใช้จ่ายในการแก้ปัญหาภายหลัง
ผู้ส่งออกอาหารต้องเตรียมขึ้นทะเบียน GACC
สินค้ากลุ่มอาหารและเกษตรบางประเภทที่ต้องการส่งออกไปจีน จำเป็นต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน หรือ GACC
ผู้ประกอบการควรตรวจสอบล่วงหน้าว่า โรงงาน ผู้ผลิต หรือสินค้าของตนต้องผ่านการขึ้นทะเบียนในรูปแบบใด
ขั้นตอนที่ต้องให้ความสำคัญ ได้แก่
- ตรวจสอบประเภทสินค้าที่อยู่ภายใต้ข้อกำหนด
- เตรียมข้อมูลสถานประกอบการและกระบวนการผลิต
- จัดทำระบบควบคุมคุณภาพและความปลอดภัย
- เตรียมเอกสารรับรองจากหน่วยงานไทย
- ตรวจสอบรหัสทะเบียนก่อนจัดส่ง
- ปรับฉลากและบรรจุภัณฑ์ให้สอดคล้องกับกฎหมายจีน
หากเอกสารไม่ครบถ้วน สินค้าอาจถูกกัก ตรวจเพิ่มเติม หรือปฏิเสธการนำเข้าได้
ฉลากภาษาจีนต้องถูกต้องและชัดเจน
การจัดทำฉลากภาษาจีนไม่ใช่เพียงการแปลข้อความจากภาษาไทย แต่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของจีนในแต่ละหมวดสินค้า
ข้อมูลที่อาจจำเป็นบนฉลาก ได้แก่
- ชื่อสินค้า
- ส่วนประกอบ
- น้ำหนักหรือปริมาตรสุทธิ
- วันผลิตและวันหมดอายุ
- วิธีเก็บรักษา
- ประเทศต้นกำเนิด
- ข้อมูลผู้นำเข้าหรือตัวแทนจำหน่าย
- วิธีใช้และคำเตือน
- ข้อมูลสารก่อภูมิแพ้
- มาตรฐานหรือเลขทะเบียนที่เกี่ยวข้อง
การใช้คำโฆษณาเกินจริงหรือคำอธิบายที่ไม่ตรงกับคุณสมบัติสินค้า อาจสร้างความเสี่ยงด้านกฎหมายและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคได้
เตรียมตัวอย่างไร ก่อนเข้าร่วม CAEXPO 2026
ผู้ประกอบการไทยที่ต้องการเข้าร่วมงานอย่างมืออาชีพควรวางแผนล่วงหน้าเป็นขั้นตอน
ขั้นที่ 1 วิเคราะห์ตลาด
ศึกษากลุ่มเป้าหมาย คู่แข่ง ราคา ช่องทางขาย และแนวโน้มผู้บริโภคจีน
ขั้นที่ 2 ตรวจสอบกฎหมาย
ตรวจสอบข้อกำหนดด้านการนำเข้า มาตรฐานสินค้า ฉลาก ภาษี และใบอนุญาต
ขั้นที่ 3 ปกป้องแบรนด์
จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าและทรัพย์สินทางปัญญาก่อนประชาสัมพันธ์อย่างจริงจัง
ขั้นที่ 4 เตรียมข้อมูลธุรกิจ
จัดทำ Company Profile, Product Catalogue, Price List และข้อมูลกำลังการผลิตเป็นภาษาจีนหรือภาษาอังกฤษ
ขั้นที่ 5 เตรียมข้อเสนอสำหรับคู่ค้า
ระบุราคาส่งขั้นต่ำ ปริมาณสั่งซื้อ เงื่อนไขการชำระเงิน ระยะเวลาผลิต และรูปแบบการจัดส่ง
ขั้นที่ 6 เตรียมกลยุทธ์ออนไลน์
วางแผน Cross-Border E-Commerce, Live Commerce, KOL และ Social Media จีนควบคู่กับการออกบูธ
ขั้นที่ 7 วางแผนติดตามผล
หลังจบงานควรติดต่อคู่ค้าอย่างรวดเร็ว ส่งข้อมูลเพิ่มเติม และกำหนดขั้นตอนการทดลองสั่งซื้อให้ชัดเจน
Thailand Pavilion ช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย
กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ มักมีการเปิดรับสมัครผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมงานในรูปแบบ Thailand Pavilion
ข้อดีของการเข้าร่วมผ่านคูหาประเทศไทย ได้แก่
- สร้างภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือ
- ได้รับการสนับสนุนด้านพื้นที่จัดแสดง
- เข้าถึงกิจกรรมเจรจาธุรกิจ
- มีโอกาสได้รับการประชาสัมพันธ์ร่วม
- ลดภาระในการเตรียมงานบางส่วน
- เชื่อมต่อกับเครือข่ายหน่วยงานภาครัฐไทยในจีน
- ได้รับข้อมูลและคำแนะนำด้านตลาด
ผู้สนใจควรติดตามประกาศรับสมัคร เงื่อนไขการคัดเลือก ค่าใช้จ่าย และกำหนดส่งเอกสารจากช่องทางของ DITP อย่างใกล้ชิด
CAEXPO ไม่ใช่แค่งานออกบูธ แต่คือจุดเริ่มต้นของตลาดจีน
CAEXPO 2026 ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการขยายธุรกิจเข้าสู่จีนและอาเซียน โดยเฉพาะในช่วงที่การค้าระหว่างสองภูมิภาคมีมูลค่าสูงและกำลังขยายตัวสู่เศรษฐกิจดิจิทัล เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมสีเขียว
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากการนำสินค้าไปวางขายในงานเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความพร้อมด้านกฎหมาย มาตรฐาน แบรนด์ คู่ค้า โลจิสติกส์ และการตลาดออนไลน์
ผู้ประกอบการที่เตรียมตัวล่วงหน้า เข้าใจตลาดจีน และสามารถเชื่อมกิจกรรม B2B เข้ากับ Cross-Border E-Commerce และ Live Commerce ได้ จะมีโอกาสเปลี่ยนการเข้าร่วมงานครั้งนี้ให้กลายเป็นการเติบโตทางธุรกิจในระยะยาว
CAEXPO จึงไม่ใช่เพียงมหกรรมแสดงสินค้า แต่เป็นหนึ่งในประตูสำคัญที่ช่วยให้สินค้าไทย เทคโนโลยีไทย และแบรนด์ไทยเชื่อมต่อกับตลาดจีนและเครือข่ายการค้าระดับภูมิภาคได้อย่างเป็นรูปธรรม





