ศึกชิงนักท่องเที่ยวจีน เริ่มตั้งแต่หน้าจอ ก่อนวันเดินทางหลายสัปดาห์

นักท่องเที่ยวจีนค้นหาอะไร ก่อนเที่ยวไทย? เจาะพฤติกรรมเสิร์ชบน Xiaohongshu–Douyin–WeChat–Baidu และช่วงเวลาวางแผนล่วงหน้า

การดึงนักท่องเที่ยวจีนยุคใหม่ ต้องชนะตั้งแต่ช่วงค้นหาข้อมูล

การแข่งขันเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนกำลังรุนแรงขึ้นทั่วภูมิภาคเอเชีย ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจโลก ต้นทุนการเดินทาง และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้การทำตลาดแบบเดิมอาจไม่เพียงพออีกต่อไป
สำหรับธุรกิจไทย ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ร้านอาหาร ศูนย์การค้า คลินิก สปา สถานที่ท่องเที่ยว หรือผู้ให้บริการด้านการเดินทาง การมีตัวตนในตลาดจีนเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่สามารถสร้างยอดจองได้ หากแบรนด์ไม่ปรากฏอยู่ในช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวกำลังค้นหา เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกจุดหมายปลายทาง
ข้อมูลจาก Neat Interactive ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดดิจิทัลในประเทศจีน ระบุว่า นักท่องเที่ยวจีนยังมีความต้องการเดินทางต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง แต่เส้นทางการตัดสินใจมีความซับซ้อนมากขึ้น ผู้บริโภคใช้หลายแพลตฟอร์มเพื่อค้นหาแรงบันดาลใจ อ่านรีวิว ตรวจสอบความน่าเชื่อถือ และยืนยันข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อ
ดังนั้น หัวใจสำคัญของการตลาดท่องเที่ยวจีนในปี 2569 จึงไม่ใช่เพียงการสื่อสารเป็นภาษาจีน แต่ต้องเข้าใจว่า นักท่องเที่ยวจีนค้นหาอะไร ใช้แพลตฟอร์มใด และเริ่มวางแผนล่วงหน้านานแค่ไหนก่อนเดินทางมาไทย

ตลาดนักท่องเที่ยวจีนเริ่มฟื้น แต่ยังมีความไม่แน่นอน

ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 ประเทศไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวจีนเกือบ 1 ล้านคน ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยรวมอยู่ที่ประมาณ 5.94 ล้านคน และสร้างรายได้รวมมากกว่า 293,000 ล้านบาท
เฉพาะช่วงเทศกาลตรุษจีน นักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่สร้างรายได้คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 60% ของรายได้จากนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชีย สะท้อนว่าตลาดจีนยังคงมีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย
อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของตลาดยังไม่สามารถประเมินได้จากตัวเลขระยะสั้นเพียงอย่างเดียว เพราะนักท่องเที่ยวจีนกำลังมีตัวเลือกจุดหมายปลายทางมากขึ้น และพิจารณาปัจจัยด้านราคา ความปลอดภัย ความสะดวก คุณภาพบริการ และรีวิวออนไลน์อย่างละเอียดกว่าเดิม
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้แบรนด์ไทยต้องแข่งขันไม่เพียงกับธุรกิจในประเทศไทย แต่ยังต้องแข่งขันกับจุดหมายปลายทางอื่นทั่วเอเชียที่ต้องการดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มเดียวกัน

นักท่องเที่ยวจีนวางแผนก่อนเดินทางนานแค่ไหน

หนึ่งในพฤติกรรมสำคัญที่ธุรกิจไทยต้องเข้าใจ คือ นักท่องเที่ยวจีนจำนวนมากเริ่มค้นหาและวางแผนล่วงหน้าประมาณ 6–12 สัปดาห์ก่อนการเดินทางจริง
หมายความว่า หากต้องการดึงนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลหรือฤดูกาลสำคัญ แบรนด์ไม่ควรรอให้ใกล้วันเดินทางแล้วจึงเริ่มประชาสัมพันธ์
ตัวอย่างเช่น การเติบโตของนักท่องเที่ยวในช่วงต้นปี อาจเป็นผลมาจากการทำตลาดตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคมของปีก่อน ขณะที่การทำตลาดสำหรับช่วงไตรมาส 3 หรือเทศกาลไหว้พระจันทร์ ควรเริ่มตั้งแต่ช่วงปลายไตรมาส 2
หากแบรนด์เริ่มแคมเปญในเดือนกรกฎาคมเพื่อหวังผลในช่วงไตรมาส 3 อาจถือว่าช้าเกินไป เพราะผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มค้นหาข้อมูล เปรียบเทียบราคา และบันทึกสถานที่ท่องเที่ยวไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว
ช่วงเวลาที่แบรนด์สามารถมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ หรือ Influence Window จึงเกิดขึ้นก่อนวันหยุดจริงหลายสัปดาห์
 
 

 

นักท่องเที่ยวจีนค้นหาอะไร ก่อนตัดสินใจมาไทย

พฤติกรรมการค้นหาของนักท่องเที่ยวจีนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการพิมพ์ชื่อประเทศไทยหรือกรุงเทพฯ แต่ครอบคลุมตั้งแต่แรงบันดาลใจในการเดินทางไปจนถึงรายละเอียดเชิงปฏิบัติ
หัวข้อที่มักถูกค้นหา ได้แก่
  1. จุดหมายปลายทางและเมืองน่าเที่ยวในไทย
  2. โรงแรมและที่พักที่เดินทางสะดวก
  3. ร้านอาหาร คาเฟ่ และเมนูที่ควรลอง
  4. สถานที่ถ่ายรูปและแลนด์มาร์กยอดนิยม
  5. โปรแกรมเที่ยวแบบ 3 วัน 5 วัน หรือ 7 วัน
  6. ค่าใช้จ่ายและงบประมาณสำหรับการเดินทาง
  7. การเดินทางจากสนามบินเข้าสู่ตัวเมือง
  8. ระบบรถไฟฟ้า แท็กซี่ และบริการเรียกรถ
  9. ความปลอดภัยในพื้นที่ต่าง ๆ
  10. รีวิวจากนักท่องเที่ยวจีนที่เคยเดินทางมาแล้ว
  11. โปรโมชั่นโรงแรม ร้านอาหาร และสถานที่ท่องเที่ยว
  12. วิธีชำระเงินและการใช้แอปพลิเคชันในประเทศไทย
  13. สินค้าไทยที่ควรซื้อกลับประเทศ
  14. บริการด้านสุขภาพ ความงาม และสปา
  15. ข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่าและขั้นตอนเข้าประเทศ
การทำคอนเทนต์ที่ตอบคำถามเหล่านี้ได้อย่างชัดเจน จะช่วยให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในเส้นทางการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
 
 

Xiaohongshu แพลตฟอร์มค้นหารีวิวและประสบการณ์จริง

Xiaohongshu หรือ Red Book เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มสำคัญที่นักท่องเที่ยวจีนใช้ค้นหารีวิวและวางแผนการเดินทาง
ผู้ใช้งานมักค้นหาข้อมูลในลักษณะของประสบการณ์จริง เช่น
  • รีวิวโรงแรมในกรุงเทพฯ
  • ร้านอาหารไทยที่คนจีนชอบ
  • โปรแกรมเที่ยวเชียงใหม่
  • คาเฟ่ถ่ายรูปสวยในภูเก็ต
  • สปาไทยที่ควรลอง
  • สิ่งที่ควรระวังเมื่อเที่ยวประเทศไทย
  • การเดินทางมาไทยด้วยตัวเอง
  • สถานที่ช้อปปิ้งและของฝาก
จุดเด่นของ Xiaohongshu คือคอนเทนต์ที่ดูเป็นธรรมชาติ มีรายละเอียด และให้ความรู้สึกเหมือนคำแนะนำจากผู้ใช้จริง มากกว่าการโฆษณาโดยตรงจากแบรนด์
ดังนั้น แบรนด์ไทยควรหลีกเลี่ยงการใช้ข้อความขายที่แข็งเกินไป และควรสร้างคอนเทนต์ที่ช่วยตอบคำถาม ให้ข้อมูล และแสดงประสบการณ์ที่ผู้บริโภคสามารถนำไปใช้วางแผนได้จริง
 
 

Douyin ใช้สร้างแรงบันดาลใจและกระตุ้นความอยากเดินทาง

Douyin เป็นแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างแรงบันดาลใจด้านการท่องเที่ยว
นักท่องเที่ยวอาจยังไม่ได้ตั้งใจเดินทางมาไทย แต่เมื่อเห็นวิดีโอเกี่ยวกับทะเลไทย อาหารริมทาง คาเฟ่ โรงแรม หรือเทศกาล อาจเริ่มเกิดความสนใจและเข้าสู่กระบวนการค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม
คอนเทนต์ที่เหมาะกับ Douyin ได้แก่
  • วิดีโอพาเที่ยวแบบรวดเร็ว
  • ภาพบรรยากาศโรงแรมและสถานที่ท่องเที่ยว
  • เมนูอาหารไทยที่ดูน่าลอง
  • จุดถ่ายรูปที่มีภาพโดดเด่น
  • Before–After ของบริการความงามหรือสปา
  • โปรแกรมเที่ยวแบบสรุปภายในเวลาไม่กี่วินาที
  • คลิปเบื้องหลังวัฒนธรรมและวิถีชีวิตไทย
  • รีวิวจาก KOL หรือผู้ใช้ชาวจีน
การทำตลาดบน Douyin ต้องสื่อสารอย่างต่อเนื่อง เน้นวิดีโอที่เข้าใจง่าย และสร้างความสนใจได้ตั้งแต่ช่วงแรก เพราะผู้ใช้งานสามารถเลื่อนผ่านคอนเทนต์ได้อย่างรวดเร็ว
 
 

 

WeChat ใช้สร้างความน่าเชื่อถือและติดตามข้อมูลจากแบรนด์

WeChat หรือ Weixin มีบทบาทแตกต่างจากแพลตฟอร์มที่เน้นแรงบันดาลใจ โดยผู้บริโภคมักใช้เพื่อติดตามข้อมูลทางการของแบรนด์ ติดต่อสอบถาม และประเมินความน่าเชื่อถือ
ธุรกิจไทยสามารถใช้ WeChat สำหรับ
  • เผยแพร่ข้อมูลอย่างเป็นทางการ
  • แจ้งโปรโมชั่นและแพ็กเกจ
  • ให้รายละเอียดสินค้าและบริการ
  • เปิดช่องทางสอบถามข้อมูล
  • ส่งข้อมูลหลังการจอง
  • สร้างฐานสมาชิก
  • ดูแลลูกค้าก่อนและหลังเดินทาง
  • เชื่อมต่อระบบจองหรือ Mini Program
หากนักท่องเที่ยวเห็นแบรนด์จาก Douyin หรือ Xiaohongshu แล้วสนใจ อาจเข้ามาตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมบน WeChat ก่อนตัดสินใจจอง
ดังนั้น WeChat จึงมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนความสนใจให้กลายเป็นความเชื่อมั่นและการซื้อ
 
 

Baidu ใช้ค้นหาข้อมูลและยืนยันการตัดสินใจ

Baidu ยังคงมีบทบาทในฐานะเครื่องมือค้นหาข้อมูลของจีน โดยเฉพาะเมื่อผู้บริโภคต้องการตรวจสอบรายละเอียดที่เป็นทางการหรือเปรียบเทียบข้อมูลก่อนตัดสินใจ
คำค้นที่อาจเกิดขึ้นบน Baidu ได้แก่
  • ชื่อโรงแรมหรือร้านอาหาร
  • รีวิวสถานที่ท่องเที่ยว
  • เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
  • ที่อยู่และข้อมูลการเดินทาง
  • ประวัติหรือความน่าเชื่อถือของแบรนด์
  • ราคาและเงื่อนไขบริการ
  • ข่าวหรือความคิดเห็นเกี่ยวกับประเทศไทย
กลยุทธ์บน Baidu แตกต่างจาก Google SEO ทั้งด้านโครงสร้างเว็บไซต์ คีย์เวิร์ด ภาษาที่ใช้ และระบบนิเวศของแพลตฟอร์มจีน
แบรนด์ไทยจึงไม่ควรคิดว่าเว็บไซต์ที่ทำอันดับได้ดีบน Google จะสามารถถูกค้นพบใน Baidu ได้โดยอัตโนมัติ
 

เส้นทางการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวจีนไม่ได้เกิดบนแพลตฟอร์มเดียว

นักท่องเที่ยวจีนอาจเริ่มจากการเห็นวิดีโอบน Douyin จากนั้นไปค้นหารีวิวบน Xiaohongshu ตรวจสอบข้อมูลทางการบน WeChat และค้นชื่อแบรนด์หรือสถานที่บน Baidu ก่อนจองผ่านแพลตฟอร์มท่องเที่ยว
เส้นทางหนึ่งอาจเกิดขึ้นในลักษณะดังนี้
  1. เห็นคลิปสถานที่ท่องเที่ยวบน Douyin
  2. ค้นหารีวิวและโปรแกรมเที่ยวบน Xiaohongshu
  3. ติดตามบัญชีหรือสอบถามข้อมูลผ่าน WeChat
  4. ตรวจสอบชื่อแบรนด์และรายละเอียดบน Baidu
  5. เปรียบเทียบราคาและตัดสินใจจอง
ดังนั้น การทำตลาดบนแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่งเพียงช่องทางเดียว อาจไม่เพียงพอต่อการสร้างผลลัพธ์
แบรนด์ควรวางบทบาทของแต่ละแพลตฟอร์มให้เชื่อมต่อกัน ตั้งแต่การสร้างการรับรู้ไปจนถึงการปิดการขาย

แปลคอนเทนต์เป็นภาษาจีนอย่างเดียวไม่เพียงพอ

ความผิดพลาดที่หลายแบรนด์ไทยมักทำ คือการนำคอนเทนต์จาก Facebook หรือ Instagram มาแปลเป็นภาษาจีน แล้วเผยแพร่ในทุกแพลตฟอร์มโดยใช้รูปแบบเดียวกัน
แต่พฤติกรรมผู้ใช้และรูปแบบคอนเทนต์ของแต่ละแพลตฟอร์มแตกต่างกันอย่างชัดเจน
Xiaohongshu ต้องการคอนเทนต์ที่ดูจริง ให้ข้อมูล และมีรายละเอียดจากประสบการณ์
Douyin ต้องการวิดีโอสั้นที่ดึงดูดความสนใจและสร้างแรงบันดาลใจได้ทันที
WeChat เหมาะกับข้อมูลทางการ เนื้อหาเชิงลึก และการสร้างความสัมพันธ์กับผู้ติดตาม
Baidu ต้องใช้กลยุทธ์ด้านการค้นหาและเว็บไซต์ที่เหมาะกับระบบของจีน
ดังนั้น การทำตลาดจีนที่มีประสิทธิภาพจึงไม่ใช่เพียงการแปลภาษา แต่ต้องปรับทั้งแนวคิด รูปแบบ เนื้อหา และวิธีสื่อสารให้เข้ากับแต่ละแพลตฟอร์ม

คอนเทนต์ที่นักท่องเที่ยวจีนต้องการ ต้องช่วยลดความไม่มั่นใจ

ก่อนตัดสินใจเดินทาง ผู้บริโภคมักมีข้อกังวลหลายด้าน โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย ค่าใช้จ่าย ภาษา และความสะดวกในการเดินทาง
คอนเทนต์ที่ช่วยลดความกังวลอาจประกอบด้วย
  • วิธีเดินทางจากสนามบิน
  • ค่าโดยสารโดยประมาณ
  • แผนที่และจุดสังเกต
  • ขั้นตอนการจอง
  • ช่องทางชำระเงิน
  • ภาษาที่พนักงานสามารถสื่อสารได้
  • มาตรการความปลอดภัย
  • รีวิวจากลูกค้าชาวจีน
  • ช่องทางติดต่อเมื่อเกิดปัญหา
  • เงื่อนไขการยกเลิกและคืนเงิน
แบรนด์ที่ให้ข้อมูลครบถ้วนและทำให้ผู้บริโภครู้สึกมั่นใจ จะมีโอกาสถูกเลือกมากกว่าแบรนด์ที่มีเพียงภาพสวยหรือโปรโมชั่นราคาแรง

ปฏิทินเดินทางจีนมีผลต่อการวางแผนแคมเปญ

ตลาดนักท่องเที่ยวจีนยังคงมีช่วงการเดินทางสำคัญตลอดทั้งปี ได้แก่

เทศกาลตรุษจีน

เป็นช่วงพีคสำคัญในไตรมาสแรก แบรนด์ควรเริ่มสร้างการมองเห็นตั้งแต่ปลายปีก่อน

วันแรงงาน

ช่วงต้นเดือนพฤษภาคมเป็นอีกหนึ่งวันหยุดสำคัญ การทำตลาดควรเริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์หรือมีนาคม

เทศกาลไหว้พระจันทร์

เป็นช่วงที่มีโอกาสเกิดการเดินทางระยะสั้น แบรนด์ควรเริ่มสื่อสารตั้งแต่ปลายไตรมาส 2

Golden Week

สัปดาห์แรกของเดือนตุลาคมเป็นช่วงเดินทางที่สำคัญมาก การวางแผนควรเริ่มก่อนหลายเดือน ไม่ควรรอถึงเดือนกันยายน
การทำตลาดที่ยึดเฉพาะวันเดินทางจริงอาจทำให้แบรนด์พลาดช่วงที่นักท่องเที่ยวกำลังค้นหาและตัดสินใจ
 
 

 

จากแคมเปญตามเทศกาล สู่การตลาดจีนตลอดทั้งปี

ที่ผ่านมา หลายแบรนด์เริ่มทำแคมเปญเพียง 1–2 เดือนก่อนเทศกาลสำคัญ แต่พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปทำให้แนวทางนี้มีความเสี่ยงมากขึ้น
แบรนด์ที่มีประสิทธิภาพมักวางแผนแบบ Always-on Marketing โดยสื่อสารกับผู้บริโภคตลอดทั้งปี แล้วเพิ่มน้ำหนักของแคมเปญก่อนช่วงเดินทางสำคัญ
โครงสร้างการทำตลาดอาจแบ่งออกเป็น 3 ระยะ

ระยะสร้างการรับรู้

ใช้วิดีโอและคอนเทนต์สร้างแรงบันดาลใจ เพื่อให้ผู้บริโภครู้จักสถานที่หรือแบรนด์

ระยะให้ข้อมูลและสร้างความเชื่อมั่น

เผยแพร่รีวิว โปรแกรมเที่ยว รายละเอียดบริการ และข้อมูลที่ช่วยในการวางแผน

ระยะกระตุ้นการจอง

ใช้โปรโมชั่น แพ็กเกจ สิทธิพิเศษ และช่องทางการจองที่สะดวก เพื่อเร่งการตัดสินใจ
แนวทางนี้ช่วยให้แบรนด์ไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ทุกครั้งเมื่อถึงเทศกาล และสามารถสะสมการรับรู้ในตลาดได้อย่างต่อเนื่อง
 

ธุรกิจไทยกลุ่มใดควรเร่งปรับกลยุทธ์

พฤติกรรมการค้นหาของนักท่องเที่ยวจีนส่งผลโดยตรงต่อหลายกลุ่มธุรกิจ ได้แก่
  1. โรงแรมและที่พัก
  2. ร้านอาหารและคาเฟ่
  3. ห้างสรรพสินค้าและร้านค้าปลีก
  4. สถานที่ท่องเที่ยว
  5. คลินิกความงามและบริการสุขภาพ
  6. สปาและธุรกิจเวลเนส
  7. บริษัททัวร์และผู้ให้บริการเดินทาง
  8. ธุรกิจรถเช่าและขนส่ง
  9. ร้านของฝากและสินค้าไทย
  10. สถานบันเทิงและกิจกรรมเชิงประสบการณ์
ธุรกิจเหล่านี้ควรตรวจสอบว่า เมื่อผู้บริโภคจีนค้นหาชื่อแบรนด์หรือบริการ มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือและเข้าใจง่ายปรากฏขึ้นหรือไม่
 

แนวทางวางแผนการตลาดสำหรับนักท่องเที่ยวจีน

แบรนด์ไทยสามารถเริ่มต้นปรับกลยุทธ์ได้จากขั้นตอนต่อไปนี้

1. กำหนดกลุ่มนักท่องเที่ยวให้ชัดเจน

แยกกลุ่มตามเมืองต้นทาง อายุ กำลังซื้อ รูปแบบการเดินทาง และความสนใจ เช่น กลุ่มครอบครัว คู่รัก นักท่องเที่ยวอิสระ หรือกลุ่มสุขภาพและความงาม

2. ศึกษาคำค้นและคำถามของผู้บริโภค

วิเคราะห์ว่าผู้บริโภคใช้คำใดค้นหา และมีข้อกังวลอะไรในแต่ละช่วงของการตัดสินใจ

3. แบ่งบทบาทแต่ละแพลตฟอร์ม

ใช้ Douyin สร้างแรงบันดาลใจ Xiaohongshu สร้างรีวิว WeChat สร้างความน่าเชื่อถือ และ Baidu รองรับการค้นหาข้อมูล

4. เริ่มแคมเปญล่วงหน้า 6–12 สัปดาห์

วางแผนย้อนจากวันหยุดหรือฤดูกาลเดินทาง ไม่รอให้ใกล้ช่วงพีคแล้วจึงเริ่มสื่อสาร

5. สร้างคอนเทนต์เฉพาะตลาดจีน

ปรับภาพ ภาษา โทนการสื่อสาร และรูปแบบคอนเทนต์ให้ตรงกับพฤติกรรมของผู้ใช้ในจีน

6. ใช้รีวิวและหลักฐานจากผู้ใช้จริง

รีวิวจากนักท่องเที่ยวจีนช่วยลดความกังวลและสร้างความน่าเชื่อถือได้มากกว่าการโฆษณาจากแบรนด์เพียงฝ่ายเดียว

7. เชื่อมคอนเทนต์กับระบบจอง

ทุกช่องทางควรนำผู้บริโภคไปสู่ขั้นตอนการสอบถามหรือจองที่สะดวกและชัดเจน

8. วัดผลตลอดเส้นทาง

ไม่ควรวัดเพียงยอดวิว แต่ต้องติดตามการค้นหาชื่อแบรนด์ การสอบถาม การบันทึกโพสต์ และยอดจองที่เกิดขึ้น
 

ตลาดจีนยังเป็นโอกาส แต่ผู้ชนะต้องเริ่มก่อน

ประเทศไทยยังมีข้อได้เปรียบในฐานะจุดหมายปลายทางระยะใกล้จากจีน มีความหลากหลายทั้งด้านอาหาร ทะเล วัฒนธรรม การช้อปปิ้ง บริการสุขภาพ และการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์
อย่างไรก็ตาม ข้อได้เปรียบด้านระยะทางเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะนักท่องเที่ยวจีนสามารถเปรียบเทียบประเทศไทยกับประเทศอื่นได้ภายในเวลาไม่กี่นาทีผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล
แบรนด์ที่ต้องการเข้าถึงตลาดนี้จึงต้องทำให้ตนเองถูกค้นพบในเวลาที่เหมาะสม พร้อมนำเสนอข้อมูลที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค
สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการสื่อสารให้มากขึ้น แต่ต้องสื่อสารได้เร็วกว่า แม่นยำกว่า และเหมาะกับแต่ละแพลตฟอร์มมากกว่า
 

นักท่องเที่ยวจีนเลือกจุดหมายปลายทางผ่านเส้นทางดิจิทัล

ภาพรวมของพฤติกรรมตลาดสะท้อนว่า การตัดสินใจมาเที่ยวประเทศไทยเริ่มต้นขึ้นก่อนวันเดินทางจริงหลายสัปดาห์ และเกิดขึ้นภายในระบบนิเวศดิจิทัลของจีน
นักท่องเที่ยวใช้ Douyin เพื่อค้นหาแรงบันดาลใจ ใช้ Xiaohongshu เพื่ออ่านรีวิว ใช้ WeChat เพื่อตรวจสอบข้อมูลจากแบรนด์ และใช้ Baidu เพื่อยืนยันรายละเอียดก่อนตัดสินใจ
ดังนั้น การตลาดที่มีประสิทธิภาพต้องเชื่อมโยงทุกแพลตฟอร์มเข้าด้วยกัน พร้อมเริ่มสื่อสารตั้งแต่ช่วงที่ผู้บริโภคเริ่มค้นหาข้อมูล ไม่ใช่รอจนถึงช่วงวันหยุด
แบรนด์ไทยที่จะได้เปรียบในตลาดนักท่องเที่ยวจีน คือแบรนด์ที่วางแผนได้ล่วงหน้า เข้าใจวิธีค้นหาของผู้บริโภค และสามารถนำเสนอคอนเทนต์ที่เหมาะสมในแต่ละช่วงของการตัดสินใจได้อย่างต่อเนื่อง

อยากปรึกษาเรื่องเจาะตลาดจีนด้วยการโฆษณาออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการทำ Baidu Search และการทำการตลาดบน RED NOTE (小红书 / Xiaohongshu) เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายลูกค้าคนจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยแพลตฟอร์มที่คนจีนใช้งานมากที่สุด Baidu Search Engine #1 ของคนจีนที่มีผู้ใช้มากกว่า 1,700 ล้านคน และ RED (Xiaohongshu) ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในกลุ่มผู้บริโภคชาวจีน ปรึกษาได้ที่กดคลิ๊กที่นี่ → We Bridge Marketing Solution
#บุกตลาดจีน #ตลาดจีน #XHS #小红书 #REDNOTE

Share with your network!
Facebook
Threads
X
LinkedIn