17 แบรนด์แฟชั่นไทยบุกเซี่ยเหมิน! DITP เปิดเกมรุกตลาดจีน ดันดีไซน์ไทยสู่ผู้บริโภคกำลังซื้อสูง
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เดินหน้าผลักดันแฟชั่นไทยสู่ตลาดจีน
อุตสาหกรรมแฟชั่นไทยกำลังได้รับโอกาสครั้งสำคัญในการขยายตลาดสู่ประเทศจีน หลังกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) นำผู้ประกอบการแฟชั่นไทย 17 แบรนด์ เดินทางเข้าร่วมกิจกรรม Thai Brand Pop-up Store in Xiamen ณ เมืองเซี่ยเหมิน สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเปิดโอกาสให้แบรนด์ไทยเข้าถึงผู้บริโภคชาวจีนโดยตรง พร้อมสร้างเครือข่ายทางธุรกิจกับคู่ค้าในตลาดจีน
กิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ผลักดันสินค้าแฟชั่นไทยสู่เวทีสากล ผ่านการผสมผสานระหว่างการจัดแสดงสินค้า การจำหน่าย การเจรจาธุรกิจ และการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคในตลาดจริง เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันในตลาดต่างประเทศได้อย่างยั่งยืน
คัดเลือก 17 แบรนด์คุณภาพ จากผู้สมัครกว่า 40 แบรนด์
โครงการ Qurated Fashion Incubation Project เป็นโครงการบ่มเพาะผู้ประกอบการแฟชั่นไทยที่มีศักยภาพในการขยายตลาดต่างประเทศ
ในปีนี้ มีผู้ประกอบการเข้าร่วมการอบรมกว่า 40 แบรนด์ ก่อนคัดเลือกเหลือเพียง 17 แบรนด์ที่มีความพร้อมในด้านต่าง ๆ ได้แก่
- การออกแบบสินค้า
- การสร้างแบรนด์
- คุณภาพการผลิต
- ความพร้อมด้านการตลาด
- ศักยภาพในการส่งออก
- ความสามารถในการแข่งขันในตลาดต่างประเทศ
การคัดเลือกดังกล่าวสะท้อนแนวทางของ DITP ที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการเพิ่มจำนวนผู้ส่งออก แต่ต้องการสร้างแบรนด์ไทยที่สามารถเติบโตในตลาดโลกได้อย่างแข็งแกร่ง
ทำไม DITP เลือก “เซี่ยเหมิน” เป็นตลาดเป้าหมาย
การเลือกเมืองเซี่ยเหมินไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่ผ่านการวิเคราะห์ศักยภาพของตลาดอย่างรอบด้าน
เหตุผลสำคัญ ได้แก่
- เป็นเมืองที่มีกำลังซื้อสูง
- ผู้บริโภคเปิดรับสินค้าแฟชั่นต่างประเทศ
- มีผลตอบรับที่ดีจากโครงการนำร่องในปีที่ผ่านมา
- สภาพอากาศใกล้เคียงประเทศไทย
- ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคสอดคล้องกับสินค้าแฟชั่นไทย
- มีพันธมิตรท้องถิ่นที่แข็งแกร่ง เช่น Seroterra
- เป็นเมืองเศรษฐกิจสำคัญของมณฑลฝูเจี้ยน
องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้เซี่ยเหมินเป็นหนึ่งในตลาดที่เหมาะสำหรับการทดสอบสินค้าและสร้างการรับรู้ของแบรนด์ไทยในประเทศจีน

Pop-up Store เครื่องมือสร้างแบรนด์มากกว่าการขายสินค้า
กิจกรรม Thai Brand Pop-up Store in Xiamen ไม่ได้มุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่เป็นพื้นที่ทดลองตลาดจริงที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้เรียนรู้พฤติกรรมผู้บริโภคจีนโดยตรง
ภายในระยะเวลา 15 วัน ผู้ประกอบการจะได้ดำเนินกิจกรรมสำคัญ ได้แก่
- จัดแสดงสินค้า
- จำหน่ายสินค้า
- เจรจาธุรกิจกับคู่ค้า
- พบปะผู้บริโภคโดยตรง
- ศึกษาความต้องการของตลาด
- รับฟังความคิดเห็นของลูกค้า
- สร้างเครือข่ายทางธุรกิจ
- ทดสอบศักยภาพของแบรนด์ในตลาดจีน
แนวทางนี้ช่วยให้ผู้ประกอบการได้รับข้อมูลจริงจากตลาด เพื่อนำไปปรับปรุงสินค้าและกลยุทธ์การตลาดในอนาคต
แฟชั่นไทยตอบโจทย์ผู้บริโภคจีนยุคใหม่
ปัจจุบันผู้บริโภคชาวจีน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ให้ความสำคัญกับสินค้าแฟชั่นที่มีเอกลักษณ์มากกว่าการแข่งขันด้านราคา
จุดแข็งของแฟชั่นไทย ได้แก่
- ดีไซน์ที่มีอัตลักษณ์
- งานหัตถกรรมที่ประณีต
- การตัดเย็บคุณภาพ
- แพตเทิร์นที่เหมาะกับสรีระชาวเอเชีย
- การผสมผสานความร่วมสมัยกับวัฒนธรรมไทย
- ความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบ
- ความหลากหลายของสินค้าแฟชั่น
คุณลักษณะเหล่านี้ทำให้สินค้าแฟชั่นไทยสามารถสร้างความแตกต่างจากแบรนด์ต่างประเทศในตลาดจีนได้
KOL และ KOC ช่วยเพิ่มการเข้าถึงผู้บริโภคจีน
กิจกรรมครั้งนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากสื่อมวลชน รวมถึง KOL และ KOC ของจีนมากกว่า 10 ราย
การใช้ผู้สร้างคอนเทนต์ในท้องถิ่นมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างการรับรู้ของแบรนด์ เนื่องจากผู้บริโภคจีนให้ความสำคัญกับ
- รีวิวจากผู้ใช้งานจริง
- คำแนะนำจากอินฟลูเอนเซอร์
- คอนเทนต์บนแพลตฟอร์มโซเชียล
- การทดลองสินค้า
- ประสบการณ์ของผู้ซื้อ
การผสานการตลาดออฟไลน์กับการสื่อสารผ่าน KOL และ KOC จึงช่วยให้แบรนด์ไทยเข้าถึงผู้บริโภคได้รวดเร็วและตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น

Qurated Fashion Incubation Project พัฒนาแบรนด์ไทยสู่ตลาดโลก
โครงการ Qurated Fashion Incubation Project มีเป้าหมายในการยกระดับผู้ประกอบการไทยในหลายด้าน ไม่ใช่เฉพาะการส่งออกสินค้า
เนื้อหาที่ผู้ประกอบการได้รับการพัฒนา ได้แก่
- การออกแบบสินค้า
- การสร้างแบรนด์
- การวางกลยุทธ์การตลาด
- การพัฒนาธุรกิจ
- การสร้างมูลค่าเพิ่ม
- การเจรจาการค้า
- การวิเคราะห์ตลาดต่างประเทศ
- การขยายช่องทางจำหน่าย
แนวทางดังกล่าวช่วยเพิ่มศักยภาพให้ผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันได้ทั้งในประเทศและตลาดสากล
ตลาดจีนยังเป็นโอกาสสำคัญของสินค้าแฟชั่นไทย
ประเทศจีนยังคงเป็นหนึ่งในตลาดแฟชั่นที่ใหญ่ที่สุดของโลก โดยมีผู้บริโภคจำนวนมากที่มีกำลังซื้อสูง และให้ความสำคัญกับสินค้าแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์
แนวโน้มที่น่าสนใจ ได้แก่
- ความนิยมสินค้าแฟชั่นดีไซน์เฉพาะ
- การเติบโตของแบรนด์ต่างประเทศ
- การซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์
- การเติบโตของ Social Commerce
- การใช้ Live Commerce ในการขายสินค้า
- การให้ความสำคัญกับ Storytelling ของแบรนด์
ผู้ประกอบการไทยที่สามารถสร้างแบรนด์และเล่าเรื่องราวของสินค้าได้อย่างชัดเจน จะมีโอกาสสร้างฐานลูกค้าในตลาดจีนได้มากขึ้น
การสร้างแบรนด์สำคัญไม่แพ้การออกแบบสินค้า
แม้ว่าผู้ประกอบการไทยจะมีความสามารถด้านการผลิตและการออกแบบ แต่การแข่งขันในตลาดต่างประเทศจำเป็นต้องอาศัยการสร้างแบรนด์ควบคู่กัน
องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่
- การกำหนดภาพลักษณ์แบรนด์
- การออกแบบโลโก้และอัตลักษณ์
- การสื่อสารเรื่องราวของแบรนด์
- การสร้างความแตกต่าง
- การพัฒนาประสบการณ์ลูกค้า
- การสร้างความน่าเชื่อถือ
- การสื่อสารผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล
การมีแบรนด์ที่แข็งแรงช่วยเพิ่มมูลค่าให้สินค้า และลดการแข่งขันด้านราคาในระยะยาว
แฟชั่นไทยสร้างคุณค่าทางวัฒนธรรมควบคู่การค้า
นอกจากการส่งออกสินค้าแล้ว โครงการดังกล่าวยังมีบทบาทในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทยและจีนผ่านการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม
กิจกรรมในลักษณะนี้ช่วยให้เกิด
- การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้
- ความเข้าใจระหว่างผู้ประกอบการ
- การเรียนรู้พฤติกรรมผู้บริโภค
- ความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจ
- การสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทย
- การผลักดัน Soft Power ไทย
แฟชั่นจึงไม่ได้เป็นเพียงสินค้าเพื่อการบริโภค แต่ยังเป็นเครื่องมือในการสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมระหว่างสองประเทศ

ผู้ประกอบการไทยควรเตรียมอะไรหากต้องการบุกตลาดจีน
การเข้าสู่ตลาดจีนในระยะยาว ผู้ประกอบการควรเตรียมความพร้อมในหลายด้าน ได้แก่
- ศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคจีน
- สร้างแบรนด์ให้ชัดเจน
- จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในจีน
- พัฒนาสินค้าให้เหมาะกับตลาดเป้าหมาย
- เตรียมช่องทางจำหน่ายทั้งออฟไลน์และออนไลน์
- ใช้ KOL และ Social Commerce
- สร้างเครือข่ายกับคู่ค้าในพื้นที่
- วางแผนด้านโลจิสติกส์และบริการหลังการขาย
การเตรียมความพร้อมอย่างรอบด้านจะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จในตลาดจีน
DITP เดินหน้าสร้างแบรนด์แฟชั่นไทยสู่เวทีโลก
การนำผู้ประกอบการแฟชั่นไทย 17 แบรนด์เข้าสู่ตลาดเซี่ยเหมิน สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศที่มุ่งเน้นการสร้างศักยภาพผู้ประกอบการไทยอย่างครบวงจร ตั้งแต่การพัฒนาแบรนด์ การออกแบบ การสร้างเครือข่ายธุรกิจ ไปจนถึงการขยายตลาดในต่างประเทศ
การเลือกเมืองเซี่ยเหมินเป็นพื้นที่นำร่องยังแสดงให้เห็นถึงการวางกลยุทธ์ที่อาศัยการวิเคราะห์ศักยภาพของตลาด ควบคู่กับการใช้พันธมิตรท้องถิ่นและการสื่อสารผ่าน KOL เพื่อเพิ่มโอกาสให้สินค้าแฟชั่นไทยเข้าถึงผู้บริโภคจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หากผู้ประกอบการสามารถต่อยอดจากกิจกรรมครั้งนี้ ทั้งด้านการสร้างแบรนด์ การพัฒนาสินค้า และการใช้ช่องทางการตลาดดิจิทัล แฟชั่นไทยมีโอกาสขยายฐานลูกค้าในประเทศจีน และก้าวสู่การเป็นหนึ่งในสินค้าส่งออกที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจไทยได้ในระยะยาว





