
ส่งออกไทยยังโตแรง และส่งออกไปจีนก็โตตาม แต่สินค้าจากจีนไหลเข้าไทยเร็วกว่า จนการขาดดุลการค้ากับจีนกลายเป็นโจทย์ใหญ่ของปีนี้
เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ รายงานตัวเลขการค้าเดือนกันยายน ที่ภาพรวมดูดีมาก แต่เมื่อมองลึกลงไปที่ความสัมพันธ์การค้ากับจีน จะเห็นภาพที่ธุรกิจไทยควรทำความเข้าใจ

สรุปสั้น ๆ สำหรับคนรีบอ่าน
- ส่งออกไทยเดือนกันยายน 2569 มีมูลค่า 38,438.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โต 24% เป็นเดือนที่ 27 ติดต่อกัน ส่วนส่งออกไปจีนโต 18.4%
- นำเข้าโตเร็วกว่า ที่ 50.4% ทำให้ 9 เดือนแรกไทยขาดดุลการค้ารวม 43,693.9 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1.54 ล้านล้านบาท
- เฉพาะกับจีน 8 เดือนแรกไทยขาดดุลแล้ว 62,705.4 ล้านดอลลาร์ สูงกว่ายอดขาดดุลรวมทั้งประเทศ
- สินค้าที่นำเข้าจากจีนส่วนใหญ่เป็นเครื่องจักรและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ที่ใช้ผลิตต่อเพื่อส่งออก
- ภาครัฐกำลังคุยกับจีนเรื่องให้นักลงทุนจีนใช้วัตถุดิบจากผู้ผลิตไทยมากขึ้น และเสนอระบบเตือนภัยการนำเข้าร่วมกัน
ส่งออกโตแรง แต่นำเข้าโตแรงกว่า
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการ สนค. รายงานว่าการส่งออกเดือนกันยายนขยายตัว 24% ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 44,295.6 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 50.4% ทำให้เดือนนี้ไทยขาดดุลการค้า 5,856.6 ล้านดอลลาร์
ภาพรวม 9 เดือนแรก ส่งออกโต 19.6% นำเข้าโต 37.8% และ สนค. คาดว่าทั้งปี 2569 ส่งออกจะโต 15-16% และมีโอกาสถึง 19%
ในแง่ตลาด สหรัฐฯ ยังเป็นตลาดส่งออกใหญ่ที่สุดด้วยสัดส่วน 26.5% และโตถึง 50.1% ในเดือนนี้ ส่วนจีนโต 18.4% ใกล้เคียงกับญี่ปุ่นที่โต 19%
ทำไมไทยขาดดุลจีนมากขนาดนี้
ข้อมูลของ สนค. ที่ผู้จัดการออนไลน์รายงาน ระบุว่าช่วง 8 เดือนแรกของปี ไทยส่งออกไปจีน 30,531.6 ล้านดอลลาร์ โต 9.9% แต่ขาดดุลการค้ากับจีนถึง 62,705.4 ล้านดอลลาร์ หรือราว 2.1 ล้านล้านบาท
ตัวเลขนี้สูงกว่ายอดขาดดุลการค้ารวมของทั้งประเทศใน 9 เดือน สะท้อนว่าไทยยังเกินดุลกับตลาดอื่นอยู่ แต่การค้ากับจีนเพียงประเทศเดียวดึงดุลการค้าภาพรวมลงมาก

สาเหตุหลักมาจากการลงทุนของบริษัทจีนในไทยที่เพิ่มขึ้น รวมถึงความต้องการชิ้นส่วนสำหรับอุตสาหกรรม AI และดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งต้องนำเข้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จากจีนจำนวนมาก
ตามรายงานของฐานเศรษฐกิจ ช่วง 7 เดือนแรก สินค้านำเข้าจากจีนที่มูลค่าสูงสุดคือเครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ 623,802 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 75% ตามด้วยเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ และคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์
ข้อมูลภาพรวมของ สนค. ในเดือนกันยายนก็สอดคล้องกัน โดยวัตถุดิบและสินค้ากึ่งสำเร็จรูปคิดเป็น 41.7% ของการนำเข้าทั้งหมด และสินค้าทุนอีก 33.5% ส่วนใหญ่ถูกนำไปผลิตต่อเพื่อส่งออก ดังนั้นการขาดดุลส่วนหนึ่งจึงเป็นต้นทุนของการส่งออกที่โตขึ้นด้วย
ภาครัฐกำลังทำอะไร
ให้นักลงทุนจีนใช้ของไทยมากขึ้น กระทรวงพาณิชย์มีแผนหารือกับจีน ให้นักลงทุนจีนที่ตั้งฐานผลิตในไทยจัดซื้อวัตถุดิบและชิ้นส่วนจากผู้ผลิตไทยมากขึ้น
ระบบเตือนภัยการนำเข้าร่วมกัน เมื่อวันที่ 22 กันยายน ในการประชุมความร่วมมือด้านมาตรการเยียวยาทางการค้าไทย-จีน ครั้งที่ 8 ที่กรุงปักกิ่ง กรมการค้าต่างประเทศเสนอให้สองประเทศมีระบบเตือนภัยล่วงหน้า แลกเปลี่ยนข้อมูลเมื่อมีสินค้านำเข้าเพิ่มขึ้นผิดปกติ และหารือกันก่อนที่ปัญหาจะกลายเป็นข้อพิพาท
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ระบุว่าแนวทางนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มการใช้มาตรการเยียวยาทางการค้า แต่เพื่อให้ใช้อย่างเหมาะสม เป็นธรรม และเฉพาะเมื่อจำเป็น
ธุรกิจไทยควรมองหาโอกาสตรงไหน
1. เป็นซัพพลายเออร์ให้โรงงานจีนในไทย เมื่อภาครัฐผลักดันให้นักลงทุนจีนใช้ของไทยมากขึ้น ผู้ผลิตชิ้นส่วน บรรจุภัณฑ์ และบริการโลจิสติกส์ที่พร้อมด้านมาตรฐาน มีโอกาสเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่การผลิตนี้
2. ส่งออกไปจีนในหมวดที่ไทยแข็งแรง สินค้าเกษตรอย่างทุเรียน มังคุด และลำไย ยังเป็นกลุ่มที่ช่วยหนุนการส่งออก และตลาดจีนยังโตต่อเนื่อง

3. ทำให้ผู้ซื้อชาวจีนหาเราเจอ ผู้ซื้อและผู้บริโภคจีนหาข้อมูลผ่านแพลตฟอร์มของจีนเอง เช่น Baidu, Douyin และ XHS การมีข้อมูลสินค้าที่ถูกต้องเป็นภาษาจีนบนช่องทางเหล่านี้ จึงเป็นพื้นฐานของการขายเข้าตลาดจีน
4. SME ที่แข่งกับสินค้าจีนโดยตรง ควรติดตามช่องทางของกรมการค้าต่างประเทศ หากพบการนำเข้าที่ผิดปกติ และเน้นจุดแข็งที่สินค้านำเข้าทำได้ยาก เช่น บริการหลังการขาย ความเร็วในการส่งมอบ หรือการปรับสินค้าให้ตรงกับลูกค้าไทย
มองภาพใหญ่
สนค. ประเมินเบื้องต้นว่าปี 2570 การส่งออกจะโตชะลอลงเหลือ 2-4% เพราะฐานปีนี้สูง ขณะที่การค้ากับจีนจะยังเป็นทั้งแหล่งวัตถุดิบและตลาดสำคัญของไทยต่อไป
สำหรับธุรกิจไทย คำถามจึงไม่ใช่แค่ว่าไทยขาดดุลจีนเท่าไร แต่คือเราจะเข้าไปอยู่ตรงไหนของการค้าที่โตขึ้นนี้ ทั้งในฐานะซัพพลายเออร์ของบริษัทจีนในไทย และในฐานะผู้ขายเข้าตลาดจีนโดยตรง
ที่มา: Nation Thailand และโพสต์ทูเดย์ (ตัวเลขการค้า ก.ย. 2569 สนค.), The Bangkok Insight (การส่งออกรายตลาด), แนวหน้า (โครงสร้างการนำเข้า), ผู้จัดการออนไลน์ (การค้าไทย-จีน 8 เดือน สนค.), ฐานเศรษฐกิจ (สินค้านำเข้าจากจีน 7 เดือน), Nation Thailand (ระบบเตือนภัยการนำเข้า กรมการค้าต่างประเทศ)
ภาพ: ภาพหน้าปก Kelvin Zyteng / Unsplash, ภาพทุเรียน Jonny Clow / Unsplash, อินโฟกราฟิกจัดทำโดย We Bridge Marketing Solution





