
ทุกเดือนพฤศจิกายน จีนเปิดเวทีที่ออกแบบมาเพื่อ “ซื้อ” สินค้าจากต่างประเทศโดยเฉพาะ และปีนี้งานใหญ่ที่สุดตั้งแต่เคยจัดมา
มหกรรมสินค้านำเข้านานาชาติของจีน (China International Import Expo หรือ CIIE) ครั้งที่ 9 จะจัดระหว่างวันที่ 5-10 พฤศจิกายน 2569 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมแห่งชาติ (NECC) นครเซี่ยงไฮ้ โดยกระทรวงพาณิชย์จีนร่วมกับรัฐบาลนครเซี่ยงไฮ้
สำหรับธุรกิจไทยที่อยากขายเข้าจีน งานนี้เป็นทั้งเวทีพบผู้ซื้อ และสัญญาณว่าตลาดจีนกำลังมองหาสินค้าประเภทไหน

สรุปสั้น ๆ สำหรับคนรีบอ่าน
- CIIE ครั้งที่ 9 จัด 5-10 พ.ย. 2569 ที่เซี่ยงไฮ้ มีผู้แสดงสินค้าต่างชาติ 4,142 ราย จาก 162 ประเทศ ภูมิภาค และองค์กรระหว่างประเทศ
- พื้นที่จัดงานรวมกว่า 440,000 ตารางเมตร ใหญ่ที่สุดตั้งแต่เคยจัดมา
- งานปีที่แล้วมียอดตกลงซื้อขาย (intended deals) 83,490 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 4.4%
- จีนนำเข้าสินค้าเกษตรจากไทยเพิ่มจาก 5,561 ล้านดอลลาร์ในปี 2561 เป็น 10,821 ล้านดอลลาร์ในปี 2568
- ไม่ต้องมีบูธก็ใช้ประโยชน์จากงานนี้ได้ ถ้าเตรียมข้อมูลภาษาจีนให้ผู้ซื้อหาเจอ
CIIE 2026 ในตัวเลข
ตามข้อมูลที่รัฐบาลนครเซี่ยงไฮ้เผยแพร่เมื่อ 19 ตุลาคม งานปีนี้มีผู้แสดงสินค้าต่างชาติ 4,142 ราย จาก 162 ประเทศ ภูมิภาค และองค์กรระหว่างประเทศ ในจำนวนนี้กว่า 2,000 รายเข้าร่วมเป็นครั้งแรก
ส่วนจัดแสดงของภาคธุรกิจมีพื้นที่กว่า 370,000 ตารางเมตร มีบริษัทใน Fortune Global 500 และผู้นำอุตสาหกรรมกว่า 300 ราย และมีสินค้ากว่า 480 รายการที่จะเปิดตัวครั้งแรกในงาน โดยปีนี้แคนาดาและศรีลังกาเป็นประเทศรับเชิญเกียรติยศ
ปีที่แล้ว CIIE ครั้งที่ 8 ปิดงานด้วยยอดตกลงซื้อขาย 83,490 ล้านดอลลาร์ ทำสถิติสูงสุด และเพิ่มขึ้น 4.4% จากปีก่อนหน้า
ไทยเคยทำอะไรในงานนี้
ไทยร่วมงาน CIIE ต่อเนื่องผ่านกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์
- ปี 2567 ไทยจัดพาวิลเลียน 250 ตารางเมตร มีบริษัทไทยร่วมงาน 80 ราย เน้นอาหาร ไลฟ์สไตล์ แฟชั่น และบริการสร้างสรรค์ ตั้งเป้ามูลค่าการเจรจาการค้าอย่างน้อย 60 ล้านบาท
- ปี 2568 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นำบริษัทอาหารและเครื่องดื่ม 60 ราย ร่วมงานในพื้นที่ 640 ตารางเมตร ภายใต้แนวคิด “The Nexus” ฉลองครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ไทย-จีน ตั้งเป้ามูลค่าการเจรจาอย่างน้อย 220 ล้านบาท

ทำไมสินค้าเกษตรและอาหารไทยได้เปรียบ
ในงานโปรโมต CIIE ที่กรุงเทพฯ เมื่อเดือนกรกฎาคม ฝ่ายจัดงานระบุว่าจีนนำเข้าสินค้าเกษตรจากไทยเพิ่มจาก 5,561 ล้านดอลลาร์ในปี 2561 เป็น 10,821 ล้านดอลลาร์ในปี 2568 หรือเกือบเท่าตัวใน 7 ปี โดยมีทุเรียนเป็นสินค้าหลัก

ธุรกิจไทยควรใช้โอกาสนี้อย่างไร
1. ดูว่าคู่แข่งนำอะไรไปโชว์ สินค้าที่ประเทศอื่นนำมาเปิดตัวในงาน บอกได้ว่าผู้ซื้อจีนสนใจอะไรอยู่ และราคาหรือแพ็กเกจแบบไหนที่แข่งขันได้
2. เตรียมข้อมูลภาษาจีนก่อนผู้ซื้อค้นหา หลังพบสินค้าในงาน ผู้ซื้อจีนมักค้นต่อผ่าน Baidu, WeChat หรือ XHS ถ้าค้นแล้วไม่เจอข้อมูลบริษัทที่น่าเชื่อถือเป็นภาษาจีน โอกาสอาจหลุดมือไปทั้งที่สินค้าดี
3. วางแผนร่วมงานปีหน้าตั้งแต่ตอนนี้ การจองพื้นที่ในพาวิลเลียนไทยต้องทำล่วงหน้าหลายเดือน ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศรับสมัครของ DITP
4. เริ่มจากสินค้าที่จีนรู้จักไทยอยู่แล้ว ผลไม้ อาหารแปรรูป และสินค้าภายใต้ Thai SELECT เป็นกลุ่มที่ไทยใช้เป็นจุดขายในงานนี้มาต่อเนื่อง
มองภาพใหญ่
CIIE สะท้อนว่าจีนยังต้องการนำเข้าสินค้าคุณภาพจากทั่วโลก ในวันที่การแข่งขันในตลาดจีนสูงขึ้นทุกปี
สำหรับธุรกิจไทย งานนี้เป็นโอกาสพบผู้ซื้อ แต่สิ่งที่ทำให้ดีลเกิดขึ้นจริงคือการที่ผู้ซื้อจีนหาข้อมูลของเราเจอ และเชื่อมั่นพอจะติดต่อต่อหลังงานจบ
ที่มา: รัฐบาลนครเซี่ยงไฮ้: ตัวเลข CIIE ครั้งที่ 9, รัฐบาลนครเซี่ยงไฮ้: ผลงาน CIIE ครั้งที่ 8, Yicai Global, Thailand Exhibition (สถานที่จัดงาน), Nation Thailand (ไทยใน CIIE 2567), ไทยรัฐ (ไทยใน CIIE 2568), Businesstoday (งานโปรโมต CIIE ในไทย)
ภาพ: ภาพหน้าปก Jerry Zhang / Unsplash, ภาพทุเรียน Jonny Clow / Unsplash, อินโฟกราฟิกจัดทำโดย We Bridge Marketing Solution





