สินค้าเกษตรไทยบุกจีน รัฐบาลเดินหน้าพัฒนา 150 ราย เสริมทักษะ FTA-โลจิสติกส์

รัฐบาลไทยจับมือจีน รับทุน 1.66 แสนดอลลาร์ ปั้น 150 ผู้ประกอบการเกษตร บุกตลาดจีนผ่านเส้นทางรถไฟ

รัฐบาลไทยเดินหน้าขยายความร่วมมือทางการค้ากับจีน หลังคณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างความตกลงรับเงินสนับสนุน 166,100 ดอลลาร์สหรัฐ จากกองทุนพิเศษแม่โขง–ล้านช้าง เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เข้าร่วมโครงการ 150 ราย มุ่งเพิ่มโอกาสส่งออกสินค้าเกษตรไทยผ่านเครือข่ายขนส่งไทย–ลาว–จีน พร้อมผลักดันการใช้สิทธิประโยชน์ FTA และยกระดับความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย
 

ครม. ไฟเขียวความร่วมมือจีน หนุนภาคเกษตรไทยขยายตลาด

วันที่ 27 ตุลาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างความตกลงว่าด้วยความร่วมมือในโครงการภายใต้กองทุนพิเศษแม่โขง–ล้านช้าง ประจำปี 2568 ระหว่างกระทรวงพาณิชย์ของไทยกับสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย
พร้อมอนุมัติให้ปลัดกระทรวงพาณิชย์หรือผู้ได้รับมอบหมายเป็นผู้ลงนามในความตกลง เพื่อรับเงินสนับสนุนจากฝ่ายจีนจำนวน 166,100 ดอลลาร์สหรัฐ หรือไม่เกิน 1,229,100 หยวน
เงินสนับสนุนดังกล่าวจะนำไปใช้ดำเนินโครงการส่งเสริมธุรกิจการเกษตรเพื่อการค้าผ่านทางรถไฟความเร็วสูงในประเทศแถบแม่โขง–ล้านช้าง โดยมุ่งพัฒนาความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการขยายตลาดสินค้าเกษตรไทย
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนความพยายามของภาครัฐในการใช้ความร่วมมือระหว่างประเทศเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงตลาดจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดส่งออกสินค้าเกษตรที่มีความสำคัญต่อประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม การเห็นชอบร่างความตกลงเป็นขั้นตอนก่อนการลงนามและรับเงินสนับสนุน จึงยังไม่ควรตีความว่าโครงการได้รับเงินแล้วหรือเริ่มดำเนินงานอย่างเป็นทางการ
 
 

เงินสนับสนุน 166,100 ดอลลาร์ ใช้พัฒนาศักยภาพ 150 ราย

สาระสำคัญของโครงการอยู่ที่การพัฒนาบุคลากรและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเกษตรกรรม มากกว่าการให้เงินช่วยเหลือผู้ส่งออกเป็นรายบริษัท
กระทรวงพาณิชย์มอบหมายให้สถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง หรือ Mekong Institute (MI) เป็นหน่วยงานดำเนินงาน
โครงการกำหนดกลุ่มเป้าหมายรวม 150 ราย จากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเกษตรกรรม
กิจกรรมสำคัญประกอบด้วยการฝึกอบรมด้านการค้า การใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี และการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศ
หลังจากนั้น ผู้เข้าร่วมจะนำความรู้ที่ได้รับไปจัดทำแผนปฏิบัติการร่วมกัน หรือ Joint Action Plan เพื่อส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจเกษตรกรรมและขยายโอกาสทางการค้าในอนุภูมิภาคแม่โขง–ล้านช้าง
หากพิจารณาวงเงินสนับสนุนเทียบกับจำนวนผู้เข้าร่วมเป้าหมาย จะมีมูลค่าเฉลี่ยเชิงคำนวณประมาณ 1,107 ดอลลาร์สหรัฐต่อราย
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวไม่ใช่วงเงินที่ผู้เข้าร่วมแต่ละรายจะได้รับจริง เพราะงบประมาณยังต้องครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการ การฝึกอบรม การประสานงาน และกิจกรรมอื่นตามแผนที่ได้รับอนุมัติ
 
 

 

รถไฟไทย–ลาว–จีน ทางเลือกใหม่ของการส่งออกสินค้าเกษตร

หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของความร่วมมือคือการเพิ่มความสามารถของผู้ประกอบการในการใช้ประโยชน์จากเครือข่ายขนส่งสินค้าระหว่างไทย สปป.ลาว และจีน
การเชื่อมโยงเส้นทางรถไฟในภูมิภาคอาจช่วยเพิ่มทางเลือกด้านโลจิสติกส์ให้กับผู้ส่งออกสินค้าเกษตรไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ต้องการขยายตลาดไปยังพื้นที่ตอนใต้และตอนในของจีน
เมื่อมีช่องทางขนส่งให้เลือกมากขึ้น ผู้ส่งออกอาจสามารถวางแผนการกระจายสินค้าได้ยืดหยุ่นขึ้น ทั้งในด้านระยะเวลาขนส่ง ปริมาณสินค้า และการจัดการต้นทุน
อย่างไรก็ตาม การใช้เส้นทางรถไฟไม่ได้หมายความว่าต้นทุนจะต่ำกว่าการขนส่งทางถนนหรือทางเรือในทุกกรณี
ผู้ประกอบการจำเป็นต้องประเมินค่าใช้จ่ายตลอดเส้นทาง รวมถึงค่าขนส่งต่อเนื่อง ค่าขนถ่ายสินค้า การผ่านพิธีการศุลกากร และต้นทุนการรักษาคุณภาพสินค้า
โดยเฉพาะสินค้าเกษตรสดที่มีอายุการเก็บรักษาจำกัด การบริหารเวลาและระบบควบคุมอุณหภูมิอาจมีความสำคัญไม่แพ้ค่าระวางขนส่ง
อีกประเด็นที่ต้องพิจารณาคือ ปัจจุบันการขนส่งทางรางจากไทยไปจีนยังต้องอาศัยการเชื่อมต่อและการขนถ่ายสินค้าระหว่างระบบขนส่งที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่การที่รถไฟความเร็วสูงสายเดียววิ่งต่อเนื่องจากไทยถึงจีนโดยตรง
ดังนั้น การเพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์จึงต้องพัฒนาทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ขั้นตอนชายแดน และการประสานงานระหว่างประเทศควบคู่กัน
 
 

ใช้สิทธิ FTA เพิ่มโอกาสสินค้าเกษตรไทยแข่งขันในจีน

นอกจากการขนส่ง โครงการยังให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับความตกลงการค้าเสรี หรือ Free Trade Agreement (FTA)
FTA เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ผู้ส่งออกสามารถนำมาใช้พิจารณาสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับสินค้าที่เข้าเงื่อนไข
สำหรับสินค้าเกษตรไทย การได้รับสิทธิทางภาษีที่เหมาะสมอาจช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านราคาเมื่อเข้าสู่ตลาดจีน
แต่การใช้สิทธิประโยชน์ไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ ผู้ประกอบการต้องตรวจสอบประเภทสินค้า พิกัดศุลกากร กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า และเอกสารประกอบที่จำเป็น
นอกจากนี้ สินค้าเกษตรบางประเภทอาจต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสุขอนามัยพืช มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร การขึ้นทะเบียน และข้อกำหนดการนำเข้าของจีน
ความรู้ด้านกฎระเบียบเหล่านี้จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงจากความล่าช้าหรือปัญหาสินค้าไม่ผ่านข้อกำหนด ณ ด่านนำเข้า
 
 
 

ทำไมตลาดจีนจึงเป็นโอกาสสำคัญของสินค้าเกษตรไทย?

จีนเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีความต้องการสินค้าเกษตรและอาหารหลากหลายประเภท แต่ก็มีการแข่งขันจากผู้ผลิตภายในประเทศและประเทศผู้ส่งออกอื่นอย่างต่อเนื่อง
สำหรับไทย โอกาสไม่ได้อยู่เพียงการเพิ่มปริมาณส่งออก แต่ยังรวมถึงการพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม
สินค้าเกษตรที่มีคุณภาพสม่ำเสมอ สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ และมีระบบขนส่งที่เหมาะสม อาจมีความได้เปรียบในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้า
ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงของตลาดอย่างใกล้ชิด เพราะความต้องการสินค้า ราคา และเงื่อนไขการแข่งขันอาจแตกต่างกันตามพื้นที่และช่วงเวลา
การเข้าถึงข้อมูลการค้าจึงมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการเข้าถึงเส้นทางขนส่ง
หากผู้ประกอบการมีข้อมูลที่เพียงพอ จะสามารถประเมินได้ว่าสินค้าประเภทใดควรส่งออกผ่านช่องทางใด และควรเลือกตลาดเป้าหมายที่เหมาะสมกับต้นทุนและศักยภาพของธุรกิจ
 

 

Mekong Institute รับหน้าที่พัฒนาเครือข่ายการค้าและแผนปฏิบัติการ

การมอบหมายให้ Mekong Institute เป็นหน่วยงานดำเนินงานสะท้อนว่ารัฐบาลต้องการใช้กลไกความร่วมมือระดับภูมิภาคมาสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพด้านการค้า
เป้าหมายของโครงการไม่ได้จำกัดอยู่ที่การจัดอบรมเพียงครั้งเดียว แต่ยังรวมถึงการนำความรู้ไปจัดทำ Joint Action Plan หรือแผนปฏิบัติการร่วมกัน
ในเชิงนโยบาย แผนดังกล่าวอาจช่วยเชื่อมโยงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก การขนส่ง และการอำนวยความสะดวกทางการค้าให้ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของโครงการจะขึ้นอยู่กับการนำแผนไปใช้จริง
ตัวชี้วัดที่ควรติดตามจึงไม่ใช่เพียงจำนวนผู้เข้าร่วมอบรม แต่ควรรวมถึงจำนวนผู้ประกอบการที่สามารถนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ การลดปัญหาในการส่งออก และความร่วมมือทางธุรกิจที่เกิดขึ้นหลังโครงการ

กองทุนแม่โขง–ล้านช้างคืออะไร?

กองทุนพิเศษแม่โขง–ล้านช้าง หรือ Mekong–Lancang Cooperation Special Fund (MLCSF) เป็นกลไกสนับสนุนโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิก 6 ประเทศ ได้แก่ จีน กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เวียดนาม และไทย
จีนประกาศจัดตั้งกองทุนดังกล่าวในการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือแม่โขง–ล้านช้าง ครั้งที่ 1 เมื่อเดือนมีนาคม 2559
วัตถุประสงค์สำคัญคือการสนับสนุนโครงการที่สอดคล้องกับความต้องการด้านการพัฒนาและผลประโยชน์ร่วมกันของประเทศสมาชิก
สำหรับปีงบประมาณโครงการ 2568 ข้อมูลจากรัฐบาลระบุว่า ประเทศไทยได้รับอนุมัติจัดสรรงบประมาณรวม 19 โครงการ โดยมีโครงการของกระทรวงพาณิชย์ 1 โครงการ คือการส่งเสริมธุรกิจการเกษตรเพื่อการค้าผ่านทางรถไฟความเร็วสูงในประเทศแถบแม่โขง–ล้านช้าง
ความร่วมมือดังกล่าวจึงเป็นส่วนหนึ่งของกรอบความร่วมมือระดับภูมิภาคที่มีขอบเขตกว้างกว่าการค้าระหว่างไทยกับจีนเพียงสองประเทศ
 
 

กำหนดดำเนินโครงการ 3 ปี วางระบบติดตามการใช้เงิน

ตามร่างความตกลง โครงการมีกำหนดระยะเวลาดำเนินงาน 3 ปี โดยนับวันลงนามในความตกลงเป็นวันเริ่มต้นโครงการ
ฝ่ายจีนจะจัดสรรเงินสนับสนุนภายใน 20 วันทำการหลังการลงนาม และฝ่ายไทยต้องแจ้งยืนยันการได้รับเงินอย่างเป็นทางการภายใน 10 วันทำการ
ร่างความตกลงยังกำหนดให้มีการติดตามและประเมินผล ตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณ และจัดทำรายงานผลการดำเนินโครงการ
รัฐบาลระบุว่าความร่วมมือครั้งนี้เป็นการนำเงินสนับสนุนจากต่างประเทศมาใช้พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ โดยไม่สร้างภาระผูกพันต่องบประมาณของรัฐบาล และร่างความตกลงไม่ก่อให้เกิดพันธกรณีที่มีผลผูกพันทางกฎหมายระหว่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่แท้จริงยังต้องพิจารณาจากการดำเนินงานและการติดตามประเมินผลตลอดระยะเวลาโครงการ
 
 

วิเคราะห์ 3 โอกาสสำคัญต่อภาคเกษตรและผู้ส่งออกไทย

เมื่อพิจารณาในมุมเศรษฐกิจ โครงการนี้อาจสร้างประโยชน์ต่อผู้ประกอบการไทยได้ในสามด้าน
ด้านแรก การเพิ่มความรู้ด้านการส่งออก
ผู้ประกอบการที่เข้าใจกฎระเบียบและสิทธิประโยชน์ทางการค้าจะมีความพร้อมในการวางแผนเข้าสู่ตลาดจีนมากขึ้น และอาจลดความผิดพลาดจากการจัดทำเอกสารหรือการปฏิบัติตามข้อกำหนด
ด้านที่สอง การพัฒนาทางเลือกด้านโลจิสติกส์
การมีความรู้เกี่ยวกับเครือข่ายรถไฟไทย–ลาว–จีนอาจช่วยให้ผู้ประกอบการเปรียบเทียบเส้นทางขนส่งและเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับประเภทสินค้าได้ดีขึ้น
ด้านที่สาม การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ
การเชื่อมโยงหน่วยงานรัฐและเอกชนในอนุภูมิภาคแม่โขง–ล้านช้างอาจช่วยเพิ่มโอกาสในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและพัฒนาความร่วมมือทางธุรกิจในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ทั้งสามด้านเป็นผลประโยชน์ที่คาดหวังจากโครงการ ไม่ใช่ผลสำเร็จที่เกิดขึ้นแล้ว
 
 

ความท้าทายที่ยังต้องแก้ ก่อนสินค้าเกษตรไทยขยายตลาดจีน

แม้จะมีการสนับสนุนด้านความรู้และความร่วมมือระหว่างประเทศ แต่ผู้ประกอบการไทยยังต้องเผชิญความท้าทายหลายด้าน
ต้นทุนโลจิสติกส์ยังเป็นปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะการขนส่งสินค้าเกษตรสดที่ต้องรักษาคุณภาพระหว่างเดินทาง
การแข่งขันในตลาดจีนก็มีความรุนแรง ทั้งจากผู้ผลิตภายในประเทศและผู้ส่งออกจากประเทศอื่นในภูมิภาค
ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการรายเล็กอาจยังมีข้อจำกัดด้านเงินทุน บุคลากร และความสามารถในการปฏิบัติตามข้อกำหนดการนำเข้า
ดังนั้น การฝึกอบรมเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากไม่มีการติดตามช่วยเหลือให้ผู้ประกอบการนำความรู้ไปใช้จริง
ในระยะยาว ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจต้องพิจารณามาตรการสนับสนุนเพิ่มเติม ทั้งด้านข้อมูลตลาด การจับคู่ธุรกิจ การพัฒนามาตรฐานสินค้า และการอำนวยความสะดวกในการส่งออก
 
 

บทสรุป เงินทุนจีนหนุน 150 ราย จุดเริ่มต้นยกระดับการค้าเกษตรไทย

การที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างความตกลงรับเงินสนับสนุนจากกองทุนพิเศษแม่โขง–ล้านช้างจำนวน 166,100 ดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวในการผลักดันความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับจีน
จุดเด่นของโครงการอยู่ที่การพัฒนาศักยภาพผู้เข้าร่วม 150 ราย และการส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับการค้า การใช้สิทธิ FTA และระบบโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงไทย สปป.ลาว และจีน
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มโอกาสส่งออกสินค้าเกษตรไทยไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินสนับสนุนหรือเส้นทางขนส่งเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องอาศัยคุณภาพสินค้า การบริหารต้นทุน และความสามารถในการแข่งขันในตลาดปลายทาง
ความสำเร็จของโครงการจึงควรวัดจากการที่ผู้ประกอบการสามารถนำความรู้ไปใช้ ลดอุปสรรคทางการค้า และสร้างโอกาสส่งออกได้จริง มากกว่าการวัดเพียงจำนวนผู้ผ่านการฝึกอบรม

อยากปรึกษาเรื่องเจาะตลาดจีนด้วยการโฆษณาออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการทำ Baidu Search และการทำการตลาดบน RED NOTE (小红书 / Xiaohongshu) เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายลูกค้าคนจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยแพลตฟอร์มที่คนจีนใช้งานมากที่สุด Baidu Search Engine #1 ของคนจีนที่มีผู้ใช้มากกว่า 1,700 ล้านคน และ RED (Xiaohongshu) ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในกลุ่มผู้บริโภคชาวจีน ปรึกษาได้ที่กดคลิ๊กที่นี่ → We Bridge Marketing Solution
#บุกตลาดจีน #ตลาดจีน #XHS #小红书 #REDNOTE

Share with your network!
Facebook
Threads
X
LinkedIn