
รถไฟความเร็วสูงไทย-จีนช่วงโคราช-หนองคายมีไทม์ไลน์ชัดขึ้น แต่สำหรับธุรกิจที่ส่งของไปจีน สิ่งที่ควรจับตาก่อนคือเส้นทางขนส่งสินค้าที่จะเสร็จเร็วกว่า
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เผยเมื่อ 4 พฤศจิกายน 2569 หลังลงพื้นที่สถานีรถไฟหนองคาย ว่ารถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย คาดว่าจะเริ่มกระบวนการประมูลได้ในปี 2570 และตั้งเป้าเปิดให้บริการในปี 2576

สรุปสั้น ๆ สำหรับคนรีบอ่าน
- ไฮสปีดไทย-จีน ระยะที่ 2 โคราช-หนองคาย ระยะทาง 357.12 กม. วงเงิน 341,351 ล้านบาท
- คาดเริ่มประมูลปี 2570 และเปิดบริการปี 2576 โดยจะเดินหน้าคู่ขนานกับระยะที่ 1
- ระยะที่ 1 กรุงเทพฯ-โคราช ก่อสร้างคืบหน้าราว 50%
- รถไฟทางคู่ขอนแก่น-หนองคาย 167 กม. ตั้งเป้าเสร็จและเปิดบริการปี 2571
- ไฮสปีดเน้นขนผู้โดยสาร ส่วนการขนส่งสินค้าไปจีนพึ่งรถไฟทางคู่และจุดเปลี่ยนถ่ายสินค้าที่หนองคาย
ไฮสปีดเฟส 2 ในตัวเลข
รถไฟความเร็วสูงระยะที่ 2 มีระยะทาง 357.12 กิโลเมตร วงเงินลงทุน 341,351.42 ล้านบาท ผ่าน ครม. อนุมัติในหลักการแล้ว ตามแผนที่ ครม. อนุมัติเมื่อกุมภาพันธ์ 2568 มี 5 สถานี ได้แก่ บัวใหญ่ บ้านไผ่ ขอนแก่น อุดรธานี และหนองคาย
ขบวนรถออกแบบให้เน้นขนส่งผู้โดยสาร ความเร็วเฉลี่ยราว 160 กม./ชม. เมื่อเปิดครบทั้งเส้น การเดินทางกรุงเทพฯ-หนองคายจะใช้เวลาราว 5 ชั่วโมง
ส่วนระยะที่ 1 กรุงเทพฯ-นครราชสีมา ก่อสร้างคืบหน้าราว 50% ยังมี 2 สัญญาที่ล่าช้า คือช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง และช่วงที่ผ่านพื้นที่มรดกโลกอยุธยา ซึ่งรัฐมนตรีระบุว่าคาดแก้ปัญหาได้ภายใน 1 ปี ก่อสร้างอีกราว 3 ปี และเปิดให้บริการได้ภายในราว 5 ปี
ทำไมหนองคายสำคัญกับการค้าไทย-จีน
รัฐมนตรีระบุว่าสถานีหนองคายเป็นจุดเปลี่ยนถ่ายสินค้าหลักระหว่างไทย ลาว และจีน
- ขาออก: ผลไม้และทุเรียนที่ส่งไปจีน มีมูลค่าหลายแสนล้านบาทต่อปี
- ขนผ่าน: ยางพาราและวัตถุดิบจากจีนตอนใต้ ผ่านลาวเข้าหนองคาย ต่อไปท่าเรือแหลมฉบัง แล้วส่งทางเรือไปเซี่ยงไฮ้
ในแผนที่ ครม. อนุมัติ ยังมีศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้านาทา จังหวัดหนองคาย วงเงิน 5,686 ล้านบาท ทำหน้าที่ถ่ายสินค้าระหว่างรางขนาด 1 เมตรของไทย กับรางมาตรฐาน 1.435 เมตรของรถไฟลาว-จีน

โครงการที่จะมาถึงก่อน: ทางคู่ขอนแก่น-หนองคาย
สำหรับการขนส่งสินค้า โครงการที่น่าจับตาที่สุดในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้าคือรถไฟทางคู่ขอนแก่น-หนองคาย ระยะทางราว 167 กิโลเมตร วงเงินราว 28,679 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างก่อสร้าง และตั้งเป้าเสร็จพร้อมเปิดบริการในปี 2571
ทางคู่ช่วยให้รถไฟสินค้าวิ่งสวนกันได้โดยไม่ต้องรอหลีก ทำให้การขนส่งตรงเวลาและมีความจุมากขึ้น ซึ่งสำคัญกับสินค้าที่ต้องรักษาความสด เช่น ผลไม้

ผู้ส่งออกไปจีนควรเตรียมอะไร
1. วางแผนจากไทม์ไลน์จริง ไฮสปีดเฟส 2 จะเปิดเร็วที่สุดปี 2576 และเน้นผู้โดยสาร การวางแผนโลจิสติกส์ช่วงนี้ควรอิงทางคู่ (ปี 2571) และเส้นทางที่ใช้อยู่จริงในปัจจุบัน
2. ติดตามความคืบหน้าจุดเปลี่ยนถ่ายสินค้า ต้นทุนและเวลาในการขนถ่ายระหว่างรางสองขนาดที่หนองคาย คือจุดที่กำหนดว่าการส่งทางรางไปจีนจะคุ้มค่ากว่าทางรถบรรทุกหรือไม่
3. เส้นทางนี้วิ่งสองทาง เส้นทางเดียวกันที่ใช้ส่งผลไม้ไปจีน ก็ใช้ขนวัตถุดิบและสินค้าจีนผ่านและเข้ามาไทย ผู้ประกอบการควรมองทั้งโอกาสส่งออก และการแข่งขันที่จะเข้ามาง่ายขึ้น
4. เตรียมข้อมูลให้คู่ค้าจีนหาเจอ เมื่อการขนส่งสะดวกขึ้น ผู้ซื้อจีนมีตัวเลือกจากไทยมากขึ้น ธุรกิจที่มีข้อมูลบริษัทเป็นภาษาจีนที่น่าเชื่อถือ จะได้เปรียบตอนที่ผู้ซื้อเริ่มค้นหา
มองภาพใหญ่
ข่าวรถไฟความเร็วสูงมักถูกพูดถึงในแง่การเดินทาง แต่สำหรับการค้าไทย-จีน หัวใจอยู่ที่หนองคาย ซึ่งเป็นจุดที่รางไทยเชื่อมกับรถไฟลาว-จีน
ธุรกิจที่เข้าใจไทม์ไลน์ของทางคู่ ศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้า และไฮสปีด จะวางแผนการส่งออกและการลงทุนได้แม่นยำกว่า
ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ (4 พ.ย. 2569), The Nation (4 พ.ย. 2569), THE STANDARD (ครม. อนุมัติ 4 ก.พ. 2568)
ภาพ: ภาพหน้าปก Phinxo WK / Unsplash, ภาพรถไฟ note thanun / Unsplash, อินโฟกราฟิกจัดทำโดย We Bridge Marketing Solution





