
สถานทูตจีนออกคำเตือนจริง แต่เป็นการเตือนกลโกงเฉพาะรูปแบบ ไม่ใช่การห้ามคนจีนเที่ยวไทย
ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ข่าว “สถานทูตจีนเตือนภัยในไทย” ถูกแชร์ต่อกันอย่างกว้างขวาง และหลายพาดหัวทำให้เข้าใจว่าจีนกำลังบอกให้คนจีนหลีกเลี่ยงการมาไทย
เราจึงกลับไปอ่านประกาศฉบับจริงของสถานทูต เพื่อสรุปให้เห็นว่าคำเตือนนี้พูดถึงอะไร ไม่ได้พูดถึงอะไร และธุรกิจไทยที่ทำงานกับนักท่องเที่ยวจีนควรรับมืออย่างไร

สรุปสั้น ๆ สำหรับคนรีบอ่าน
- สถานทูตจีนประจำประเทศไทยออกประกาศเมื่อ 16 ต.ค. 2569 เตือนกลโกงชวนมาทำงาน ลงทุน หรือรับงานถ่ายทำในไทย ที่นำไปสู่การกักตัวและพาไปชายแดนไทย-เมียนมา
- ประกาศนี้ไม่ได้ห้ามหรือแนะนำให้งดเดินทางมาไทยโดยทั่วไป
- รัฐบาลไทยตอบรับว่าจะเพิ่มมาตรการดูแล ขณะที่ รมว.ต่างประเทศ ขอให้คำเตือนสะท้อนสถานการณ์จริง ไม่สร้างความตื่นตระหนก
- ธุรกิจท่องเที่ยวควรสื่อสารข้อมูลความปลอดภัยที่ใช้ได้จริงกับลูกค้าจีน มากกว่าการปฏิเสธข่าว
ประกาศของสถานทูตพูดถึงอะไร
ประกาศลงวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ระบุว่าช่วงที่ผ่านมามีกรณีคนจีนที่เดินทางเข้าไทยแล้วขาดการติดต่อ ถูกกักขัง และถูกหลอกพาไปยังพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมาหลายกรณี
รูปแบบที่สถานทูตยกมาคือการหลอกล่อด้วยข้อเสนองานรายได้สูง การดูงานธุรกิจ การชวนร่วมลงทุน และการชวนรับงาน โดยล่าสุดมีกรณีหลอกผู้ทำไลฟ์สตรีมและนักแสดงด้วยการชวนมาถ่ายทำหรือแสดงงาน
คำแนะนำของสถานทูตมี 5 ข้อ
1. ระวังข้อเสนองานรายได้สูง ตรวจสอบนายจ้าง สถานที่ทำงาน และสัญญาให้ชัด โดยเฉพาะงานที่ให้ค่าตอบแทนสูงผิดปกติหรือออกค่าเดินทางและที่พักให้ทั้งหมด
2. ระวังการลงทุนที่การันตีผลตอบแทน ตรวจสอบโครงการและคู่ค้าให้ชัด แม้จะมาจากคนรู้จัก
3. ใช้รถที่ถูกกฎหมาย วางแผนการเดินทางเอง ระวังการเปลี่ยนรถหรือเปลี่ยนจุดหมายกะทันหัน และไม่ส่งมอบพาสปอร์ต โทรศัพท์ หรือบัตรธนาคารให้ผู้อื่น
4. หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะชายแดนไทย-เมียนมา ปฏิเสธการเดินทางไปชายแดนหรือการข้ามแดนผ่านช่องทางที่ไม่เป็นทางการ
5. แจ้งแผนการเดินทางให้ครอบครัวทราบ และติดต่อได้ตลอด หากมีคนขาดการติดต่อให้แจ้งตำรวจไทยและสถานทูต
ประกาศยังแนบเบอร์ติดต่อฉุกเฉินไว้ด้วย รวมถึงตำรวจท่องเที่ยว 1155 ซึ่งมีบริการภาษาจีน
ประกาศนี้ไม่ได้พูดถึงอะไร
ประกาศไม่ได้ห้ามคนจีนเดินทางมาไทย และไม่ได้แนะนำให้งดการท่องเที่ยวไทยโดยทั่วไป เนื้อหาเน้นที่กลโกงเฉพาะรูปแบบ และพื้นที่ชายแดนกับพื้นที่ห่างไกลเท่านั้น
นี่จึงเป็นประกาศเตือนความปลอดภัย ไม่ใช่การยกระดับคำเตือนการเดินทางมาไทยทั้งประเทศ
ฝ่ายไทยตอบรับอย่างไร
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว สั่งให้หน่วยงานเข้มงวดตรวจสอบข้อเสนองาน การลงทุน และการชวนถ่ายทำที่ใช้หลอกล่อ และจะประสานกับสถานทูตจีน พร้อมประชาสัมพันธ์สายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155 ที่ให้บริการ 24 ชั่วโมงใน 8 ภาษา
เมื่อวันที่ 21 ต.ค. นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ขอให้คำเตือนของสถานทูตจีนสะท้อนสถานการณ์จริงและไม่สร้างความตื่นตระหนก พร้อมเสนอให้สองประเทศร่วมมือแก้ปัญหาเครือข่ายอาชญากรรมที่ต้นทาง

ผลต่อการท่องเที่ยวจริงแค่ไหน

ตามรายงานของ Bangkok Post การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและภาคเอกชนคาดว่าคำเตือนนี้จะมีผลจำกัดในช่วงที่เหลือของปี 2569 เพราะนักท่องเที่ยวจีนจำนวนมากจองทริปไว้แล้ว
ตัวเลขของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาระบุว่า ตั้งแต่ 1 ม.ค. ถึง 17 ต.ค. 2569 มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยแล้วกว่า 4.14 ล้านคน ยังเป็นตลาดอันดับต้นของไทย
ช่วงที่ควรจับตาคือการตัดสินใจจองทริปช่วงตรุษจีน 2570 ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า
ธุรกิจไทยควรทำอะไรตอนนี้
1. สื่อสารข้อเท็จจริง ไม่ปฏิเสธข่าว ลูกค้าจีนติดตามข่าวนี้อยู่แล้ว การบอกว่า “ไม่มีอะไรเกิดขึ้น” อาจทำให้เสียความน่าเชื่อถือ
2. ให้ข้อมูลความปลอดภัยที่ใช้ได้จริงเป็นภาษาจีน เช่น บริการรถรับส่งที่ถูกกฎหมาย ช่องทางจองที่ตรวจสอบได้ และเบอร์ตำรวจท่องเที่ยว 1155
3. วางแผนการสื่อสารก่อนช่วงตรุษจีน ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวจีนก่อตัวผ่านแพลตฟอร์มอย่าง XHS และ Douyin ในช่วงก่อนการจอง
มองภาพใหญ่
คำเตือนนี้สะท้อนปัญหาจริงที่ทั้งสองประเทศกำลังร่วมกันแก้ไข แต่ไม่ได้เปลี่ยนสถานะของไทยในฐานะจุดหมายท่องเที่ยวของคนจีน
สำหรับธุรกิจไทย สิ่งที่ช่วยได้มากที่สุดคือการให้ข้อมูลที่ถูกต้องและใช้ได้จริง ซึ่งตรงกับสิ่งที่นักท่องเที่ยวจีนกำลังมองหาในตอนนี้
ที่มา: สถานทูตจีนประจำประเทศไทย (ประกาศ 16 ต.ค. 2569 ผ่านกวงหมิงออนไลน์), The Thaiger (รัฐมนตรีการท่องเที่ยวฯ), Khaosod English (รัฐมนตรีต่างประเทศ), Thai Examiner (การคาดการณ์ ททท. อ้างอิง Bangkok Post), Thai Enquirer (ตัวเลขนักท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวฯ)
ภาพ: ภาพหน้าปก Uncle Lim / Unsplash, ภาพนักท่องเที่ยวที่วัดพระแก้ว Hanny Naibaho / Unsplash (ภาพประกอบ), อินโฟกราฟิกจัดทำโดย We Bridge Marketing Solution





