GIT ผนึก 2 พันธมิตรจีน เปิดทางอัญมณีไทยบุกตลาดจีน เชื่อมครบตั้งแต่มาตรฐาน ศุลกากร ถึงโลจิสติกส์
GIT เดินเกมรุก ยกระดับอัญมณีไทยสู่ตลาดจีน
อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยกำลังได้รับโอกาสครั้งสำคัญในการขยายตลาดสู่ประเทศจีน หลังสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ หรือ GIT ลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกับ 2 หน่วยงานพันธมิตรของจีน เพื่อสร้างเครือข่ายการค้าและสนับสนุนผู้ประกอบการไทยแบบครบวงจร
ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเพียงการนำสินค้าไทยไปจัดแสดงหรือเจรจาการค้าเท่านั้น แต่ครอบคลุมตั้งแต่การยกระดับมาตรฐานสินค้า การปฏิบัติตามกฎระเบียบจีน พิธีการศุลกากร คลังสินค้าทัณฑ์บน ระบบโลจิสติกส์ ไปจนถึงการเชื่อมโยงคู่ค้าและช่องทางจำหน่ายในตลาดจีน
แนวทางดังกล่าวถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการผลักดันผู้ประกอบการอัญมณีและเครื่องประดับไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ลงนาม MOU กับ 2 หน่วยงานจีน วางระบบสนับสนุนครบวงจร
GIT ได้ลงนาม MOU กับหน่วยงานจีน 2 แห่ง ได้แก่
- Shanghai Jing’an Real Estate Group Import and Export Co., Ltd.
- China Gems & Jade Exchange
พิธีลงนามจัดขึ้น ณ อาคาร Zhangyuan Brand Bonded Warehouse Building นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน
เป้าหมายหลักของความร่วมมือ คือการยกระดับความสัมพันธ์ด้านอุตสาหกรรม มาตรฐาน การตลาด และการค้าระหว่างไทยกับจีน พร้อมสร้างช่องทางใหม่ให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าถึงระบบการค้าของจีนได้สะดวกขึ้น
GIT รับหน้าที่เตรียมความพร้อมผู้ประกอบการไทย
ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ GIT จะมีบทบาทสำคัญในการยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการอัญมณีและเครื่องประดับไทยก่อนเข้าสู่ตลาดจีน
หน้าที่สำคัญประกอบด้วย
- ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านตลาดและการส่งออก
- เตรียมความพร้อมด้านมาตรฐานสินค้า
- สนับสนุนการตรวจสอบและรับรองคุณภาพ
- พัฒนาศักยภาพด้านแบรนด์และการออกแบบ
- เชื่อมโยงผู้ประกอบการกับคู่ค้าจีน
- จัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ
- สนับสนุนข้อมูลด้านพฤติกรรมผู้บริโภค
บทบาทดังกล่าวช่วยลดความเสี่ยงของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะรายที่ยังขาดประสบการณ์ในการเข้าสู่ตลาดจีน ซึ่งมีทั้งกฎระเบียบ มาตรฐาน และรูปแบบการค้าที่ยุ่งยากกว่าตลาดภายในประเทศ

China Gems & Jade Exchange ช่วยนำทางเข้าสู่ตลาดจีน
China Gems & Jade Exchange จะทำหน้าที่สนับสนุนผู้ประกอบการไทยในด้านข้อมูลตลาดและการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการค้าสินค้าอัญมณีในจีน
ขอบเขตความร่วมมือประกอบด้วย
- ให้คำปรึกษาด้านการเข้าสู่ตลาดจีน
- แนะนำกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง
- สนับสนุนขั้นตอนด้านศุลกากร
- เชื่อมโยงผู้ซื้อและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม
- สนับสนุนข้อมูลด้านโครงสร้างตลาดอัญมณีจีน
การมีหน่วยงานท้องถิ่นเข้ามาช่วยให้คำปรึกษาจะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยเข้าใจข้อกำหนดต่าง ๆ ได้ชัดเจนขึ้น และลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการนำเข้าสินค้า
Shanghai Jing’an สนับสนุนคลังทัณฑ์บนและโลจิสติกส์
อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของความร่วมมือ คือการสนับสนุนด้านโครงสร้างพื้นฐานทางการค้าโดย Shanghai Jing’an Real Estate Group Import and Export Co., Ltd.
บริการที่คาดว่าจะช่วยผู้ประกอบการไทย ได้แก่
- คลังสินค้าทัณฑ์บน
- พื้นที่จัดแสดงสินค้า
- ระบบจัดเก็บและบริหารสินค้า
- บริการโลจิสติกส์
- การเชื่อมโยงเครือข่ายคู่ค้า
- การกระจายสินค้าในตลาดจีน
ระบบคลังสินค้าทัณฑ์บนมีความสำคัญอย่างมากต่อสินค้ามูลค่าสูงอย่างอัญมณีและเครื่องประดับ เพราะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการจัดเก็บ แสดงสินค้า และบริหารกระบวนการนำเข้า
นอกจากนี้ ยังช่วยลดภาระด้านต้นทุนและขั้นตอนบางส่วนก่อนสินค้าถูกนำเข้าสู่ตลาดจีนอย่างเต็มรูปแบบ
จุดแข็งของความร่วมมือ คือการแก้ปัญหาตลอดห่วงโซ่
ปัญหาของผู้ประกอบการไทยที่ต้องการเข้าสู่ตลาดจีนมักไม่ได้อยู่ที่คุณภาพสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงข้อจำกัดด้านกฎหมาย ศุลกากร การจัดเก็บสินค้า และการหาคู่ค้าที่น่าเชื่อถือ
ความร่วมมือระหว่าง GIT และพันธมิตรจีนจึงถูกออกแบบให้ครอบคลุมหลายขั้นตอน เช่น
- เตรียมความพร้อมผู้ประกอบการ
- ตรวจสอบและรับรองมาตรฐาน
- ปรับสินค้าให้ตรงตามข้อกำหนดจีน
- ดำเนินพิธีการศุลกากร
- จัดเก็บสินค้าในคลังทัณฑ์บน
- เชื่อมต่อระบบโลจิสติกส์
- จัดแสดงและนำเสนอสินค้า
- จับคู่ธุรกิจกับผู้ซื้อ
- ต่อยอดสู่การกระจายสินค้า
โมเดลนี้ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าสู่ตลาดจีนได้อย่างเป็นระบบมากกว่าการพึ่งพาตัวแทนหรือคู่ค้าเพียงรายเดียว
จีนยังเป็นตลาดใหญ่ของอัญมณีและเครื่องประดับ
ประเทศจีนถือเป็นหนึ่งในตลาดบริโภคสินค้าฟุ่มเฟือยและเครื่องประดับที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยมีผู้บริโภคหลากหลายระดับ ตั้งแต่กลุ่มตลาดแมสไปจนถึงตลาดพรีเมียม
สินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทยมีจุดแข็งหลายด้าน ได้แก่
- ฝีมือการเจียระไน
- งานออกแบบที่มีเอกลักษณ์
- ความเชี่ยวชาญด้านพลอยสี
- งานหัตถศิลป์
- ความหลากหลายของวัสดุ
- ความสามารถในการผลิตแบบ OEM และ ODM
- การสร้างสินค้าเฉพาะกลุ่ม
อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในตลาดจีนสูงมาก ผู้ประกอบการไทยจึงต้องสร้างจุดขายที่ชัดเจน พร้อมยกระดับแบรนด์ มาตรฐาน และการสื่อสารให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคจีน

มาตรฐานและความน่าเชื่อถือ คือหัวใจของตลาดอัญมณี
สำหรับสินค้าอัญมณี ความน่าเชื่อถือถือเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่ง เพราะผู้ซื้อจำเป็นต้องมั่นใจในชนิด คุณภาพ น้ำหนัก แหล่งที่มา และการผ่านกระบวนการปรับปรุงคุณภาพของอัญมณี
GIT จึงมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนด้านการตรวจสอบและรับรองสินค้า เพื่อช่วยสร้างความเชื่อมั่นทั้งต่อผู้ซื้อ คู่ค้า และผู้บริโภคปลายทาง
ผู้ประกอบการที่ต้องการเข้าสู่ตลาดจีนควรเตรียมความพร้อมในประเด็นต่อไปนี้
- ใบรับรองคุณภาพสินค้า
- ข้อมูลชนิดและคุณลักษณะของอัญมณี
- รายละเอียดวัสดุและโลหะมีค่า
- ข้อมูลแหล่งที่มา
- การเปิดเผยการปรับปรุงคุณภาพ
- เอกสารประกอบการส่งออก
- การรับประกันและบริการหลังการขาย
การมีมาตรฐานที่ชัดเจนช่วยลดข้อโต้แย้ง และเพิ่มโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจระยะยาว
เยี่ยมชมแพลตฟอร์มซื้อขายอัญมณีปลอดภาษี
นอกจากการลงนาม MOU แล้ว GIT ยังนำคณะผู้ประกอบการไทยเข้าประชุมหารือทางธุรกิจและเยี่ยมชมแพลตฟอร์มจัดแสดงและซื้อขายอัญมณีและเครื่องประดับปลอดภาษีระดับนานาชาติ
กิจกรรมดังกล่าวช่วยให้ผู้ประกอบการไทยได้ศึกษารูปแบบการค้าใหม่ในตลาดจีน ทั้งด้าน
- การจัดแสดงสินค้า
- ระบบคลังทัณฑ์บน
- กระบวนการซื้อขายสินค้ามูลค่าสูง
- การบริหารสินค้าในพื้นที่ปลอดภาษี
- การเชื่อมโยงผู้ซื้อในต่างประเทศ
- การใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลสนับสนุนการค้า
ประสบการณ์ตรงจากการลงพื้นที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถประเมินโอกาสและข้อจำกัดของตลาดได้ชัดเจนกว่าการศึกษาข้อมูลจากระยะไกล
SMART JEWELER by GIT ยกระดับผู้ประกอบการไทย
กิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ SMART JEWELER by GIT ซึ่งมีเป้าหมายพัฒนาผู้ประกอบการไทยให้พร้อมแข่งขันทั้งในประเทศและตลาดโลก
เนื้อหาสำคัญของโครงการครอบคลุม
- การพัฒนาแบรนด์
- การออกแบบสินค้า
- การสร้างมูลค่าเพิ่ม
- การวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค
- การบริหารธุรกิจ
- การสร้างเครือข่าย
- การเจรจาการค้า
- การขยายตลาดต่างประเทศ
โครงการดังกล่าวสะท้อนว่า การส่งออกอัญมณีในยุคใหม่ไม่ได้แข่งขันกันเพียงด้านราคาและฝีมือการผลิต แต่ต้องอาศัยความสามารถด้านการตลาด แบรนด์ และการเข้าใจผู้บริโภคร่วมด้วย
ผู้ประกอบการไทยต้องพัฒนาจากผู้ผลิตสู่เจ้าของแบรนด์
ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการอัญมณีไทยจำนวนมากมีความเชี่ยวชาญด้านการผลิต แต่ยังขาดความแข็งแรงด้านแบรนด์และช่องทางจำหน่ายในต่างประเทศ
การเข้าสู่ตลาดจีนอย่างยั่งยืนจึงควรปรับจากการเป็นเพียงผู้รับจ้างผลิต ไปสู่การสร้างแบรนด์และทรัพย์สินทางปัญญาของตนเอง
แนวทางที่ควรให้ความสำคัญ ได้แก่
- สร้างเรื่องราวของแบรนด์
- พัฒนาเอกลักษณ์การออกแบบ
- จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในจีน
- สร้างชื่อแบรนด์ภาษาจีน
- พัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะกับตลาด
- สื่อสารผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลของจีน
- สร้างระบบบริการหลังการขาย
- พัฒนาคอลเลกชันให้ตรงกับแต่ละกลุ่มผู้บริโภค
การมีแบรนด์ที่ชัดเจนจะช่วยลดการแข่งขันด้านราคา และสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าไทยได้มากขึ้น

การจับคู่ธุรกิจช่วยลดระยะเวลาในการหาคู่ค้า
หนึ่งในประโยชน์สำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ คือการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงคู่ค้าที่มีศักยภาพผ่านกิจกรรม Business Matching
การจับคู่ธุรกิจช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถพบกับ
- ผู้นำเข้า
- ผู้ค้าส่ง
- ตัวแทนจำหน่าย
- ร้านค้าปลีกอัญมณี
- แพลตฟอร์มออนไลน์
- ผู้ให้บริการคลังสินค้า
- ผู้จัดงานแสดงสินค้า
- นักลงทุนและพันธมิตรทางธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม ก่อนเข้าร่วมการเจรจา ผู้ประกอบการควรเตรียมข้อมูลให้พร้อม เช่น ราคาส่ง ปริมาณสั่งซื้อขั้นต่ำ กำลังการผลิต ระยะเวลาส่งมอบ และเงื่อนไขการชำระเงิน
โลจิสติกส์สินค้ามูลค่าสูงต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัย
อัญมณีและเครื่องประดับเป็นสินค้ามูลค่าสูง การขนส่งจึงต้องอาศัยมาตรการรักษาความปลอดภัยที่มากกว่าสินค้าทั่วไป
ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับ
- ประกันภัยสินค้า
- ระบบติดตามการขนส่ง
- บรรจุภัณฑ์ป้องกันความเสียหาย
- ผู้ให้บริการขนส่งเฉพาะทาง
- การตรวจรับสินค้า
- การควบคุมการเข้าถึงคลังสินค้า
- เอกสารกำกับสินค้า
- แผนรับมือกรณีสูญหายหรือเสียหาย
การมีพันธมิตรด้านคลังสินค้าและโลจิสติกส์ในจีนจะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้ประกอบการไทย
โอกาสใหม่ของอัญมณีไทยในจีน
ความร่วมมือระหว่าง GIT กับพันธมิตรจีนช่วยสร้างโครงสร้างสนับสนุนที่ครอบคลุมกว่าการทำตลาดแบบเดิม
ผู้ประกอบการไทยจะมีโอกาสเข้าถึงทั้งองค์ความรู้ มาตรฐาน กฎระเบียบ คู่ค้า คลังสินค้า โลจิสติกส์ และช่องทางจัดแสดงสินค้า
สิ่งสำคัญคือผู้ประกอบการต้องใช้โอกาสนี้ในการยกระดับตัวเองทั้งด้านสินค้า แบรนด์ และระบบบริหารธุรกิจ ไม่ใช่มุ่งเพียงการขายระยะสั้น
หากสามารถผสานจุดแข็งด้านฝีมือการผลิตของไทยเข้ากับเครือข่ายการค้าของจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ อัญมณีและเครื่องประดับไทยจะมีโอกาสขยายส่วนแบ่งตลาด สร้างมูลค่าเพิ่ม และเติบโตในตลาดจีนได้อย่างยั่งยืน
จากความร่วมมือสู่การสร้างระบบนิเวศอัญมณีไทย–จีน
ภาพรวมของการลงนาม MOU ครั้งนี้สะท้อนว่า ไทยและจีนกำลังพัฒนาความร่วมมือจากการซื้อขายสินค้า ไปสู่การสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจร่วมกัน
GIT รับหน้าที่ยกระดับผู้ประกอบการและมาตรฐานสินค้า ขณะที่พันธมิตรจีนช่วยเปิดทางด้านกฎระเบียบ ศุลกากร คลังสินค้า โลจิสติกส์ และเครือข่ายตลาด
หากดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือครั้งนี้อาจกลายเป็นต้นแบบของการผลักดันสินค้าไทยมูลค่าสูงเข้าสู่ตลาดจีนอย่างครบวงจร และช่วยยกระดับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยจากฐานการผลิตสู่การเป็นผู้สร้างแบรนด์และผู้เล่นสำคัญในตลาดโลก





