ปั้นสินค้าไทยผ่าน Live Commerce ล่าเงินหยวนในยุคแพลตฟอร์มครองเมือง
ท่ามกลางการแข่งขันทางการค้าที่รุนแรงขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะแรงกดดันจากสินค้าจีนที่ทะลักเข้ามาในหลายตลาด กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กำลังเดินหมากสำคัญ ด้วยการเร่งพาผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ “สนามออนไลน์จีน” อย่างเป็นระบบ ผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและ Live Commerce ซึ่งกำลังเป็นเครื่องมือทรงพลังที่สุดในการเข้าถึงผู้บริโภคจีนยุคใหม่
ล่าสุด นางสุภาพร สุขมาก รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า DITP โดยสำนักตลาดพาณิชย์ดิจิทัล ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเซี่ยงไฮ้ ได้จัดกิจกรรม “Openhouse & Sourcing Forum” ภายใต้โครงการส่งเสริมการขายสินค้าไทยผ่าน Live Commerce และ Influencer ในสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้พร้อมแข่งขันในตลาดออนไลน์จีนอย่างแท้จริง
กิจกรรมดังกล่าว ไม่ได้เป็นเพียงเวทีให้ข้อมูลเชิงทฤษฎี แต่ถูกออกแบบให้ผู้ประกอบการไทย “เข้าใจจีนจากมุมผู้เล่นในตลาดจริง” โดยเชิญแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่อย่าง Tmall มาให้ความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างแพลตฟอร์ม กลไกการขาย พฤติกรรมผู้บริโภค และแนวทางการเปิดร้านค้าออนไลน์ในจีน พร้อมทั้งมีการถ่ายทอดประสบการณ์ตรงจากผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดจีน
ขณะเดียวกัน ยังมีการบรรยายเชิงลึกเกี่ยวกับทิศทางการค้า เทรนด์ผู้บริโภค และโอกาสของสินค้าไทยในตลาดจีน จากผู้บริหารสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเซี่ยงไฮ้ รวมถึงสำนักตลาดพาณิชย์ดิจิทัล เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการมองภาพตลาดจีนได้ครบทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
จากเวทีความรู้ สู่เวทีธุรกิจจริง
หนึ่งในหัวใจสำคัญของกิจกรรมครั้งนี้ คือ การเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้พูดคุยกับคู่ค้าจีนโดยตรง มีผู้สนใจเข้าร่วมกว่า 30 คู่ สะท้อนว่าความต้องการสินค้าไทยในตลาดจีนยังมีอยู่จริง หากสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ถูกช่องทาง
DITP มั่นใจว่า กลไกดังกล่าวจะช่วยยกระดับสินค้าไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน อาทิ Thai SELECT, Thailand Trust Mart (TTM) และ PM Awards ให้มีโอกาสต่อยอดเข้าสู่ตลาดออนไลน์จีนได้มากขึ้น พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคจีนในด้านคุณภาพและความน่าเชื่อถือของสินค้าไทย

Live Commerce + KOL เครื่องมือหลักเจาะใจผู้บริโภคจีน
DITP ยังเดินหน้าต่อด้วยแผนผลักดันแบรนด์สินค้าไทยคุณภาพ เข้าสู่ตลาดจีนผ่าน Live Commerce ร่วมกับ KOL และ Influencer จีน ซึ่งถือเป็นหัวใจของการตลาดยุคใหม่ในจีน เนื่องจากเป็นช่องทางที่สามารถสร้างความเชื่อถือ กระตุ้นการตัดสินใจซื้อ และสร้างยอดขายได้ในเวลาอันรวดเร็ว
กิจกรรม Live Commerce ดังกล่าว มีกำหนดจัดขึ้นในช่วง 15–25 มกราคม 2569 โดยมีเป้าหมายไม่เพียงแค่การเร่งยอดขายระยะสั้น แต่ยังรวมถึงการรักษากระแสการรับรู้สินค้าไทย การสร้างภาพลักษณ์เชิงบวก และการวางรากฐานให้แบรนด์ไทยสามารถยืนระยะในตลาดจีนได้ในระยะยาว
TOPTHAI กลไกลดอุปสรรคการส่งออกของ SME ไทย
ปัจจุบัน DITP มีความร่วมมือกับพันธมิตรอีคอมเมิร์ซชั้นนำใน 9 ตลาดทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น Tmall, Amazon, Shopee, Rakuten, Bigbasket, LetsTango และแพลตฟอร์มอื่น ๆ ภายใต้โครงการ TOPTHAI ซึ่งเป็นร้านค้าปลีกออนไลน์สำหรับสินค้าไทยโดยเฉพาะ
โครงการนี้ นับเป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยผู้ประกอบการ SME ไทยลดข้อจำกัดด้านต้นทุน การเข้าถึงตลาด และความซับซ้อนของการส่งออก โดยเปิดโอกาสให้สินค้าไทยเข้าถึงผู้บริโภคต่างประเทศได้โดยตรง ผ่านระบบอีคอมเมิร์ซที่มีความพร้อมทั้งด้านโลจิสติกส์ การชำระเงิน และการตลาด
ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา โครงการ TOPTHAI มีผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมกว่า 2,400 แบรนด์ และสร้างมูลค่าทางการค้ารวมกว่า 800 ล้านบาท สะท้อนบทบาทของแพลตฟอร์มออนไลน์ในฐานะ “สะพานเชื่อมใหม่” ของการส่งออกไทยในยุคการค้าโลกเปลี่ยนผ่าน

ในวันที่การแข่งขันรุนแรงขึ้น และตลาดโลกไม่เปิดกว้างเหมือนเดิม
การผลักดันสินค้าไทยเข้าสู่ตลาดจีนผ่านช่องทางออนไลน์ ไม่ใช่เพียงกลยุทธ์เสริม แต่กำลังกลายเป็น ทางรอดสำคัญของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SME
DITP กำลังทำหน้าที่เป็น “ตัวเร่งเกม” ให้สินค้าไทยปรับตัวทันตลาดจีนที่เปลี่ยนเร็ว หากผู้ประกอบการไทยสามารถใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค และยกระดับมาตรฐานสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง ตลาดจีนก็ยังคงเป็นพื้นที่สำคัญในการสร้างรายได้ และล่าเงินหยวนกลับเข้าสู่เศรษฐกิจไทยได้ในระยะยาว





