เที่ยวไทยรับอานิสงส์ 2 แรงบวกจากจีน ยกเลิกเที่ยวญี่ปุ่น-เสด็จจีนของในหลวง ดันแพ็กเกจไทยขายดี ตั๋วพุ่ง ทะยานสู่ 8–9 ล้านคนปีหน้า
ตลาดการท่องเที่ยวไทยกำลังได้รับ “แรงหนุนเชิงบวก” ต่อเนื่องจากสองปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวกับจีน คือ การยกเลิกเที่ยวญี่ปุ่นจากฝั่งนักท่องเที่ยวจีนจำนวนมาก หลังเหตุการณ์ทางการเมืองกับญี่ปุ่น และการเสด็จเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ซึ่งช่วยสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกให้กับไทยในสายตาประชาชนจีนและตัวแทนท่องเที่ยวในจีน ทั้งสองเรื่องรวมกันสร้าง “โอกาสทอง” ให้ไทยเป็นปลายทางท่องเที่ยวแทนญี่ปุ่นในระยะสั้นถึงกลาง
ยกเลิกเที่ยวญี่ปุ่น ดีมานด์ไหลเข้าทางเลือกใหม่ ทริปไทยได้อานิสงส์ทันที
กรณีคำพูดของผู้นำการเมืองญี่ปุ่นที่มีผลให้รัฐบาลจีนแสดงท่าทีไม่พอใจ ส่งผลให้ผู้ประกอบการสายการบินและแพลตฟอร์มทัวร์ของจีนประกาศมาตรการรองรับผู้โดยสารที่ต้องการยกเลิกตั๋วไปญี่ปุ่น — ทำให้อัตราการขอคืนตั๋วในรอบ 2 วันแรกหลังเหตุการณ์พุ่งสูงถึงราว 34% ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนว่าความต้องการเที่ยวญี่ปุ่นบางส่วนจะย้ายเส้นทางมาที่ประเทศอื่น โดยประเทศไทยถือเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของนักท่องเที่ยวจีน ด้วยความคุ้นเคยของนักท่องเที่ยวจีนต่อแหล่งท่องเที่ยวไทย ทั้งชายหาด เมืองใหญ่ แหล่งช้อปปิ้ง และอาหาร
ดร.อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว ระบุว่า การเปิดโอกาสคืนตั๋ว 100% จากสายการบินแห่งชาติของจีน ถือเป็นมาตรการที่ “แรง” และทำให้นักท่องเที่ยวชาวจีนสามารถเปลี่ยนเส้นทางได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งสายการบินและเอเย่นต์จีนจำนวนมากเริ่มนำเครื่องบินและแพ็กเกจทัวร์หันมามุ่งสู่เส้นทางไทย ทำให้ราคาตั๋วโดยเฉพาะเส้นทางกรุงเทพฯ–เซี่ยงไฮ้ พุ่งขึ้นเป็นสองเท่าจากเดิมในระยะสั้น
เสด็จจีนของในหลวง-พระราชินี กำลังใจเชิงภาพลักษณ์ กระตุ้นความเชื่อมั่นคนจีน
การเสด็จเยือนจีนอย่างเป็นทางการของในหลวงและพระราชินีสุทิดาในช่วงเวลาใกล้เคียงกันนั้น มีมิติมากกว่าเรื่องพิธีการ เพราะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของไทยให้เป็นมิตรและได้รับการต้อนรับจากจีนในระดับสูง กระแสเชิงบวกบนโซเชียลมีเดียจีนและการทำคอนเทนต์เชิงวัฒนธรรมร่วมกันส่งผลให้เอเย่นต์ทัวร์จีนและแพลตฟอร์มขายทัวร์ออนไลน์ กล้าที่จะผลักดันแพ็กเกจไทยอย่างรวดเร็ว กลายเป็นปัจจัยเสริมให้ความต้องการท่องเที่ยวไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ ททท. กล่าวว่า ททท.ได้เตรียมแคมเปญ “ความสัมพันธ์ไทย–จีน ใช่อื่นไกลพี่น้องกัน” เพื่อใช้ประโยชน์จากบรรยากาศเชิงบวกนี้ โดยเน้นคอนเทนต์วัฒนธรรมไทย–จีนร่วมสมัย แพ็กเกจชุมชนไทย-จีน และกิจกรรมเชิงประสบการณ์ที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนรุ่นใหม่ที่มองหาประสบการณ์ท้องถิ่นและคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มจีน

ผลลัพธ์เชิงตัวเลข ตั๋วพุ่ง แพลตฟอร์มไลฟ์ขายแพ็กเกจ 24 ชั่วโมง
สัญญาณเชิงการตลาดชัดเจน: แพลตฟอร์มออนไลน์และเอเย่นต์จีนเปิดไลฟ์ขายแพ็กเกจไทยทั้งวันทั้งคืน ราคาตั๋วในบางเส้นทางเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยเส้นทางกรุงเทพ–เซี่ยงไฮ้พุ่งจากประมาณ 700 หยวนเป็น 1,400–1,500 หยวนในช่วงเวลาสั้น ๆ ซึ่งบ่งชี้ว่าดีมานด์ในการเดินทางไปไทยกำลังมาอย่างรวดเร็ว
สมาคม ATTA กำลังจับตาเรื่องชาร์เตอร์ไฟลต์และความยืดหยุ่นของสายการบิน หากสามารถโยกไฟลต์เช่าเหมาลำจากเส้นทางที่ซบเซามาให้บริการไทยได้ในไตรมาสแรกของปีหน้า — โอกาสที่ไทยจะดึงนักท่องเที่ยวจีนทั้งปีให้แตะ 8–9 ล้านคนนั้นเป็นไปได้สูง
ใครได้ ใครต้องปรับ ผู้ประกอบการไทยควรทำอะไร?
แม้จะเป็นข่าวดี แต่โอกาสนี้มาพร้อมงานหนักสำหรับผู้ประกอบการไทยทั้งภาครัฐและเอกชน ต้องลงมือทันทีเพื่อรับอานิสงส์อย่างเป็นระบบ:
- ยกระดับการสื่อสารภาษาและคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มจีน (RED/Xiaohongshu, Douyin, WeChat) โดยเฉพาะคอนเทนต์เชิงประสบการณ์ที่คนจีนชอบแชร์
- ออกแบบแพ็กเกจที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยว FIT และกลุ่มครอบครัว — เน้นกิจกรรมเชิงวัฒนธรรม สุขภาพ และช้อปปิ้งคุณภาพ
- เตรียมช่องทางการชำระเงินและบริการหลังการขายที่คุ้นเคยกับนักท่องเที่ยวจีน เช่น รองรับ Alipay/WeChat Pay/UnionPay
- ปรับมาตรฐานการบริการและการรักษาความปลอดภัย เพื่อสร้างความมั่นใจในระยะยาว ไม่ใช่แค่รับนักท่องเที่ยวชั่วคราว

โอกาสมาพร้อมกับโจทย์เชิงโครงสร้าง
สองแรงบวกจากจีน การยกเลิกเที่ยวญี่ปุ่นของผู้โดยสารจีนบางส่วน และภาพลักษณ์เชิงบวกจากการเสด็จเยือนของในหลวงและพระราชินี กำลังผลักดันให้ไทยได้รับดีมานด์ท่องเที่ยวที่ไหลเข้ามาเร็ว แต่การเปลี่ยนโอกาสเป็นผลลัพธ์เชิงเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ต้องการการเตรียมพร้อมทั้งด้านการตลาด ด้านบริการ และการเชื่อมต่อระบบนิเวศท่องเที่ยวให้รองรับนักท่องเที่ยวจีนอย่างมีคุณภาพ
หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการจับจังหวะได้ทัน ต่อยอดกลยุทธ์การสื่อสารและผลิตภัณฑ์ให้ตรงใจนักท่องเที่ยวจีนยุคใหม่ ไทยมีโอกาสไม่เพียงรับอานิสงส์ระยะสั้น แต่จะสามารถ “สร้างความจงรัก” (brand loyalty) ให้กับนักท่องเที่ยวจีนได้ในระยะยาว ผลลัพธ์ที่หวังได้คือรายได้ท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นและการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน





