DITP เปิดหลักสูตร Smart Exporter รุ่นที่ 25 ปั้นผู้ส่งออกไทยสู่ตลาดโลก เสริมทักษะครบวงจร รับเศรษฐกิจยุคใหม่
พาณิชย์เดินหน้าพัฒนาผู้ประกอบการไทย สร้างนักส่งออกยุคดิจิทัล
ท่ามกลางการแข่งขันทางการค้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งจากเศรษฐกิจดิจิทัล การค้าออนไลน์ข้ามพรมแดน และการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานโลก การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้พร้อมแข่งขันในเวทีการค้าระหว่างประเทศ จึงกลายเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศ
ล่าสุด กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ โดยสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (New Economy Academy : NEA) ได้เปิดโครงการอบรม “ผู้ส่งออกอัจฉริยะ : Smart Exporter รุ่นที่ 25” ภายใต้แนวคิด “Navigate to Global” เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการไทยก้าวสู่การเป็นนักส่งออกมืออาชีพ พร้อมแข่งขันในตลาดโลกอย่างมีประสิทธิภาพ
โครงการดังกล่าวไม่ได้มุ่งเพียงการเพิ่มองค์ความรู้ด้านการส่งออกเท่านั้น แต่ยังเน้นการสร้างเครือข่ายธุรกิจ การวางกลยุทธ์การค้า และการยกระดับขีดความสามารถของ SMEs ไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนในยุคเศรษฐกิจโลกใหม่

Smart Exporter หลักสูตรที่ต่อยอดผู้ส่งออกไทยมากว่า 20 ปี
หลักสูตร Smart Exporter ถือเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 20 ปี
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา หลักสูตรได้มีบทบาทในการพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs ไทยจำนวนมาก ให้มีความพร้อมด้านการค้าระหว่างประเทศ สามารถขยายตลาดและสร้างโอกาสทางธุรกิจในต่างประเทศได้อย่างต่อเนื่อง
การเปิดอบรมรุ่นที่ 25 สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐในการยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทย เพื่อรองรับความท้าทายของเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
ทำไมผู้ประกอบการไทยต้องเรียนรู้การส่งออกมากกว่าที่เคย
ปัจจุบันการส่งออกไม่ได้จำกัดอยู่เพียงบริษัทขนาดใหญ่เหมือนในอดีต
ผู้ประกอบการ SMEs ธุรกิจครอบครัว รวมถึงเจ้าของแบรนด์ขนาดเล็ก สามารถเข้าถึงผู้บริโภคทั่วโลกได้ผ่านช่องทางออนไลน์ แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ และการค้าข้ามพรมแดน (Cross-border E-commerce)
อย่างไรก็ตาม การขยายตลาดสู่ต่างประเทศยังต้องอาศัยองค์ความรู้หลายด้าน เช่น
- การวิเคราะห์ตลาดต่างประเทศ
- การเลือกประเทศเป้าหมาย
- การบริหารต้นทุนและราคา
- กฎระเบียบด้านการส่งออก
- การใช้สิทธิประโยชน์จาก FTA
- การจัดการโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ
- การบริหารความเสี่ยงทางการค้า
- การสร้างแบรนด์ระดับสากล
การมีความรู้รอบด้านจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสความสำเร็จในการแข่งขันระดับโลก

เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง
หลักสูตร Smart Exporter รุ่นที่ 25 ออกแบบในรูปแบบ Workshop และการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ
ผู้เข้าอบรมจะได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ตรงในธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ พร้อมเรียนรู้จากกรณีศึกษาจริง และฝึกวางแผนธุรกิจส่งออกอย่างเป็นระบบ
ตลอดระยะเวลาอบรม 10 วัน ผู้ประกอบการจะได้พัฒนาทักษะที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจของตนได้ทันที
แนวทางดังกล่าวช่วยให้ผู้เรียนไม่ได้รับเพียงความรู้เชิงทฤษฎี แต่สามารถเข้าใจปัญหาและแนวทางแก้ไขในการดำเนินธุรกิจส่งออกได้อย่างเป็นรูปธรรม
สร้างเครือข่ายธุรกิจ เพิ่มโอกาสขยายตลาดต่างประเทศ
อีกหนึ่งจุดเด่นของหลักสูตร คือ การสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการ
ผู้เข้าอบรมจะมีโอกาสพบกับผู้ประกอบการจากหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งสินค้าเกษตร อาหาร เครื่องสำอาง แฟชั่น ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ และธุรกิจบริการ
การสร้างเครือข่ายดังกล่าวอาจนำไปสู่
- ความร่วมมือทางธุรกิจ
- การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้
- การจับคู่ธุรกิจ
- การขยายช่องทางการตลาด
- การพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกัน
ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของธุรกิจไทยในระยะยาว
ผู้ผ่านการอบรมต่อยอดโครงการส่งเสริมการส่งออกได้
อีกหนึ่งประโยชน์สำคัญของหลักสูตร คือ ผู้ที่ผ่านการอบรมจะได้รับประกาศนียบัตร ซึ่งสามารถนำไปใช้สมัครเข้าร่วมโครงการ SMEs Proactive ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้
โครงการดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้สามารถเข้าร่วมงานแสดงสินค้า การเจรจาธุรกิจ และกิจกรรมส่งเสริมการค้าทั้งในและต่างประเทศ
จึงถือเป็นการต่อยอดจากการพัฒนาความรู้ไปสู่การสร้างโอกาสทางธุรกิจจริงในตลาดโลก

ผู้ส่งออกยุคใหม่ต้องมีมากกว่าความรู้ด้านสินค้า
ในยุคที่การแข่งขันทางการค้าขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ผู้ส่งออกจำเป็นต้องมีทักษะที่หลากหลายมากขึ้น
นอกจากความเข้าใจด้านสินค้าแล้ว ยังต้องสามารถใช้เครื่องมือดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น
- การทำ Digital Marketing
- การใช้ AI เพื่อวิเคราะห์ตลาด
- การทำ Cross-border E-commerce
- การใช้ข้อมูลผู้บริโภคในการวางกลยุทธ์
- การบริหารแบรนด์ในระดับสากล
- การสร้างความน่าเชื่อถือผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์
ผู้ประกอบการที่สามารถผสานความรู้ด้านการค้าระหว่างประเทศเข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัล จะมีโอกาสสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันมากกว่าคู่แข่ง
การส่งออกยังเป็นเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจไทย
ภาคการส่งออกยังคงเป็นหนึ่งในกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย และมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างรายได้ การจ้างงาน และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
การพัฒนาผู้ประกอบการไทยให้มีศักยภาพในการส่งออก จึงไม่เพียงช่วยให้ธุรกิจเติบโต แต่ยังช่วยยกระดับเศรษฐกิจไทยในภาพรวม
เมื่อผู้ประกอบการสามารถขยายตลาดไปยังต่างประเทศได้มากขึ้น ก็จะช่วยเพิ่มรายได้จากการส่งออก สร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าไทย และลดการพึ่งพาตลาดภายในประเทศเพียงอย่างเดียว
Smart Exporter ก้าวสำคัญสู่ผู้ส่งออกไทยยุคใหม่
โครงการ Smart Exporter รุ่นที่ 25 สะท้อนแนวทางของภาครัฐในการเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการไทยให้สามารถแข่งขันในเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
จากเดิมที่การส่งออกอาจเป็นเรื่องของผู้ประกอบการรายใหญ่ วันนี้ผู้ประกอบการทุกระดับสามารถก้าวสู่ตลาดโลกได้ หากมีความรู้ กลยุทธ์ และเครื่องมือที่เหมาะสม
การพัฒนาทักษะด้านการค้าระหว่างประเทศ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และการสร้างเครือข่ายธุรกิจ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ SMEs ไทยสามารถเติบโตในตลาดโลกได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต





