ขนทัพสินค้าไทยบุกตลาดจีน! DITP ลุย Top Thai Brands Kunming 2025 ตั้งเป้ายอดขายทะลุ 140 ล้านบาท
ไทยเดินหน้ารุกตลาดจีนต่อเนื่อง ดันสินค้าไทยสู่ผู้บริโภคกว่า 1,400 ล้านคน
กระทรวงพาณิชย์เดินหน้าผลักดันสินค้าไทยเข้าสู่ตลาดจีนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดฉากงานแสดงสินค้า Top Thai Brands Kunming 2025 อย่างเป็นทางการ ณ ศูนย์ประชุมและนิทรรศการนานาชาติเตียนฉือ เมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน
การจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการขยายตลาดสินค้าไทยเข้าสู่ประเทศจีน พร้อมตั้งเป้าสร้างมูลค่าทางการค้ากว่า 140 ล้านบาท ผ่านการเจรจาธุรกิจ การทำตลาดออนไลน์ และการสร้างการรับรู้แบรนด์ไทยในตลาดผู้บริโภคจีน
การรุกตลาดครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า จีนยังคงเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญที่สุดของการส่งออกไทย โดยเฉพาะในยุคที่เศรษฐกิจดิจิทัล การค้าออนไลน์ และ Soft Power กำลังมีบทบาทต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคมากขึ้น

ทำไม “คุนหมิง” จึงเป็นประตูสำคัญของสินค้าไทยสู่จีน
มณฑลยูนนานถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศจีน และมีบทบาทอย่างมากในการเชื่อมโยงการค้าระหว่างจีนกับภูมิภาคอาเซียน
ปัจจุบันยูนนานมีประชากรกว่า 46.7 ล้านคน และมีขนาดเศรษฐกิจรวมกว่า 3.15 ล้านล้านหยวน โดยยังเติบโตต่อเนื่องในอัตรา 3.3%
จุดเด่นสำคัญของยูนนานคือการเป็น “ประตูสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ตามยุทธศาสตร์ “ป้อมหัวสะพาน” ของรัฐบาลจีน ซึ่งมีเป้าหมายพัฒนาให้ยูนนานเป็นศูนย์กลางด้าน
- การค้า
- การลงทุน
- โลจิสติกส์
- การกระจายสินค้า
- การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานระหว่างจีนและอาเซียน
ด้วยทำเลที่ใกล้ประเทศไทยมากกว่ามณฑลชายฝั่งตะวันออกหลายแห่ง ทำให้ยูนนานกลายเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญสำหรับสินค้าไทยที่ต้องการขยายตลาดในจีน
Top Thai Brands Kunming จัดต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 10
งาน Top Thai Brands Kunming 2025 ถือเป็นการจัดงานครั้งที่ 10 แล้ว ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จและความต่อเนื่องของการสร้างแบรนด์สินค้าไทยในตลาดจีน
ในปีนี้มีผู้ประกอบการเข้าร่วมงานทั้งหมด 73 บริษัท
ประกอบด้วย
- ผู้ประกอบการไทย 61 บริษัท
- ตัวแทนจำหน่ายในจีน 12 บริษัท
โดยนำเสนอสินค้าหลากหลายประเภท ครอบคลุมทั้งกลุ่มอุปโภคบริโภคและสินค้าไลฟ์สไตล์ ได้แก่

อาหารและเครื่องดื่ม
ยังคงเป็นกลุ่มสินค้าที่ได้รับความนิยมสูงสุดในตลาดจีน โดยเฉพาะ
- อาหารพร้อมรับประทาน
- ผลไม้แปรรูป
- เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ
- ขนมขบเคี้ยว
- อาหารไทยสำเร็จรูป
สุขภาพและความงาม
ผู้บริโภคจีนให้ความสำคัญกับสินค้าด้านสุขภาพและความงามเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สินค้าจากไทยได้รับการยอมรับด้าน
- คุณภาพ
- ความปลอดภัย
- ส่วนผสมจากธรรมชาติ
เสื้อผ้าและแฟชั่น
แฟชั่นไทยกำลังได้รับความสนใจจากผู้บริโภคจีนรุ่นใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและสะท้อนวัฒนธรรมเอเชียร่วมสมัย
เครื่องประดับและไลฟ์สไตล์
สินค้ากลุ่มนี้ตอบโจทย์ผู้บริโภคจีนที่มีกำลังซื้อสูงและต้องการสินค้าแตกต่างจากตลาดทั่วไป
Soft Power ไทย
อีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญคือการนำเสนอสินค้าและบริการที่เชื่อมโยงกับ Soft Power ของไทย เช่น
- วัฒนธรรมไทย
- การนวดไทย
- งานดีไซน์
- งานหัตถกรรม
- สินค้าไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย

ไม่ได้ขายแค่สินค้า แต่ขาย “ประสบการณ์ไทย”
สิ่งที่แตกต่างจากงานแสดงสินค้าแบบดั้งเดิม คือการนำเสนอประสบการณ์และวัฒนธรรมไทยควบคู่ไปกับสินค้า
กิจกรรมสำคัญภายในงานประกอบด้วย
- การเจรจาธุรกิจแบบนัดหมายล่วงหน้า (Business Matching)
- การไลฟ์สตรีมขายสินค้า
- การแสดงวัฒนธรรมไทย
- การสาธิตนวดไทย
- กิจกรรมส่งเสริมการขาย
- การแจกโปรโมชั่นและรางวัลพิเศษ
แนวทางดังกล่าวช่วยสร้างความแตกต่างและเพิ่มการจดจำแบรนด์ไทยในสายตาผู้บริโภคจีนได้มากขึ้น
Live Commerce และ KOL กลายเป็นอาวุธสำคัญ
หนึ่งในกลยุทธ์หลักของการทำตลาดจีนในปัจจุบัน คือการใช้ Live Commerce และอินฟลูเอนเซอร์จีน หรือ KOL
ปัจจุบันผู้บริโภคจีนจำนวนมากนิยม
- ดูรีวิวผ่านการไลฟ์
- รับชมการทดลองสินค้า
- ตัดสินใจซื้อแบบเรียลไทม์
- เชื่อถือความคิดเห็นของ KOL
ดังนั้น การนำ KOL จีนเข้ามาร่วมโปรโมตสินค้าไทยจึงกลายเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างยอดขายและการรับรู้แบรนด์
นอกจากนี้ ยังมีการใช้
- วิดีโอคอนเทนต์
- การไลฟ์สด
- การตลาดออนไลน์แบบผสมผสาน
- Social Commerce
เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคจีนรุ่นใหม่อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
จีนยังเป็นตลาดที่สินค้าไทยมีโอกาสเติบโตสูง
แม้เศรษฐกิจจีนจะเผชิญความท้าทายในบางภาคส่วน แต่กำลังซื้อของชนชั้นกลางและผู้บริโภคระดับพรีเมียมยังคงมีขนาดใหญ่มาก
ปัจจุบันผู้บริโภคจีนให้ความสำคัญกับ
- คุณภาพสินค้า
- ความปลอดภัย
- แหล่งที่มาของสินค้า
- ความเป็นเอกลักษณ์
- การออกแบบ
- เรื่องราวของแบรนด์
ซึ่งเป็นจุดแข็งสำคัญของสินค้าไทยในหลายหมวดสินค้า
โดยเฉพาะ
- อาหาร
- สุขภาพ
- ความงาม
- แฟชั่น
- สินค้าไลฟ์สไตล์
- Soft Power
ยูนนานอาจกลายเป็นประตูใหม่ของสินค้าไทยในจีน
ในอดีตผู้ประกอบการไทยมักให้ความสำคัญกับตลาดขนาดใหญ่อย่าง
- ปักกิ่ง
- เซี่ยงไฮ้
- กวางโจว
- เซินเจิ้น
แต่ปัจจุบันเมืองรองและมณฑลภายในของจีนเริ่มมีบทบาททางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ยูนนานจึงกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่สำคัญ เนื่องจากสามารถเชื่อมต่อทั้งตลาดจีนตอนในและภูมิภาคอาเซียนได้พร้อมกัน
หากผู้ประกอบการไทยสามารถสร้างฐานตลาดในยูนนานได้สำเร็จ ก็อาจต่อยอดไปยังมณฑลอื่นของจีนได้อีกจำนวนมาก
ตลาดจีนยังเป็นโอกาสใหญ่ของผู้ประกอบการไทย
การจัดงาน Top Thai Brands Kunming 2025 ไม่ได้เป็นเพียงการจัดงานแสดงสินค้าเท่านั้น
แต่สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของการค้าระหว่างประเทศในยุคใหม่ ที่ผู้ประกอบการต้องใช้ทั้ง
- การตลาดดิจิทัล
- Live Commerce
- KOL Marketing
- Soft Power
- การสร้างแบรนด์
- การเชื่อมโยงออฟไลน์และออนไลน์ควบคู่กันไป
ในโลกที่ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น ผู้ที่สามารถเข้าถึงลูกค้าได้เร็วกว่า เข้าใจพฤติกรรมได้มากกว่า และสร้างประสบการณ์ได้ดีกว่า จะกลายเป็นผู้ชนะในตลาดขนาดใหญ่อย่างจีน
และงาน Top Thai Brands Kunming 2025 อาจเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ช่วยให้สินค้าไทยขยายโอกาสทางการค้าและสร้างการเติบโตในตลาดจีนได้อย่างยั่งยืนในอนาคต





