พาณิชย์แนะธุรกิจไทยใช้ Cross-border E-commerce เจาะตลาดจีน โอกาสใหม่ส่งออกยุคดิจิทัลที่ไม่ควรมองข้าม
ตลาดจีนยุคใหม่ ไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านก็ขายได้
ท่ามกลางการแข่งขันทางการค้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว กระทรวงพาณิชย์มองว่า “อีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน” หรือ Cross-border E-commerce กำลังกลายเป็นหนึ่งในช่องทางสำคัญที่ผู้ประกอบการไทยควรเร่งศึกษาและใช้ประโยชน์ หากต้องการขยายตลาดเข้าสู่ประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคจีนเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยการซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์กลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน ส่งผลให้อีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนเติบโตอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการเชื่อมโยงผู้ขายจากทั่วโลกเข้าสู่ตลาดจีนได้โดยตรง
กระทรวงพาณิชย์จึงมองว่า นี่คือโอกาสสำคัญของผู้ประกอบการไทยในการขยายตลาด ลดต้นทุนการเปิดหน้าร้าน และเข้าถึงผู้บริโภคจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
จีนสร้างระบบอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเซี่ยเหมิน ระบุว่า ปัจจุบันจีนมีผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนมากกว่า 180,000 รายทั่วประเทศ
นอกจากนี้ยังมีนิคมอุตสาหกรรมด้านอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนที่จดทะเบียนแล้วมากกว่า 1,600 แห่ง และมีเขตนำร่องอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนแบบครบวงจรกว่า 181 เขต
พื้นที่สำคัญที่เป็นศูนย์กลางด้านอีคอมเมิร์ซของจีน ได้แก่
- เซี่ยงไฮ้
- หางโจว
- อู่ฮั่น
- ฉงชิ่ง
- เฉิงตู
- มณฑลเหลียวหนิง
- มณฑลจี๋หลิน
ทั้งหมดสะท้อนให้เห็นว่า จีนไม่ได้มองอีคอมเมิร์ซเป็นเพียงช่องทางการขายสินค้า แต่กำลังสร้างระบบนิเวศการค้าดิจิทัลขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อการผลิต การตลาด การชำระเงิน และโลจิสติกส์เข้าด้วยกันอย่างครบวงจร

ทำไมจีนเร่งผลักดัน Cross-border E-commerce
หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือแรงกดดันทางการค้าจากตลาดตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาและยุโรป ที่มีมาตรการทางการค้าเข้มงวดมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ส่งผลให้จีนต้องเร่งปรับโครงสร้างการส่งออก เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก
อาเซียนจึงกลายเป็นเป้าหมายสำคัญของจีน เนื่องจากมีประชากรรวมกันกว่า 680 ล้านคน กำลังซื้อเติบโตต่อเนื่อง และมีความใกล้ชิดด้านภูมิศาสตร์
ปัจจุบันจีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของอาเซียนต่อเนื่องเป็นปีที่ 17 ขณะที่อาเซียนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของจีนติดต่อกันเป็นปีที่ 6
สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของภูมิภาคอาเซียนในยุทธศาสตร์การค้าระยะยาวของจีนอย่างชัดเจน
สินค้าจีนประเภทใดที่ครองตลาดออนไลน์มากที่สุด
ข้อมูลล่าสุดพบว่า สินค้าอุปโภคบริโภคคิดเป็นสัดส่วนถึง 97.8% ของการส่งออกผ่านอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนของจีน
สินค้าส่งออกยอดนิยม 3 อันดับแรก ได้แก่
1. เสื้อผ้า รองเท้า และเครื่องประดับ
คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 32%
กลุ่มสินค้านี้ได้รับความนิยมสูงจากความหลากหลายของสินค้า ราคาที่แข่งขันได้ และความสามารถในการผลิตจำนวนมาก
2. อุปกรณ์ดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์
คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 28%
ครอบคลุมตั้งแต่สมาร์ตโฟน อุปกรณ์เสริม แก็ดเจ็ต ไปจนถึงสินค้าเทคโนโลยีสำหรับบ้านอัจฉริยะ
3. เฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์ครัว และอุปกรณ์ห้องน้ำ
คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 18%
เป็นอีกหนึ่งกลุ่มสินค้าที่ได้รับความนิยมในตลาดโลกผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์

โอกาสของสินค้าไทยในตลาดจีน
แม้จีนจะเป็นผู้ส่งออกสินค้ารายใหญ่ของโลก แต่ในอีกด้านหนึ่ง ตลาดผู้บริโภคจีนก็ยังเปิดกว้างสำหรับสินค้านำเข้าที่มีคุณภาพ
โดยเฉพาะสินค้าจากประเทศไทยที่ได้รับการยอมรับในหลายหมวดสินค้า เช่น
- อาหารและเครื่องดื่ม
- ผลไม้สด
- ผลิตภัณฑ์สุขภาพ
- เครื่องสำอาง
- สินค้าไลฟ์สไตล์
- สินค้าเกษตรแปรรูป
- สินค้าพรีเมียมและของฝาก
อีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถทดลองตลาดได้โดยไม่ต้องลงทุนเปิดร้านหรือจัดตั้งบริษัทในจีนตั้งแต่เริ่มต้น
นอกจากนี้ยังช่วยวิเคราะห์ความนิยมของสินค้า พฤติกรรมผู้บริโภค และแนวโน้มตลาดได้ก่อนตัดสินใจลงทุนในระดับที่ใหญ่ขึ้น
ขายออนไลน์ในจีน ไม่ใช่แค่เปิดร้านแล้วจบ
แม้อีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนจะเปิดโอกาสให้ธุรกิจไทยเข้าถึงตลาดจีนได้ง่ายขึ้น แต่ก็ยังมีความท้าทายที่ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญ
ประเด็นสำคัญที่ต้องเตรียมพร้อม ได้แก่
- การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในจีน
- การปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานสินค้า
- การบริหารจัดการโลจิสติกส์
- ระบบชำระเงินออนไลน์
- การทำการตลาดผ่านแพลตฟอร์มจีน
- การสร้างแบรนด์ในตลาดดิจิทัล
เนื่องจากการแข่งขันในตลาดจีนมีความเข้มข้นสูง ผู้ประกอบการที่สามารถสร้างความแตกต่างและเข้าใจผู้บริโภคจีนได้ดีกว่าจะมีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่า

ยุคใหม่ของการส่งออกไทย อาจเริ่มต้นบนแพลตฟอร์มออนไลน์
การเติบโตของ Cross-border E-commerce กำลังเปลี่ยนรูปแบบการค้าระหว่างประเทศอย่างมีนัยสำคัญ
จากอดีตที่การส่งออกจำเป็นต้องพึ่งตัวแทนจำหน่าย ผู้นำเข้า หรือเครือข่ายค้าส่งขนาดใหญ่ วันนี้ผู้ประกอบการรายเล็กก็สามารถเข้าถึงลูกค้าหลายร้อยล้านคนในจีนได้ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์
สำหรับประเทศไทย นี่อาจเป็นหนึ่งในโอกาสสำคัญของการส่งออกยุคใหม่ ที่ช่วยให้ธุรกิจไทยสามารถขยายตลาด สร้างแบรนด์ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกได้มากขึ้น
เพราะในโลกการค้ายุคดิจิทัล การมีสินค้าเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป แต่ผู้ที่เข้าถึงผู้บริโภคได้เร็วกว่า เข้าใจข้อมูลได้มากกว่า และใช้เทคโนโลยีได้ดีกว่า อาจกลายเป็นผู้ชนะในตลาดโลกยุคใหม่ได้ก่อนใคร





