แอตต้าหั่นเป้านักท่องเที่ยวจีนเหลือ 7 ล้านคน! ความปลอดภัยไทยยังเป็นโจทย์ใหญ่ ฉุดความเชื่อมั่นตลาดจีน
ตลาดนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยปี 2569 ยังต้องลุ้นหนัก
ภาคการท่องเที่ยวไทยกำลังเผชิญความท้าทายครั้งสำคัญ หลังสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) ประเมินว่า จำนวนนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยในปี 2569 อาจอยู่ที่ประมาณ 7 ล้านคน ลดลงจากเป้าหมายเดิมที่เคยคาดการณ์ไว้ถึง 9 ล้านคน
แม้จีนจะยังคงเป็นตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย แต่ปัจจัยลบหลายด้านที่เกิดขึ้นตลอดช่วงที่ผ่านมา กำลังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวจีนอย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งสถานการณ์เศรษฐกิจโลก ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ต้นทุนการเดินทางที่เพิ่มขึ้น รวมถึงประเด็นด้านความปลอดภัยในประเทศไทย ล้วนกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การฟื้นตัวของตลาดจีนชะลอลงกว่าที่คาดการณ์ไว้

ทำไมเป้าหมายนักท่องเที่ยวจีน 9 ล้านคนจึงเริ่มเป็นเรื่องยาก
ก่อนหน้านี้หลายฝ่ายคาดหวังว่าตลาดนักท่องเที่ยวจีนจะสามารถกลับมาใกล้เคียงระดับก่อนเกิดโควิด-19 โดยตั้งเป้าหมายไว้ที่ประมาณ 9 ล้านคนในปี 2569
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในปัจจุบันทำให้ผู้ประกอบการมองว่าตัวเลขดังกล่าวอาจเป็นเรื่องยากที่จะเกิดขึ้นจริง
ปัจจัยสำคัญประกอบด้วย
- ต้นทุนการเดินทางระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น
- ราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้น
- สงครามและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์
- กำลังซื้อของนักท่องเที่ยวจีนยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
- ภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยของประเทศไทยได้รับผลกระทบ
ส่งผลให้ภาคเอกชนเริ่มปรับเป้าหมายใหม่ และคาดหวังให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนแตะระดับ 7 ล้านคนเป็นอย่างน้อยในปีนี้
ประเด็นความปลอดภัย กลายเป็นปัจจัยกดดันสำคัญ
หนึ่งในประเด็นที่ผู้ประกอบการกังวลมากที่สุด คือ ภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยของประเทศไทยในสายตาของนักท่องเที่ยวจีน
ตลอดช่วงที่ผ่านมา มีข่าวเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวจีนถูกหลอกลวง ถูกเรียกค่าไถ่ การสูญหาย หรือเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมเกิดขึ้นเป็นระยะ
แม้เหตุการณ์บางกรณีจะไม่ได้เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวโดยตรง แต่เมื่อข่าวถูกเผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของจีน ก็ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในวงกว้าง
ปัจจุบันจีนให้ความสำคัญกับประเด็นความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับต้น ๆ ทำให้ข่าวเชิงลบที่เกิดขึ้นในประเทศไทยสามารถส่งผลต่อการตัดสินใจเดินทางได้อย่างรวดเร็ว
โซเชียลจีนขยายผลข่าวเร็ว กระทบภาพลักษณ์ไทยมากกว่าที่คิด
ในยุคดิจิทัล ข่าวสารสามารถกระจายตัวได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง
แพลตฟอร์มออนไลน์ของจีน เช่น
- Xiaohongshu (RED)
- Douyin
ล้วนมีบทบาทสำคัญในการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับประเทศไทย
เมื่อเกิดเหตุการณ์เชิงลบ ข่าวเหล่านี้มักถูกแชร์ต่อในวงกว้าง ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยถูกตั้งคำถามในหมู่นักท่องเที่ยวจีน
ผู้ประกอบการท่องเที่ยวหลายรายระบุว่า ปัจจุบันเอเยนต์ทัวร์จีนจำนวนหนึ่งเริ่มลดความสำคัญของตลาดไทย และหันไปทำตลาดประเทศคู่แข่งมากขึ้น เนื่องจากไม่ต้องการเสียเวลาอธิบายประเด็นด้านความปลอดภัยให้กับลูกค้า

ผู้ประกอบการเร่งหาตลาดใหม่ หวังดึงนักท่องเที่ยวจีนกลับมา
ท่ามกลางความท้าทายที่เกิดขึ้น ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยเริ่มเดินหน้าหาตลาดใหม่ในประเทศจีนอย่างจริงจัง
หนึ่งในพื้นที่ที่ถูกจับตามองคือ มณฑลซินเจียง และเมืองสำคัญอย่างอุรุมชี รวมถึงหลานโจว
ตลาดดังกล่าวถือเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ยังมีศักยภาพสูง และได้รับอิทธิพลจากข่าวเชิงลบเกี่ยวกับประเทศไทยน้อยกว่ากลุ่มเมืองใหญ่ทางตอนใต้ของจีน
หลายฝ่ายมองว่า ซินเจียงอาจกลายเป็น New Market สำคัญของการท่องเที่ยวไทยในอนาคต
ดันเที่ยวบินเช่าเหมาลำ เชื่อมจีนตะวันตกสู่ไทย
อีกหนึ่งแนวทางที่กำลังผลักดันคือ การเปิดเที่ยวบินเช่าเหมาลำ หรือ Charter Flight จากอุรุมชีมายังประเทศไทย
เป้าหมายคือการสร้างช่องทางเดินทางใหม่ให้กับนักท่องเที่ยวจีนในพื้นที่ตะวันตกของประเทศ ซึ่งยังมีอัตราการเดินทางต่างประเทศไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับเมืองเศรษฐกิจหลัก
หากสามารถเปิดเส้นทางบินได้สำเร็จ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพเข้าสู่ประเทศไทยได้มากขึ้น

ไทยต้องเร่งแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน
ปัจจุบันการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวในภูมิภาครุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดยเฉพาะมาเลเซีย ซึ่งกำลังรุกตลาดนักท่องเที่ยวจีนอย่างจริงจัง
รัฐบาลมาเลเซียมีการเดินสายทำตลาดในจีนอย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดเที่ยวบินตรงเชื่อมเมืองสำคัญหลายแห่ง รวมถึงมุ่งเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวมุสลิมจากจีนตะวันตก
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งปรับกลยุทธ์ด้านการตลาดและการสร้างความเชื่อมั่น หากไม่ต้องการสูญเสียส่วนแบ่งตลาดจีนให้กับประเทศคู่แข่ง
ตลาดจีนยังสำคัญ แต่ความเชื่อมั่นต้องกลับมาก่อน
แม้ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนอาจไม่ถึงระดับ 9 ล้านคนตามที่เคยคาดหวัง แต่ตลาดจีนยังคงเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญที่สุดของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ประเทศไทยต้องเร่งดำเนินการไม่ใช่เพียงการทำโปรโมชั่นหรือกระตุ้นการเดินทางเท่านั้น
แต่คือการสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมสื่อสารไปยังตลาดจีนอย่างต่อเนื่อง
เพราะในยุคที่ข้อมูลข่าวสารเดินทางเร็วกว่านักท่องเที่ยว ความเชื่อมั่นอาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการตัดสินใจเลือกจุดหมายปลายทางของนักเดินทางชาวจีนในอนาคต





