จีนเคาะซื้อข้าวไทย 4 หมื่นตัน จีทูจีล็อตแรก เร่งส่งมอบภายในมีนาคม ผู้ส่งออกชี้เงื่อนไขเข้มที่สุดในรอบปี
การค้าข้าวไทย–จีนกลับมาเป็นประเด็นสำคัญอีกครั้ง หลังรัฐบาลจีนยืนยันสั่งซื้อข้าวไทยแบบรัฐต่อรัฐ (G2G) ล็อตแรกจำนวน 40,000 ตัน จากแผนเดิม 100,000 ตัน พร้อมกำหนดเงื่อนไขส่งมอบครบ 100% ภายในเดือนมีนาคม 2569 สร้างแรงกดดันอย่างหนักต่อผู้ส่งออกไทยที่ต้องเร่งดำเนินการแข่งกับเวลา
แหล่งข่าวในวงการค้าข้าวระบุว่า การตัดสินใจลดปริมาณการซื้อครั้งนี้เป็นผลมาจากราคาข้าวไทยที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ทำให้จีนเลือกซื้อในปริมาณที่สอดคล้องกับราคาที่เสนอ ขณะที่ยังคงเป้าหมายระยะยาวในการนำเข้าข้าวไทยตามบันทึกความเข้าใจ (MOU) รวม 500,000 ตัน ภายในปี 2569

จีนเร่งนำเข้าข้าวไทย ท่ามกลางราคาที่พุ่งสูง
ก่อนหน้านี้ ไทยและจีนอยู่ระหว่างการเจรจาซื้อขายข้าวขาว 5% ปริมาณ 100,000 ตันต่อรอบ โดยเป็นส่วนหนึ่งของเอ็มโอยูที่คงค้าง 280,000 ตัน และแผนเพิ่มเติมอีก 220,000 ตัน
อย่างไรก็ตาม ราคาข้าวไทยที่อยู่ในระดับสูงเกือบ 400 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ซึ่งสูงกว่าประเทศคู่แข่ง ทำให้การเจรจาใช้เวลานาน โดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาวปลายปีถึงเทศกาลตรุษจีน ส่งผลให้จีนตัดสินใจ “เคาะซื้อ” ล็อตแรกเพียง 40,000 ตันก่อน พร้อมกำหนดส่งมอบภายในระยะเวลาเพียง 1 เดือน
ผู้ส่งออกไทยโอด เงื่อนไขเข้ม–ต้นทุนพุ่ง
ผู้ส่งออกข้าวไทยมองว่า การซื้อครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในดีลจีทูจีที่มีเงื่อนไขเข้มงวดที่สุด เนื่องจากจีนกำหนดข้อกำหนดด้านคุณภาพและกระบวนการปรับปรุงข้าวอย่างละเอียด รวมถึงเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) อีก 10%
ต้นทุนภาษีดังกล่าวทำให้ผู้ส่งออกต้องแบกรับค่าใช้จ่ายเพิ่มประมาณ 4 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ขณะเดียวกันยังต้องเผชิญความเสี่ยงจากค่าเงินบาทที่ผันผวน หากเงินบาทแข็งค่าในช่วงชำระเงิน รายได้ที่ได้รับจะลดลงทันที
ผู้ส่งออกหลายรายจึงต้องเร่งระดมกำลังเพื่อให้สามารถส่งมอบได้ทันกำหนด พร้อมบริหารความเสี่ยงด้านต้นทุนและอัตราแลกเปลี่ยนไปพร้อมกัน

ดีลข้าวไทย–จีน กระทบราคาตลาดในประเทศ
นักวิเคราะห์มองว่า การบรรลุข้อตกลงซื้อขายข้าวระหว่างไทยและจีนจะส่งผลเชิงจิตวิทยาต่อราคาข้าวในประเทศ โดย ณ วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ราคาข้าวขาว 5% ในประเทศอยู่ที่ 10.80–11.00 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนราคาส่งออกอยู่ที่ประมาณ 390–395 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน
หากการส่งมอบเป็นไปตามแผน อาจทำให้ราคาข้าวมีแนวโน้มขยับขึ้นอีกครั้ง จากความต้องการซื้อที่เพิ่มขึ้นในตลาดต่างประเทศ
เป้าหมายใหญ่ 5 แสนตัน ภายในปี 2569
แม้การซื้อครั้งนี้จะเป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผนทั้งหมด แต่ถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันการค้าข้าวไทยในตลาดจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดนำเข้าข้าวรายใหญ่ของโลก
หลังจากส่งมอบล็อตแรกแล้ว ทั้งสองฝ่ายมีแผนเปิดการเจรจาในรอบถัดไป เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการซื้อขายตามเอ็มโอยูรวม 500,000 ตันภายในสิ้นปี 2569

จีนยังเป็นตลาดยุทธศาสตร์ของข้าวไทย
การตัดสินใจซื้อข้าวไทยของจีนในครั้งนี้สะท้อนว่า ไทยยังคงเป็นแหล่งนำเข้าข้าวคุณภาพสำคัญ แม้ต้องเผชิญการแข่งขันด้านราคาจากประเทศผู้ส่งออกรายอื่น
สำหรับประเทศไทย ดีลนี้ไม่เพียงช่วยระบายผลผลิต แต่ยังเป็นสัญญาณบวกต่ออุตสาหกรรมข้าวทั้งระบบ ตั้งแต่เกษตรกร โรงสี ไปจนถึงผู้ส่งออก
หากการเจรจารอบถัดไปประสบความสำเร็จ จีนอาจกลับมาเป็น “ลูกค้าหลัก” ที่ช่วยพยุงราคาข้าวไทยในตลาดโลกได้อีกครั้ง





