บทความ

ทำไมสินค้าไทยถึงฮีลใจคนจีนยุคใหม่? เมื่อ "ความคิดสร้างสรรค์แบบไทย" กลายเป็นเสน่ห์ที่ผู้บริโภคจีนตกหลุมรัก สินค้าไทยไม่ได้ขายแค่คุณภาพ แต่กำลังขาย "ความรู้สึก" ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศจีนยังคงเป็นหนึ่งในตลาดส่งออกที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ สินค้าไทยจำนวนมากไม่ได้รับความนิยมเพียงเพราะคุณภาพหรือราคาเท่านั้น หากแต่เกิดจาก "ความคิดสร้างสรรค์" และเอกลักษณ์ที่สามารถสร้างประสบการณ์ทางอารมณ์ให้กับผู้บริโภคได้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดหลายรายมองตรงกันว่า ในยุคที่ผู้บริโภคจีนมีตัวเลือกมหาศาล การแข่งขันไม่ได้อยู่ที่การผลิตสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่คือการสร้างคุณค่าทางจิตใจ (Emotional Value) ให้กับแบรนด์ หนึ่งในมุมมองที่น่าสนใจมาจาก คุณดิศรา อุดมเดช (โอห์ม) CEO & Founder ของ Yell Worldwide ซึ่งมองว่า จุดแข็งสำคัญของสินค้าไทยในสายตาผู้บริโภคจีน คือ "ความคิดสร้างสรรค์แบบไทย" ที่แตกต่างจากประเทศอื่นในเอเชีย
DITP เปิดหลักสูตร Smart Exporter รุ่นที่ 25 ปั้นผู้ส่งออกไทยสู่ตลาดโลก เสริมทักษะครบวงจร รับเศรษฐกิจยุคใหม่ พาณิชย์เดินหน้าพัฒนาผู้ประกอบการไทย สร้างนักส่งออกยุคดิจิทัล ท่ามกลางการแข่งขันทางการค้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งจากเศรษฐกิจดิจิทัล การค้าออนไลน์ข้ามพรมแดน และการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานโลก การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้พร้อมแข่งขันในเวทีการค้าระหว่างประเทศ จึงกลายเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศ ล่าสุด กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ โดยสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (New Economy Academy : NEA) ได้เปิดโครงการอบรม “ผู้ส่งออกอัจฉริยะ : Smart Exporter รุ่นที่ 25” ภายใต้แนวคิด "Navigate to Global" เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการไทยก้าวสู่การเป็นนักส่งออกมืออาชีพ พร้อมแข่งขันในตลาดโลกอย่างมีประสิทธิภาพ โครงการดังกล่าวไม่ได้มุ่งเพียงการเพิ่มองค์ความรู้ด้านการส่งออกเท่านั้น แต่ยังเน้นการสร้างเครือข่ายธุรกิจ การวางกลยุทธ์การค้า และการยกระดับขีดความสามารถของ SMEs ไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนในยุคเศรษฐกิจโลกใหม่
ศึก "Asian Beauty" เดือด! แบรนด์จีนเร่งบุกตลาดไทย ท้าชน K-Beauty, J-Beauty และ T-Beauty ในสมรภูมิความงามเอเชีย ตลาดเครื่องสำอางไทยยังโตแรง แต่วิกฤตการแข่งขันกำลังเริ่มต้นขึ้น อุตสาหกรรมความงามของประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว การเติบโตของอีคอมเมิร์ซ และอิทธิพลของโซเชียลมีเดียที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าอย่างมาก ข้อมูลจาก Krungthai COMPASS ระบุว่า ตลาดเครื่องสำอางไทยในช่วงปี 2568-2569 ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยคาดว่าในปี 2568 มูลค่าตลาดรวมจะอยู่ที่ประมาณ 180,000 ล้านบาท เติบโตประมาณ 13.2% จากปีก่อนหน้า และจะขยายตัวต่อเนื่องเป็น 200,000 ล้านบาทในปี 2569 หรือเติบโตอีกประมาณ 12.3% ขณะที่ตลาดภายในประเทศยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรม โดยมีสัดส่วนมากถึงประมาณ 78% ของตลาดรวม หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 140,000 ล้านบาทในปี 2568 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแตะ 160,000 ล้านบาทในปี 2569 อย่างไรก็ตาม แม้ตลาดจะเติบโต แต่การแข่งขันในอุตสาหกรรมความงามไทยกลับกำลังเข้าสู่ยุคที่เข้มข้นที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะการเข้ามาของแบรนด์ความงามจากประเทศจีน หรือที่เรียกว่า C-Beauty
ลงไข่ในตะกร้าใบเดียวในจีนเท่ากับศูนย์! บทความนี้จะพานักการตลาดไทยไปส่องความเสี่ยงของการพึ่งพาแอปพลิเคชันเดียว พร้อมแนะสูตรเด็ดเชื่อมโยงข้อมูลข้ามค่าย ดักทางสมองกล AI เพื่อสร้างยอดขายที่ยั่งยืน
ขนทัพสินค้าไทยบุกตลาดจีน! DITP ลุย Top Thai Brands Kunming 2025 ตั้งเป้ายอดขายทะลุ 140 ล้านบาท ไทยเดินหน้ารุกตลาดจีนต่อเนื่อง ดันสินค้าไทยสู่ผู้บริโภคกว่า 1,400 ล้านคน กระทรวงพาณิชย์เดินหน้าผลักดันสินค้าไทยเข้าสู่ตลาดจีนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดฉากงานแสดงสินค้า Top Thai Brands Kunming 2025 อย่างเป็นทางการ ณ ศูนย์ประชุมและนิทรรศการนานาชาติเตียนฉือ เมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน การจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการขยายตลาดสินค้าไทยเข้าสู่ประเทศจีน พร้อมตั้งเป้าสร้างมูลค่าทางการค้ากว่า 140 ล้านบาท ผ่านการเจรจาธุรกิจ การทำตลาดออนไลน์ และการสร้างการรับรู้แบรนด์ไทยในตลาดผู้บริโภคจีน การรุกตลาดครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า จีนยังคงเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญที่สุดของการส่งออกไทย โดยเฉพาะในยุคที่เศรษฐกิจดิจิทัล การค้าออนไลน์ และ Soft Power กำลังมีบทบาทต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคมากขึ้น
แฟชันไทยบุก Tmall Global! เปิด National Flagship Store แห่งแรก ดันแบรนด์ไทยเจาะตลาดจีน 1,400 ล้านคน ไทยเดินเกมรุกตลาดแฟชันจีนผ่านอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ ตลาดจีนยังคงเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของผู้ประกอบการไทยที่ต้องการขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศ โดยเฉพาะในยุคที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนเข้าสู่โลกออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ ทำให้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซกลายเป็นประตูสำคัญในการเข้าถึงผู้บริโภคจีนหลายร้อยล้านคน ล่าสุด กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ได้จับมือกับ Tmall Global แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนรายใหญ่ของจีน เปิดตัว “Thai Fashion Overseas Flagship Store” หรือ “T-Style Shop” อย่างเป็นทางการ นับเป็น National Flagship Store แห่งแรกของประเทศไทยบน Tmall Global ที่รวบรวมแบรนด์แฟชันและไลฟ์สไตล์ไทยไว้ในร้านเดียว เพื่อสร้างการรับรู้และเพิ่มโอกาสทางการค้าให้กับผู้ประกอบการไทยในตลาดจีน การเปิดร้านครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการผลักดัน Soft Power ไทยผ่านสินค้าแฟชัน ไลฟ์สไตล์ และงานดีไซน์สู่ตลาดผู้บริโภคที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
หมดยุค Baidu SEO แบบเดิมๆ! พบบทความแกะกล่องเทรนด์ล้ำ GEO AI ปฏิวัติวงการค้นหาข้อมูลของคนจีน พร้อมวิธีเตรียมความพร้อมแบรนด์ไทยให้กลายเป็นคำตอบแรกที่สมองกลจีนเลือกป้ายยาและปิดการขาย
BOI รุกดึงทุนไฮเทคจีน! ปั้นไทยฮับเชื่อมซัพพลายเชนอาเซียน รับคลื่นลงทุนใหม่ยุค AI และอุตสาหกรรมสีเขียว ประเทศไทยกำลังเร่งวางตำแหน่งตัวเองเป็นศูนย์กลางการลงทุนและการผลิตแห่งใหม่ของภูมิภาคอาเซียน ท่ามกลางกระแสการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลก (Global Supply Chain Restructuring) ที่กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เดินหน้ารุกตลาดจีนอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเข้าร่วมงาน China International Supply Chain Expo (CISCE) ณ กรุงปักกิ่ง ซึ่งถือเป็นงานแสดงศักยภาพด้านซัพพลายเชนระดับนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดของโลก การเข้าร่วมงานครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการประชาสัมพันธ์ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางการลงทุนเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่า ไทยพร้อมก้าวขึ้นเป็น “ศูนย์กลางเชื่อมโยงซัพพลายเชนระหว่างจีนและอาเซียน” รองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่กำลังเติบโตทั่วโลก
พฤติกรรมช้อปปิ้งของคนจีนเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงด้วย AI Search! บทความนี้จะพาไปสำรวจจุดยืนของแบรนด์ไทยในยุคสมองกลครองเมือง พร้อมแนวทางปรับข้อมูลให้เข้าตา AI จีน เพื่อไม่ให้แบรนด์ของคุณเลือนหายไปจากตลาดเมืองมังกร
ไทยปิดดีลบุกตลาดโคเนื้อจีน! ตั้งเป้าส่งออก 1.2 ล้านตัวต่อปี เจาะตลาดมูลค่า 8 แสนล้านบาท ประเทศไทยกำลังมีโอกาสครั้งสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมโคเนื้อสู่เวทีโลก หลังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เดินหน้าผลักดันการส่งออกโคมีชีวิตไปยังประเทศจีนอย่างจริงจัง ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนไทย-จีน พร้อมเตรียมยกระดับการเจรจาสู่รูปแบบรัฐบาลต่อรัฐบาล (G2G) เป้าหมายสำคัญคือการผลักดันให้ไทยสามารถส่งออกโคเนื้อไปยังจีนได้ถึงปีละ 1.2 ล้านตัว เพื่อเจาะตลาดเนื้อวัวที่มีมูลค่าสูงกว่า 8 แสนล้านบาทต่อปี และสร้างรายได้มหาศาลให้แก่เกษตรกรไทยในระยะยาว