อุตสาหกรรมบันเทิงจีน–ไทย ระอุ! “ซีรีส์สั้นจีน” มาแรงในไทย คนรุ่นใหม่ดูเพลินทุกเวลา เปลี่ยนพฤติกรรมเสพสื่อยุคใหม่
วงการบันเทิงจีน–ไทยกำลังเข้าสู่ช่วง “พีคสุดในรอบหลายปี” โดยเฉพาะกับกระแส “ซีรีส์สั้นจีน” (Chinese Short Drama) ที่ตอนนี้กำลังฮิตระเบิดในหมู่คนรุ่นใหม่ชาวไทย — ไม่ว่าจะอยู่บนรถไฟใต้ดิน ร้านกาแฟ หรือแม้แต่ช่วงพักเที่ยงในออฟฟิศ ก็มีคนเปิดดูซีรีส์สั้นจีนผ่านมือถือกันแทบทุกที่ ซีรีส์สั้นเหล่านี้โดดเด่นด้วย พล็อตกระชับ ฉากจบหักมุม เนื้อหาจัดจ้าน และการถ่ายทำที่สวยงามระดับโปรดักชันซีรีส์เต็มรูปแบบ แต่ใช้เวลาเพียงตอนละ 2–5 นาที ทำให้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่มีเวลาจำกัดแต่ต้องการความบันเทิงเข้มข้นทันใจ
จีนส่งออกวัฒนธรรมผ่าน “ซีรีส์สั้น” — ตลาดโตทะลุ 5 หมื่นล้านหยวน!
ข้อมูลจากสื่อจีนระบุว่า มูลค่าตลาดซีรีส์สั้นจีนในปี 2024 พุ่งทะลุ 5 หมื่นล้านหยวน (กว่า 2.2 แสนล้านบาท) และมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อผู้ผลิตจีนหันมาเจาะตลาดต่างประเทศอย่างจริงจัง
ภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะ “ไทย” กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เพราะมีฐานคนดูที่เปิดรับคอนเทนต์เอเชีย มีรสนิยมหลากหลาย และชื่นชอบซีรีส์แนวรัก ดราม่า และพีเรียดที่จีนถนัด
“ความเร็วในการผลิต” และ “ความยืดหยุ่นของคอนเทนต์” คือจุดแข็งของซีรีส์สั้นจีน ทำให้บริษัทผลิตในจีนสามารถปล่อยผลงานใหม่ได้แทบทุกสัปดาห์ ขณะที่ทีมงานไทยเริ่มเข้ามาร่วมในส่วนของ โลเคชัน ทีมโปรดักชัน และการตลาดออนไลน์ มากขึ้นเรื่อย ๆ

จีน–ไทย จับมือสร้างคอนเทนต์ข้ามพรมแดน
“หลิวเชา” ผู้ก่อตั้งบริษัท ไท่ซินเฟิง มีเดีย หนึ่งในผู้นำด้านซีรีส์สั้นของจีน เปิดเผยว่า ตอนนี้บริษัทจีนหลายแห่งเริ่มมองไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญ เพราะนอกจากจะมีทีมงานมืออาชีพแล้ว ยังมีโลเคชันที่สวยงาม และต้นทุนการถ่ายทำที่แข่งขันได้
“การร่วมมือระหว่างจีนกับไทยในวงการซีรีส์ไม่ใช่แค่การผลิตคอนเทนต์ แต่คือการแลกเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และวัฒนธรรม ซึ่งช่วยให้ทั้งสองประเทศเติบโตไปด้วยกัน” หลิวเชา กล่าว
นอกจากนี้ ซีรีส์จีนหลายเรื่อง เช่น “ซานไห่จิง (Shan Hai Jing)” และ “มายนิงทาวน์ (Minning Town)” ได้รับเสียงตอบรับดีในไทย ขณะที่ฝั่งไทยเองก็มีผลงานที่ไปโด่งดังในจีน เช่น ภาพยนตร์ “หลานม่า” (Lost in the Stars) ที่สร้างรายได้มหาศาลและผลักดันให้สถานที่ถ่ายทำอย่าง ตลาดพลู กลายเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของนักท่องเที่ยวจีน
“กว่างซีจ้วง” ศูนย์กลางผลิตซีรีส์สั้นสู่ตลาดอาเซียน
เบื้องหลังความสำเร็จของซีรีส์จีนหลายเรื่องคือ “กว่างซีจ้วง” ฐานการผลิตสำคัญทางตอนใต้ของจีน ซึ่งเชื่อมโยงอาเซียนทั้งทางบกและทางทะเล เมืองนี้กลายเป็น ศูนย์กลางคอนเทนต์สั้นระดับภูมิภาค
ผู้ผลิตจากกว่างซีใช้ไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย เป็นตลาดหลัก เพราะมีวัฒนธรรมใกล้เคียงกัน และมีอัตราการใช้สมาร์ตโฟนสูง ทำให้ผู้ชมเข้าถึงคอนเทนต์ได้ง่ายและรวดเร็ว
AI เขย่าวงการ! ซีรีส์สั้นยุคใหม่ผลิตเร็วขึ้นกว่าที่เคย
อีกหนึ่งปัจจัยที่ผลักดันให้ซีรีส์สั้นจีนเติบโตอย่างรวดเร็ว คือการใช้เทคโนโลยี AI (ปัญญาประดิษฐ์)
หลี่เหมิง ผู้ก่อตั้งบริษัท เทียนเซี่ยซิ่ว (IMS Group) เผยว่า AI ช่วยลดระยะเวลาการผลิตได้มหาศาล ตั้งแต่การเขียนบท การตัดต่อ การพากย์เสียงหลายภาษา ไปจนถึงการเผยแพร่สู่ต่างประเทศ
“AI ไม่ได้แค่ทำให้ซีรีส์ผลิตเร็วขึ้น แต่ยังทำให้คอนเทนต์จีนสามารถขยายสู่ทั่วโลกได้ในต้นทุนที่ต่ำกว่าเดิมหลายเท่า” หลี่เหมิง กล่าว
ผลลัพธ์คือ “วงการบันเทิงจีน–ไทย” กำลังขยับเข้าสู่ยุค คอนเทนต์ความเร็วสูง (High-Speed Entertainment) ที่ทั้งสองประเทศมีบทบาทร่วมกันมากขึ้น ทั้งในด้านเทคโนโลยี การตลาด และวัฒนธรรม
อนาคตอุตสาหกรรมบันเทิงจีน–ไทย: จากหนังจอใหญ่ สู่จอมือถือ
ความร่วมมือจีน–ไทยในวงการบันเทิงไม่ได้จำกัดอยู่ที่ภาพยนตร์หรือซีรีส์ทีวีอีกต่อไป แต่กำลังขยายสู่ยุคของ “ซีรีส์สั้น” และ “คอนเทนต์ดิจิทัล” อย่างเต็มรูปแบบ ในขณะที่ไทยมีผู้บริโภคที่เปิดกว้างและมีศิลปิน นักแสดง และทีมโปรดักชันคุณภาพสูง จีนเองก็มีเทคโนโลยีและทุนสนับสนุนมหาศาลเมื่อสองสิ่งนี้มาบรรจบกัน — วงการบันเทิงเอเชียอาจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปเพราะ “ซีรีส์สั้นจีน” อาจไม่ใช่แค่เทรนด์ชั่วคราว แต่คือ จุดเริ่มต้นของยุคใหม่ ที่จีนและไทยกำลังร่วมกันผลักดันให้กลายเป็น “Soft Power” รูปแบบใหม่ของเอเชีย






