บทความ

พาณิชย์ลุยจีนรับปี 2569 ดันสินค้าไทยขึ้น Tmall ใช้ Live Commerce เจาะผู้บริโภคจีนก่อนตรุษจีน กระทรวงพาณิชย์เดินเกมรุกตลาดจีนรับปี 2569 เร่งผลักดันสินค้าไทยบุกแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่อย่าง Tmall ผ่านกลยุทธ์ Live Commerce ร่วมกับ Influencer และ KOL จีน หวังยกระดับภาพลักษณ์สินค้าไทย สร้างยอดขาย และขยายโอกาสผู้ประกอบการไทยในตลาดจีนอย่างเป็นรูปธรรม ก่อนเทศกาลตรุษจีนซึ่งถือเป็นช่วงจับจ่ายสำคัญของผู้บริโภคจีน กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ให้ความสำคัญกับการนำ สินค้าไทยคุณภาพที่มีตราสัญลักษณ์มาตรฐาน ได้แก่ Thai SELECT, Thailand Trust Mart (TTM) และ PM Awards เข้าสู่ตลาดจีนผ่านช่องทางดิจิทัล โดยใช้รูปแบบการไลฟ์สตรีมมิ่งซึ่งเป็นพฤติกรรมการซื้อหลักของผู้บริโภคจีนในปัจจุบัน
T-Beauty ไม่ได้เป็นเพียงของฝากจากไทยอีกต่อไป แต่คือ “พลังใหม่” ที่กำลังครองใจผู้บริโภคจีน! ด้วยการผสมผสานภูมิปัญญาไทยและนวัตกรรมล้ำสมัย การใช้ KOL สื่อสารภาพลักษณ์ “ผิวสวยแบบสาวไทย” และกลยุทธ์การตลาดที่เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคจีนอย่างลึกซึ้ง แบรนด์ไทยกำลังเปลี่ยนจาก “ของดีที่บังเอิญถูกใจ” เป็น “ตัวจริงในวงการความงามเอเชีย” ที่ทั่วโลกจับตา
ในตลาดจีนที่การแข่งขันรุนแรงที่สุดในโลก “หัวใจ” ต่างหากคือจุดชนะของแบรนด์ไทย! ด้วยพลังของ Emotional Marketing สไตล์ไทย — จากเรื่องเล่าที่จริงใจ รอยยิ้มแห่งมิตรไมตรี ไปจนถึงประสบการณ์ไทยแท้ที่อบอุ่นและน่าจดจำ กลยุทธ์นี้จะไม่เพียงสร้างยอดขาย แต่ยังสร้าง สายสัมพันธ์ที่ยั่งยืน กับผู้บริโภคจีน ให้แบรนด์ไทยกลายเป็น “เพื่อนที่ไว้ใจได้” ในใจพวกเขาอย่างแท้จริง
เมื่อ “แก้วกาแฟ” กลายเป็นอัตลักษณ์ และจีนคือสนามใหญ่ที่คอกาแฟทั่วโลกจับตา ตลาดกาแฟโลกกำลังเปลี่ยนผ่านอย่างเงียบ ๆ แต่ลึกซึ้ง จากเครื่องดื่มที่เคยมีหน้าที่แค่ “ปลุกให้ตื่น” สู่สินค้าที่สะท้อนตัวตน ไลฟ์สไตล์ และอารมณ์ของผู้บริโภค และการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในยุโรปหรืออเมริกา แต่กำลังเกิดขึ้นพร้อมกันในเอเชีย โดยเฉพาะ “จีน” ตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ข้อมูลล่าสุดจาก “Café Amazon” สะท้อนภาพชัดว่า คนไทยกินกาแฟมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เฉลี่ย 1.2 แก้วต่อวัน เพิ่มขึ้นจากเมื่อ 3–4 ปีก่อนที่ยังไม่ถึง 1 แก้วต่อวัน ขณะเดียวกัน อายุเฉลี่ยของคนดื่มกาแฟก็ “ลดลง” อย่างต่อเนื่อง และพฤติกรรมการดื่มก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
ปั้นสินค้าไทยผ่าน Live Commerce ล่าเงินหยวนในยุคแพลตฟอร์มครองเมือง ท่ามกลางการแข่งขันทางการค้าที่รุนแรงขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะแรงกดดันจากสินค้าจีนที่ทะลักเข้ามาในหลายตลาด กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กำลังเดินหมากสำคัญ ด้วยการเร่งพาผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ “สนามออนไลน์จีน” อย่างเป็นระบบ ผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและ Live Commerce ซึ่งกำลังเป็นเครื่องมือทรงพลังที่สุดในการเข้าถึงผู้บริโภคจีนยุคใหม่ ล่าสุด นางสุภาพร สุขมาก รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า DITP โดยสำนักตลาดพาณิชย์ดิจิทัล ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเซี่ยงไฮ้ ได้จัดกิจกรรม “Openhouse & Sourcing Forum” ภายใต้โครงการส่งเสริมการขายสินค้าไทยผ่าน Live Commerce และ Influencer ในสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้พร้อมแข่งขันในตลาดออนไลน์จีนอย่างแท้จริง กิจกรรมดังกล่าว ไม่ได้เป็นเพียงเวทีให้ข้อมูลเชิงทฤษฎี แต่ถูกออกแบบให้ผู้ประกอบการไทย “เข้าใจจีนจากมุมผู้เล่นในตลาดจริง” โดยเชิญแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่อย่าง Tmall มาให้ความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างแพลตฟอร์ม กลไกการขาย พฤติกรรมผู้บริโภค และแนวทางการเปิดร้านค้าออนไลน์ในจีน พร้อมทั้งมีการถ่ายทอดประสบการณ์ตรงจากผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดจีน ขณะเดียวกัน ยังมีการบรรยายเชิงลึกเกี่ยวกับทิศทางการค้า เทรนด์ผู้บริโภค และโอกาสของสินค้าไทยในตลาดจีน จากผู้บริหารสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเซี่ยงไฮ้ รวมถึงสำนักตลาดพาณิชย์ดิจิทัล เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการมองภาพตลาดจีนได้ครบทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
ในสมรภูมิการค้าจีนที่ดุเดือดที่สุดในโลก “AI” ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือ แต่คือ “สมองกล” ที่ขับเคลื่อนทุกการตัดสินใจของแบรนด์ยักษ์ใหญ่ ตั้งแต่การอ่านใจลูกค้าด้วยข้อมูล ไปจนถึงการขายอัตโนมัติผ่าน Chatbot และการตั้งราคาที่เปลี่ยนทุกวินาที AI คืออาวุธลับที่ทำให้บริษัทจีนสามารถ “ปิดการขาย” ได้ก่อนที่ลูกค้าจะรู้ตัว — และนี่คือกลยุทธ์ที่โลกทั้งใบต้องจับตา
สินค้าจีนทะลัก กดดันไทย พลิกเกมล่าเงินหยวน บุกเมืองรองจีน แรงบีบสามด้าน เมื่อผู้ประกอบการไทยหนีไม่พ้นการแข่งขันจีน แรงกดดันต่อผู้ประกอบการไทยในวันนี้ ไม่ได้มาจากทิศทางใดทิศทางหนึ่ง แต่เป็นแรงบีบจากรอบด้านพร้อมกัน ทั้งตลาดส่งออกที่เริ่มตีบตัน และตลาดในประเทศที่ถูกสินค้าจีนราคาถูกบุกทะลวงอย่างต่อเนื่อง การส่งออกไปสหรัฐอเมริกาต้องเผชิญมาตรการภาษีที่เข้มข้นขึ้น ขณะที่ตลาดใกล้บ้านอย่างกัมพูชา ก็ไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยเหมือนเดิมอีกต่อไป เมื่อสินค้าจีนเข้ามาแข่งขันโดยตรงในแทบทุกตลาด
ในตลาดค้าปลีกที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน จีนคือประเทศที่นำหน้าโลกในการใช้ AI และข้อมูลเพื่อสร้าง “ประสบการณ์ผู้บริโภค” ที่เหนือระดับ จากการแนะนำสินค้าแบบเฉพาะบุคคล ไปจนถึงการใช้ Emotion AI วิเคราะห์ความรู้สึกของลูกค้าแบบเรียลไทม์ นี่คือกุญแจสำคัญที่ทำให้แบรนด์ในจีนสามารถ “มัดใจลูกค้า” ได้อย่างอยู่หมัด และกลายเป็นโมเดลต้นแบบให้ธุรกิจทั่วโลกต้องศึกษา
จากแบรนด์เด็กอันดับหนึ่งของไทย สู่สนามทดสอบที่โหดที่สุดในโลก โอสถสภาพา Babi Mild เปิดเกมจีน เดิมพันอนาคตแบรนด์อ่อนโยนบนเวทีโลก ตลาดจีนไม่เคยเป็นสนามสำหรับแบรนด์ที่ “ยังไม่พร้อม” และไม่ใช่พื้นที่สำหรับผู้เล่นที่หวังแค่ส่งออกสินค้าแล้วรอให้ขายได้เอง แต่ในปีนี้ เราได้เห็นความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาจากโอสถสภา เมื่อบริษัทตัดสินใจพา Babi Mild แบรนด์ผลิตภัณฑ์เด็กอันดับหนึ่งของไทย ก้าวเข้าสู่ตลาดผู้บริโภคที่ใหญ่ ซับซ้อน และแข่งขันรุนแรงที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอย่าง ประเทศจีน นี่ไม่ใช่แค่การเพิ่มประเทศปลายทาง แต่คือ “การทดสอบศักยภาพแบรนด์ไทย” ว่าจะสามารถยืนอยู่ในเกมระดับโลกได้จริงหรือไม่
โมเดลเศรษฐกิจใหม่ของจีนเมื่อการเอาตัวรอดของมหาอำนาจ กำลังทุบหม้อข้าวแรงงานเอเชีย และบั่นทอนอนาคต Gen Z เอเชียเคยเป็น “โรงงานของโลก”เป็นภูมิภาคที่การส่งออกและภาคการผลิตทำหน้าที่เป็นบันไดทางสังคม พาคนรุ่นพ่อรุ่นแม่หลุดพ้นจากความยากจน สร้างชนชั้นกลาง และเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ฝันถึงชีวิตที่ดีกว่าแต่วันนี้ โมเดลการเติบโตแบบเดิมกำลังถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรง ไม่ใช่เพราะเอเชียไม่ขยัน ไม่ใช่เพราะแรงงานไม่มีคุณภาพ แต่เพราะ “กติกาเศรษฐกิจโลก” กำลังเปลี่ยนไป ภายใต้แรงกระเพื่อมจากจีน โลกกำลังเห็นภาพชัดขึ้นเรื่อยๆ ว่า การปรับตัวของจีนเพื่อเอาตัวรอดทางเศรษฐกิจ กำลังกลายเป็นแรงกดดันมหาศาลต่อประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะในเอเชีย และผู้ที่รับแรงกระแทกเต็มๆ ไม่ใช่ใครอื่น คือ แรงงาน และคนรุ่นใหม่ (Gen Z)