บุกตลาดสัตว์เลี้ยงจีน! พาณิชย์ดันผู้ประกอบการไทย ชิงเค้กตลาด 8.1 แสนล้านหยวน โอกาสทองสินค้าเกรดพรีเมียม
ตลาดสัตว์เลี้ยงจีนกำลังกลายเป็น “ขุมทรัพย์ใหม่” ของผู้ส่งออกไทย หลังมูลค่าอุตสาหกรรมพุ่งทะลุ 8.1 แสนล้านหยวน พร้อมจำนวนสัตว์เลี้ยงมากกว่า 140 ล้านตัว สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกในครอบครัว ส่งผลให้ความต้องการสินค้าและบริการคุณภาพสูงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ล่าสุด กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าผลักดันผู้ประกอบการไทยบุกตลาดสัตว์เลี้ยงจีนอย่างจริงจัง โดยมอบหมายให้ทูตพาณิชย์สำรวจโอกาสการส่งออกสินค้าไทย เพื่อชิงส่วนแบ่งตลาดขนาดมหึมานี้
ตลาดสัตว์เลี้ยงจีนโตแรง มูลค่าทะลุ 8.1 แสนล้านหยวน
รายงานจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองหนานหนิง ระบุว่า ปี 2568 จีนมีสุนัขและแมวรวมกันมากกว่า 140 ล้านตัว ส่งผลให้อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงเติบโตแบบก้าวกระโดด
โครงสร้างตลาดแบ่งออกเป็น
- อาหารสัตว์เลี้ยง 52.2% (ใหญ่ที่สุด)
- ธุรกิจการแพทย์สัตว์ 28.5%
- ของใช้ในชีวิตประจำวัน 12.5%
- ธุรกิจบริการ 6.8%
การเติบโตนี้สะท้อนว่า “เศรษฐกิจสัตว์เลี้ยง” (Pet Economy) ของจีนกำลังเข้าสู่ยุคเฟื่องฟู และยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องในระยะยาว
เทรนด์ใหม่ผู้บริโภคจีน เน้นคุณภาพและมาตรฐาน
แม้อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงจีนจะเริ่มต้นช้ากว่าหลายประเทศ แต่ปัจจุบันได้พัฒนาอย่างรวดเร็ว จากการเป็นฐานการผลิต สู่การสร้างแบรนด์และนวัตกรรมของตนเอง
แนวโน้มสำคัญของตลาดจีน ได้แก่
- อาหารสัตว์เลี้ยงสร้างแบรนด์ระดับพรีเมียม
- สินค้าอัจฉริยะ (Smart Pet Products)
- การรวมตัวของอุตสาหกรรมเป็นคลัสเตอร์
- แบรนด์ท้องถิ่นขยายสู่ตลาดโลก
ผู้บริโภคจีนยุคใหม่ให้ความสำคัญกับ
- ส่วนผสมและคุณภาพสินค้า
- มาตรฐานการผลิต
- การรับรองความปลอดภัย
- ระบบตรวจสอบย้อนกลับ
ทำให้สินค้าเกรดกลางถึงบนได้รับความนิยมสูง และเปิดโอกาสให้แบรนด์ต่างประเทศเข้าไปแข่งขันได้

โอกาสทองของสินค้าไทยในตลาดพรีเมียม
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศมองว่า สินค้าไทยมีศักยภาพสูง โดยเฉพาะกลุ่มพรีเมียม เช่น
- อาหารสัตว์คุณภาพสูง
- ขนมสัตว์เลี้ยง
- ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพสัตว์
- ของใช้และอุปกรณ์สัตว์เลี้ยง
- ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรและธรรมชาติ
เนื่องจากผู้บริโภคจีนให้ความเชื่อมั่นต่อสินค้าไทยในด้านมาตรฐาน ความปลอดภัย และคุณภาพ
ความท้าทายของตลาดจีน
แม้ตลาดจะใหญ่ แต่การแข่งขันก็รุนแรงเช่นกัน โดยปัญหาที่พบในตลาดจีน ได้แก่
- สินค้าบางกลุ่มขาดความแตกต่าง
- การลงทุนด้านเทคโนโลยีไม่เพียงพอ
- การแข่งขันด้านราคา
- ข้อมูลโฆษณาออนไลน์ที่ไม่น่าเชื่อถือ
ผู้ประกอบการไทยจึงต้องเน้นการพัฒนานวัตกรรม การสร้างแบรนด์ และมาตรฐานสากล เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน

กลยุทธ์บุกตลาดจีนอย่างยั่งยืน
หน่วยงานภาครัฐแนะนำว่า ผู้ส่งออกไทยควรให้ความสำคัญกับ
- มาตรฐานสินค้าและการรับรอง
- เทคโนโลยีการผลิต
- การสร้างแบรนด์ระยะยาว
- การทำตลาดออนไลน์ในจีน
- การปรับสินค้าให้ตรงกับพฤติกรรมผู้บริโภคจีน
หากดำเนินการได้ครบถ้วน จะสามารถเจาะตลาดจีนได้อย่างยั่งยืน และสร้างรายได้มหาศาลให้กับประเทศ
ตลาดสัตว์เลี้ยงจีน = โอกาสใหม่เศรษฐกิจไทย
การเติบโตของตลาดสัตว์เลี้ยงจีนไม่ใช่เพียงกระแสชั่วคราว แต่เป็นแนวโน้มระยะยาวจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสังคม เช่น คนโสดเพิ่มขึ้น ครอบครัวขนาดเล็ก และการใช้ชีวิตในเมือง
สิ่งนี้ทำให้ “สัตว์เลี้ยง” กลายเป็นสมาชิกครอบครัว และการใช้จ่ายต่อสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สำหรับผู้ประกอบการไทย นี่คือโอกาสสำคัญในการขยายตลาดส่งออก และสร้างแบรนด์ไทยในเวทีโลก






