ส่องพฤติกรรม Digital Chinese: เขาซื้อของผ่านอะไร? แล้วแบรนด์ไทยอยู่ตรงไหน?
หากคุณคิดว่าการตลาดออนไลน์ในจีนคือการลงโฆษณาบน Facebook หรือยิง Ads บน Google บอกเลยว่าคุณกำลังเดินเข้าผิดประตูครับ! โลกดิจิทัลของชาวจีน (Digital Chinese Ecosystem) คือจักรวาลคู่ขนานที่มีกฎเกณฑ์เป็นของตัวเอง การจะนำแบรนด์ไทยไปปักธงให้สำเร็จ คุณต้องเข้าใจก่อนว่า “คนจีนซื้อของด้วยนิ้วไหน” และ “แบรนด์ไทยควรวางตัวอย่างไร” ในกระแสความเปลี่ยนแปลงนี้
เขาซื้อของผ่านอะไร? เจาะ 3 แพลตฟอร์มหลักที่กุมหัวใจนักช้อป
1. Xiaohongshu (Little Red Book) – “คัมภีร์การป้ายยา” สำหรับคนจีนรุ่นใหม่ Xiaohongshu ไม่ใช่แค่แอปฯ โซเชียล แต่มันคือ “Google แห่งการช้อปปิ้ง” พฤติกรรมของ Digital Chinese คือ “ค้นหาก่อนซื้อ” (Search before Buy) พวกเขาจะเข้าไปดูรีวิว ดู Vibe และดูว่า Influencer (KOL/KOC) ที่เขาเชื่อใจพูดถึงแบรนด์นั้นอย่างไร หากแบรนด์ไทยไม่มีตัวตนในนี้ ก็เท่ากับว่าคุณไม่มีตัวตนในสายตาคนจีนพรีเมียม
2. Douyin (TikTok จีน) – “มหกรรมความบันเทิงปิดการขาย” คนจีนไม่ได้ซื้อของเพราะความจำเป็นเพียงอย่างเดียว แต่ซื้อเพราะ “ความเพลิน” Douyin คือที่ที่การทำ Live Streaming และคอนเทนต์วิดีโอสั้นกลายเป็นช่องทางขายของที่ทรงพลังที่สุด การที่ลูกค้าเห็นหน้าพ่อค้าแม่ค้า เห็นการทดลองใช้จริง และกดซื้อได้ทันทีภายในแอปฯ คือพฤติกรรมที่แบรนด์ไทยต้องปรับตัวให้ทัน
3. WeChat – “ห้องนั่งเล่นส่วนตัวที่ปิดการขาย” เมื่อลูกค้าเริ่มรู้จักแบรนด์คุณจากแพลตฟอร์มอื่น เขาจะมาจบที่ WeChat เพื่อรับสิทธิพิเศษ หรือการดูแลหลังการขายแบบ Private Domain ซึ่งเป็นจุดที่แบรนด์ไทยจะสร้าง “ความสัมพันธ์ระยะยาว” ได้ดีที่สุด
แล้วแบรนด์ไทยอยู่ตรงไหนในใจ Digital Chinese?
ปัจจุบัน แบรนด์ไทยถูกจัดวางอยู่ในตำแหน่ง “Exotic & Relatable Quality” หรือของดีมีเสน่ห์ที่เข้าถึงง่าย แต่ปัญหาส่วนใหญ่คือ “เราเก่งเรื่องการผลิต แต่ยังไม่เก่งเรื่องการปรากฏตัวในโลกดิจิทัล”
ช่องว่างที่ยังเปิดรับ: คนจีนมองว่าสินค้าไทยคือความจริงใจ (Authenticity) เช่น สกินแคร์สมุนไพร เครื่องหอม หรืออาหารเสริมจากธรรมชาติ แบรนด์ไทยอยู่ตรงรอยต่อระหว่าง “สินค้าลักชูรีที่เอื้อมไม่ถึง” กับ “สินค้าจีนที่ผลิตในโรงงาน” เราคือทางเลือกที่ดูมีรสนิยมและมีคุณภาพในราคาที่สมเหตุสมผล
จุดที่ต้องอัปเกรด: แบรนด์ไทยหลายแบรนด์ยังขาดการทำ Digital Footprint ในจีนอย่างเป็นระบบ ลูกค้าชาวจีนอาจจะเคยซื้อของคุณที่เมืองไทย แต่พอเขากลับไปจีนแล้วอยากซื้อซ้ำ เขากลับค้นหาคุณไม่เจอในช่องทางที่เขาสบายใจ
กลยุทธ์ “ปักหมุด” แบรนด์ไทยให้ถูกจุด
หากคุณอยากให้แบรนด์ไทยมีที่ยืนที่มั่นคง คุณต้องทำ 3 สิ่งนี้:
Seed your brand: เข้าไปปูพรมรีวิวใน Xiaohongshu ให้คนจีนรู้สึกว่าแบรนด์นี้ “กำลังเป็นกระแส”
Visual Language: ปรับภาพลักษณ์ในหน้า Shop ให้ดู “Minimal & Premium” ตามเทรนด์วัยรุ่นจีน
Cross-border E-commerce: ใช้ช่องทางอย่าง Tmall Global เพื่อให้คนจีนสั่งซื้อได้ง่ายเหมือนซื้อของในประเทศ
บทสรุป: พฤติกรรม Digital Chinese หมุนไวเหมือนอัลกอริทึม แต่สิ่งที่เขาไม่เคยเปลี่ยนคือการมองหา “สินค้าที่มีจิตวิญญาณ” แบรนด์ไทยมีจุดแข็งนี้อยู่เต็มเปี่ยม เพียงแค่ต้องนำจิตวิญญาณนั้นมา “แปล” เป็นภาษาดิจิทัลที่คนจีนเข้าใจและเข้าถึงได้ง่ายเท่านั้นเองครับ





